2. ขุนทัพปากีสถานบินด่วนถก "เปเซชกิอัน"-สัญญาลับคืบหน้าแต่คว่ำดีลนิวเคลียร์
ปฏิบัติการทางการทูตทวีความเข้มข้นขึ้นในรอบวัน เมื่อ พล.อ.อาซิม มูเนียร์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของปากีสถาน ได้เสร็จสิ้นภารกิจบินด่วนเยือนกรุงเตหะรานนาน 24 ชั่วโมง โดยเข้าพบเจรจาลับระดับสูงร่วมกับ นายมาซูด เปเซชกิอัน ประธานาธิบดีอิหร่าน และนายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่าน ซึ่งสำนักงานกองทัพปากีสถานแถลงว่า การเดินสายเป็นตัวกลางไกล่เกลี่ยในครั้งนี้มีความคืบหน้าที่น่าพึงพอใจอย่างยิ่ง โดยได้รับ "แรงผลักดันรับรอง" จากรัฐบาลปักกิ่งของจีนที่คอยส่งสัญญาณหนุนหลังอยู่เบื้องหลัง
ด้าน นายเอสมาอิล บาฆาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน แถลงไขความกระจ่างต่อสื่อมวลชน ยอมรับว่าจุดยืนของสหรัฐฯ และอิหร่านขยับเข้าใกล้กันมากขึ้นในรอบสัปดาห์ แต่ย้ำชัดว่าในร่างบันทึกความเข้าใจ (MoU) ฉบับนี้ "อิหร่านเลือกที่จะมุ่งเน้นการเจรจาไปที่การยุติสงครามในทุกแนวรบ รวมถึงสถานการณ์ในเลบานอน และไม่ได้มีการนำรายละเอียดของประเด็นนิวเคลียร์ขึ้นมาหารือในขั้นตอนนี้เด็ดขาด" ซึ่งขัดแย้งกับสิ่งที่ทรัมป์อ้างว่าคลังยูเรเนียมเข้มข้นของอิหร่านได้รับการจัดการอย่างเรียบร้อยแล้ว
3. ปอมเปโอจวกยับ "ดีลขายชาติ" สวนทางราคาน้ำมันโลกดีดพุ่งบวกความระแวง
กระแสต่อต้านภายในทำเนียบขาวเริ่มปะทุขึ้น เมื่อ นายไมค์ ปอมเปโอ อดีตผู้อำนวยการ CIA และอดีตรัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ออกมาทวีตข้อความโจมตีร่างข้อตกลงหยุดยิงของทรัมป์อย่างรุนแรง โดยตราหน้าว่าเป็นบทละครหน้าเดิมยุคบารัค โอบามา ที่ไม่ได้ยึดหลักการ "America First" แต่เป็นการเปิดทางให้กองทัพ IRGC ของอิหร่านได้รับประโยชน์มหาศาลจากการปลดล็อกอายัดทรัพย์สินมูลค่ากว่า 1.10 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่นเดียวกับ ลินด์เซย์ เกรแฮม สว.คนดังที่เตือนว่านี่จะเป็นฝันร้ายของอิสราเอล
ความไม่แน่นอนและคำแถลงที่ย้อนแย้งกันของทั้งสองฝ่าย ส่งผลให้ตลาดพลังงานโลกเกิดความตื่นตระหนก ดันราคาน้ำมันดิบโลกดีดตัวพุ่งสูงขึ้นทันทีร้อยละ 2 หลังจากร่วงลงไปก่อนหน้านี้:
- น้ำมันดิบเบรนท์ (Brent): พุ่งทะยานขึ้น 2.38 ดอลลาร์ แตะระดับ 104.96 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
- น้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI): ขยับบวก 1.73 ดอลลาร์ ปิดตลาดที่ 98.08 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล
4. คลังแสงอเมริกาตึงตัว! สั่งเบรกส่งมอบขีปนาวุธ "โทมาฮอว์ก" ให้ญี่ปุ่นไม่มีกำหนด
