เจาะลึกกองทัพเมียนมา: ใช้ยุทธวิธีรัสเซียรุกกลับกลุ่มต้าน
25 มี.ค. 2569
เจาะลึกสงครามเมียนมา รัสเซียหนุนอาวุธ-ยุทธวิธี "Meat Assaults" ใช้ทหารเกณฑ์เป็นคลื่นมนุษย์บุกทะลวง พร้อมรัวโจมตีด้วยระเบิดทางอากาศทำลายสถิติ คร่าชีวิตประชาชนนับพัน
ข่าว
25 มี.ค. 2569
เจาะลึกสงครามเมียนมา รัสเซียหนุนอาวุธ-ยุทธวิธี "Meat Assaults" ใช้ทหารเกณฑ์เป็นคลื่นมนุษย์บุกทะลวง พร้อมรัวโจมตีด้วยระเบิดทางอากาศทำลายสถิติ คร่าชีวิตประชาชนนับพัน
สำนักข่าว อัล จาซีรา เผยแพร่บทความเจาะลึก สงครามกลางเมืองเมียนมา โดยระบุว่า กองทัพเมียนมา ภายใต้การนำของพลเอกอาวุโส มิน อ่อง หล่าย เริ่มนำยุทธวิธี "Meat Assaults" หรือการใช้คลื่นมนุษย์ที่รัสเซียเคยใช้ในสงครามยูเครนมาใช้อย่างเต็มรูปแบบ หลังจากมีการบังคับเกณฑ์ทหารทั่วประเทศในปี 2024 ทำให้มีกำลังพลเพิ่มขึ้นเกือบ 100,000 นาย ทหารเกณฑ์เหล่านี้ถูกส่งเข้าสู่แนวหน้าในลักษณะระลอกคลื่นเพื่อบุกทะลวงแนวป้องกันของกลุ่มชาติพันธุ์ โดยไม่คำนึงถึงอัตราการสูญเสียที่พุ่งสูงขึ้นอย่างน่าตกใจ
แม้จีนจะมีอิทธิพลสูงสุดในพื้นที่ชายแดน แต่ รัสเซีย ได้กลายเป็นพันธมิตรด้านความมั่นคงที่สำคัญที่สุดของรัฐบาลทหารเมียนมา อาวุธที่ส่งมอบประกอบด้วย
ข้อมูลจากกลุ่มเฝ้าติดตามความขัดแย้ง ACLED ระบุว่า ตั้งแต่รัฐประหารปี 2021 จนถึงมีนาคม 2026 มีการโจมตีทางอากาศเกิดขึ้นถึง 5,912 ครั้ง คร่าชีวิตผู้คนไปอย่างน้อย 4,865 ราย เฉพาะในปี 2025 ยอดผู้เสียชีวิตจากการระเบิดทางอากาศพุ่งสูงขึ้นถึง 52% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า โดยเป้าหมายมักเป็นสถานที่พลเรือน เช่น โรงเรียนและโรงพยาบาล
ความสัมพันธ์นี้ไม่ใช่แค่เรื่องการขายอาวุธ แต่คือการพึ่งพากันภายใต้มาตรการคว่ำบาตร
ในขณะที่กองทัพเมียนมามีอาวุธเหนือกว่า กลุ่มต่อต้านได้เริ่มนำเทคโนโลยีจากยูเครนมาใช้เช่นกัน นั่นคือ โดรน FPV แบบสายไฟเบอร์ออปติก ซึ่งมีข้อดีคือไม่สามารถถูกรบกวนด้วยระบบ Anti-drone ของรัสเซียได้ และสามารถโจมตีได้ไกลถึง 20 กิโลเมตร อย่างไรก็ตาม ปัญหาใหญ่คือความสามารถในการจัดหาและประกอบโดรนในสเกลที่ใหญ่พอจะเปลี่ยนเกมได้นั้นยังเป็นเครื่องหมายคำถาม
