svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

ไขข้อสงสัย ทำไมอิหร่านยังรัวไม่เลิก ทั้งที่สหรัฐฯยันทำลายขีปนาวุธอิหร่านราบคาบแล้ว

17 มี.ค. 2569

ไขข้อสงสัย หลังสหรัฐฯ เผยทำลายขีดความสามารถขีปนาวุธอิหร่านราบคาบแล้ว แต่ทำไมอิหร่านยังยิงถล่มเพื่อนบ้านได้ไม่หยุด? เผยแผนการเน้น "สงครามยืดเยื้อ" หวังทำลายเศรษฐกิจและระบบป้องกันภัยโลก

ไขข้อสงสัย หลังสหรัฐฯ เผยทำลายขีดความสามารถขีปนาวุธอิหร่านราบคาบแล้ว แต่ทำไมอิหร่านยังยิงถล่มเพื่อนบ้านได้ไม่หยุด? เผยแผนการเน้น "สงครามยืดเยื้อ" หวังทำลายเศรษฐกิจและระบบป้องกันภัยโลก

KEY

POINTS

  • แม้สหรัฐฯ จะทำลายฐานยิงและคลังอาวุธไปจำนวนมาก ทำให้ปริมาณการโจมตีลดลงกว่า 80% แต่อิหร่านยังคงมีขีปนาวุธและโดรนเหลืออยู่ในคลัง
  • อิหร่านเปลี่ยนยุทธวิธีมาใช้แบบ "กองโจรเวหา" โดยกระจายฐานยิงเคลื่อนที่ไปในพื้นที่พลเรือนหรือที่ลับ ทำให้ยากต่อการตรวจจับและทำลายล้าง
  • เป้าหมายหลักเปลี่ยนจากการโจมตีทางทหารเป็นการยิงก่อกวนเพื่อสร้างสงครามยืดเยื้อ บั่นทอนเศรษฐกิจและสร้างความตื่นตระหนกในตลาดโลก โดยเฉพาะราคาพลังงาน

สำนักข่าว อัล จาซีรา (Al Jazeera) เผยแพร่วิเคราะห์เจาะลึกแผนการรบของอิหร่าน โดยแม้ทำเนียบขาวจะยืนยันว่าปฏิบัติการ "อีปิก ฟิวรี" (Operation Epic Fury) ประสบความสำเร็จอย่างมหาศาลในการทำลายฐานยิงและโรงงานผลิตโดรนของอิหร่าน แต่ตลอด 24 ชั่วโมงที่ผ่านมา กลับยังมีรายงานขีปนาวุธและโดรนพุ่งเป้าถล่มกาตาร์, ซาอุดีอาระเบีย, ยูเออี และอิสราเอล อย่างต่อเนื่อง จนเกิดคำถามว่าอิหร่านเอาอาวุธมาจากไหนอีกในเมื่อถูกทำลายหมดแล้ว?

 

เปิดสถิติการยิง: ปริมาณลดลงแต่ยังคงความอันตราย

ข้อมูลระบุว่าจำนวนขีปนาวุธที่อิหร่านยิงมีจำนวนลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับช่วงเริ่มต้นสงคราม

  • สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์: วันแรกโดนถล่มด้วยขีปนาวุธ 167 ลูก และโดรน 541 ลำ แต่ในวันที่ 15 ของสงคราม เหลือเพียงขีปนาวุธ 4 ลูกและโดรน 6 ลำเท่านั้น

  • เพนตากอนยืนยัน: โดยตัวเลขตรงกันคือภาพรวมการยิงขีปนาวุธของอิหร่านลดลง 90% และการโจมตีด้วยโดรนลดลง 86% เมื่อเทียบกับวันแรก

ไขข้อสงสัย ทำไมอิหร่านยังรัวไม่เลิก ทั้งที่สหรัฐฯยันทำลายขีปนาวุธอิหร่านราบคาบแล้ว

ยุทธศาสตร์ "กองโจรเวหา": ปรับตัวสู้มหาอำนาจ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า แม้อิสราเอลจะทำลายฐานยิง (Launchers) ไปได้ถึง 290 แห่งจากทั้งหมดราว 440 แห่ง แต่อิหร่านได้เปลี่ยนมาใช้ยุทธวิธีที่รับมือยากขึ้น คือ