ผลกระทบของสงครามขยายวงกว้างจนสั่นสะเทือนเสถียรภาพฝั่งเอเชีย เมื่อหนังสือพิมพ์ ไฟแนนเชียล ไทม์ส (Financial Times) รายงานความลับทางการทหารระบุว่า นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ได้ต่อสายตรงแจ้งข่าวร้ายแก่ ชินจิโร่ โกอิซุมิ รัฐมนตรีกลาโหมของญี่ปุ่น ว่าสหรัฐฯ จำเป็นต้อง "เลื่อนการส่งมอบขีปนาวุธร่อนโทมาฮอว์ก (Tomahawk) หลายร้อยลูกให้แก่กองทัพญี่ปุ่นออกไปอย่างไม่มีกำหนด"
เนื่องจากวิกฤตคลังแสงขาดแคลนอย่างหนักสะสมจากการทำสงครามต่อต้านอิหร่านในปฏิบัติการ "Epic Fury" ทำให้นักวิเคราะห์ความมั่นคงออกโรงเตือนว่า รัฐบาลวอชิงตันกำลังผิดคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ว่าจะให้ความสำคัญกับภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก (Asia-First) แต่สุดท้ายกลับต้องเทงบประมาณและอาวุธมาอุดรอยรั่วในตะวันออกกลางแทน ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการคานอำนาจจีนในระยะยาว
5. สมรภูมิภาคพื้นดินเดือดลุกเป็นไฟ: ถล่มยับกู้ชีพเลบานอน-ฝรั่งเศสสั่งแบนรัฐมนตรีขวาจัดอิสราเอล
แม้จะมีความคืบหน้าบนโต๊ะเจรจา แต่สมรภูมิภาคพื้นดินของกลุ่มตัวแทน (Proxy War) ในรอบวันกลับทวีความโหดเหี้ยมรุนแรง:
6. อิหร่านยื่นคำร้องต่อฟีฟ่า ขอย้ายแคมป์เก็บตัวฟุตบอลโลกหนีสหรัฐฯ ซบเม็กซิโก ปมแบนวีซ่า
ทางด้านวงการกีฬา สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (FIFA) ได้อนุมัติคำร้องอย่างเป็นทางการของสมาคมฟุตบอลอิหร่าน ในการ "ย้ายทำเลที่ตั้งแคมป์ฝึกซ้อมเตรียมความพร้อมก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026 ออกจากแผ่นดินสหรัฐอเมริกา ไปยังเมืองติฮัวนา (Tijuana) ประเทศเม็กซิโกแทน" หลังเจอปัญหากำแพงเมืองทางการเมืองอย่างหนักหน่วง โดยกองทัพนักเตะและทีมงานสตาฟฟ์โค้ชของทีมชาติอิหร่านยังไม่ได้รับวีซ่าเข้าประเทศจากรัฐบาลสหรัฐฯ ทั้งที่ทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลกฉบับสามสัญชาติ (สหรัฐฯ-แคนาดา-เม็กซิโก) กำลังจะเปิดฉากฟาดแข้งขึ้นในอีกไม่ถึงหนึ่งเดือนข้างหน้า
-----
บทสรุปสถานการณ์สงครามอิหร่านในรอบวันนี้ สะท้อนภาพกระแสลมทางการทูตที่พัดผันผวนอย่างรุนแรงในครึ่งแรกของปี 2569 คำแถลงแบบแบ่งรับแบ่งสู้ 50/50 ของโดนัลด์ ทรัมป์ ยืนยันชัดเจนว่าชะตากรรมของะวันออกกลางกำลังแขวนอยู่บนเส้นด้ายหนาบาง แนวโน้มในอีก 3-4 วันข้างหน้าคือช่วงเวลาแห่งการวัดใจว่าทำเนียบขาวจะยอมกลืนเลือดรับข้อเสนอคุมช่องแคบฮอร์มุซของอิหร่านเพื่อแลกกับการยุติศึกใหญ่และลดแรงกดดันราคาน้ำมันหน้าปั๊มในประเทศหรือไม่ ข้อสังเกตสำคัญคือ วิกฤตการณ์คลังแสงขีปนาวุธขาดแคลนจนต้องระงับการส่งมอบให้ญี่ปุ่น บ่งชี้ว่าอเมริกากำลังเผชิญภาวะตึงตัวทางทหารขั้นสูงสุด และหากกระบวนการเจรจาลับผ่านปากีสถานเกิดรอยร้าว ดีลประวัติศาสตร์นี้ก็พร้อมจะล่มสลายลงและเปลี่ยนผ่านเป็นคำสั่งระเบิดปูพรมถล่มล้างโคตรตามคำขู่ของทรัมป์ได้ทันทีในชั่วข้ามคืน