  • การกระจายอำนาจ (Decentralization): ย้ายฐานยิงไปไว้ในพื้นที่พลเรือนหรือสถานที่ลับที่ตรวจจับยาก

  • ฐานยิงเคลื่อนที่: ใช้รถบรรทุกหรือแท่นยิงขนาดเล็กที่เคลื่อนที่ได้รวดเร็ว ทำให้ดาวเทียมและเรดาร์ของสหรัฐฯ ตรวจจับพิกัดได้ยากขึ้น

  • สงครามก่อกวน (Harassment Fire): เปลี่ยนจากการยิงเป็นชุดใหญ่ มาเป็นการยิงทีละ 1-2 ลูก เพื่อบั่นทอนความอดทนและทำให้ระบบป้องกันภัยทางอากาศของคู่ต่อสู้หมดคลังกระสุน

 

เกมแห่งความอดทน: สงครามบั่นทอนเศรษฐกิจ

อิหร่านไม่ได้หวังชัยชนะทางทหารเหนือสหรัฐฯ แต่เป้าหมายคือการสร้าง "สงครามยืดเยื้อ" (War of Attrition) เพื่อดึงราคาน้ำมันให้พุ่งสูงเกิน 100 ดอลลาร์ต่อบาร์เรล และจะทำให้เป็นการกดดันเศรษฐกิจโลก

  • ความเสียหายเชิงเศรษฐกิจ: การผลิตน้ำมันในอิรักลดลง 70%, บาห์เรนประกาศภาวะเหตุสุดวิสัย (Force Majeure) ในการส่งออกน้ำมัน และกาตาร์ยังคงปิดโรงงานผลิตก๊าซธรรมชาติ

  • ความมั่นใจสั่นคลอน: แม้อิหร่านจะยิงโดรนราคาถูกอย่าง Shahed 136 และถูกเหล่าประเทศเพื่อนบ้านทำลายกลางอากาศได้เกือบทั้งหมด แต่หากหลุดรอดไปเพียงตัวเดียวจนทำลายโครงสร้างพื้นฐานได้ ก็เพียงพอที่จะทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกตื่นตระหนก

ไขข้อสงสัย ทำไมอิหร่านยังรัวไม่เลิก ทั้งที่สหรัฐฯยันทำลายขีปนาวุธอิหร่านราบคาบแล้ว

สรุปแสนยานุภาพขีปนาวุธอิหร่าน (เปรียบเทียบก่อนและหลังสงคราม)

1. จำนวนขีปนาวุธสะสมในคลัง

  • ช่วงก่อนสงคราม: คาดการณ์ว่ามีสะสมอยู่ประมาณ 3,000 ลูก (อ้างอิงข้อมูลข่าวกรองอิสราเอล)
  • สถานะปัจจุบัน (วันที่ 17): คาดว่าหลงเหลืออยู่ในคลังไม่ถึง 2,000 ลูก หลังผ่านการสู้รบอย่างหนัก

2. ฐานเครื่องยิงขีปนาวุธ (Launchers)

  • ช่วงก่อนสงคราม: มีฐานยิงประจำการประมาณ 410 ถึง 440 แห่งทั่วประเทศ
  • สถานะปัจจุบัน (วันที่ 17): ถูกกองทัพสหรัฐฯ และอิสราเอลทำลายไปแล้วกว่า 290 แห่ง ทำให้ขีดความสามารถในการระดมยิงพร้อมกัน (Volleys) ลดลงอย่างมาก

3. เป้าหมายหลักในเชิงยุทธศาสตร์

  • ช่วงก่อนสงคราม: มุ่งเน้นไปที่ฐานทัพทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลในภูมิภาค
  • สถานะปัจจุบัน (วันที่ 17): เปลี่ยนมาเป็นการโจมตีแบบก่อกวน (Harassment Fire) พุ่งเป้าไปที่โครงสร้างพื้นฐานพลเรือนและแหล่งเศรษฐกิจสำคัญ เพื่อบั่นทอนความเชื่อมั่นและฉุดราคาพลังงานโลก