ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ อาการโคม่าและอาจสูญเสียอวัยวะสำคัญ
13 มี.ค. 2569
เริ่มมีคำถามว่า "ระบอบอิหร่าน" ขับเคลื่อนโดยใคร เมื่อมีรายงานว่า "โมจตาบา" น่าจะบาดเจ็บสาหัส จนไม่สามารถปรากฎตัวได้ ข่าวลับระบุว่า เขาสูญเสียอวัยวะ อาการโคม่า
ข่าว
13 มี.ค. 2569
เริ่มมีคำถามว่า "ระบอบอิหร่าน" ขับเคลื่อนโดยใคร เมื่อมีรายงานว่า "โมจตาบา" น่าจะบาดเจ็บสาหัส จนไม่สามารถปรากฎตัวได้ ข่าวลับระบุว่า เขาสูญเสียอวัยวะ อาการโคม่า
13 มีนาคม 2569 โมจตาบา คาเมเนอี ผู้นำสูงสุดอิหร่านคนใหม่ วัย 56 ปี ออกแถลงการณ์เป็นลายลักษณ์อักษร เมื่อบ่ายวันพฤหัสบดี (12 มีนาคม 2569) อ่านโดยผู้ประกาศข่าวสถานีโทรทัศน์แห่งชาติ "ไออาร์ไอเอ็นเอ็น" (IRINN) ที่มีภาพนิ่งของเขาประกอบ ซึ่งเหตุการณ์ไม่ปกตินี้ ตอกย้ำข่าวลือที่ว่า เขาได้รับบาดเจ็บสาหัสเกินกว่าจะบันทึกเสียงอ่านแถลงการณ์เอง ขณะที่ข่าวลือบางกระแสถึงขั้นว่า เขาอาจเสียชีวิตไปแล้ว
เนื้อหาสำคัญในแถลงการณ์ของโมจตาบา ได้เรียกร้องให้ประชาชนชาวอิหร่าน มีความเป็นเอกภาพ พร้อมประกาศว่าช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันและการค้าสำคัญของโลก จะยังคงถูกปิดเพื่อเป็นเครื่องมือกดดัน และเตือนว่า ฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาค จำเป็นต้องถูกปิด ถ้ายังคงเปิดดำเนินการอยู่ก็จะตกเป็นเป้าหมายการโจมตี
เขาระบุถึงการโจมตีเป้าหมายที่เป็นฐานทัพสหรัฐฯ ในภูมิภาคด้วยว่า อิหร่านยังคงเชื่อมั่นในมิตรภาพและความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้านทั้ง 15 ประเทศ ซึ่งการโจมตีที่ผ่านมา เป็นการมุ่งเป้าไปที่ฐานทัพของสหรัฐฯ ในประเทศเหล่านั้นเท่านั้น และจำเป็นต้องเดินหน้ากำจัดฐานทัพเหล่านี้ ออกจากประเทศเพื่อนบ้าน และยังคงโจมตีฐานทัพทางทหารเหล่านี้ต่อไป หากยังคงเปิดใช้งาน
เขาบอกด้วยว่า อิหร่านจะเรียกร้องค่าชดเชยจากศัตรู หรือทำลายทรัพย์สินของพวกเขาตามความเหมาะสม และเสนอค่าชดเชยทางการเงิน แก่ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงในอิหร่าน เขายังระบุถึงกลุ่มติดอาวุธตัวแทนที่สนับสนุนการทำสงครามของอิหร่านกับสหรัฐฯ และอิสราเอล ตั้งแต่กลุ่มติดอาวุธในอิรัก ไปจนถึงกลุ่มติดอาวุธในเยเมน
เขายังพูดถึงการสูญเสียสมาชิกจำนวนมากในครอบครัว ในระหว่างปฏิบัติการโจมตีในวันแรกของสงคราม (28 กุมภาพันธ์ 2569) ได้แก่ พ่อ (อาลี คาเมเนอี) ภรรยา น้องสาว-น้องเขยกับลูกของพวกเขา ขณะที่มีรายงานว่า ลูกชายของเขาที่เกิดหลังจากเขาไปรักษาอาการเสื่อมสมรรถภาพทางเพศที่กรุงลอนดอน สหราชอาณาจักร ก็เสียชีวิตไปในวันเดียวกันด้วย แต่ไม่เป็นที่แน่ชัดว่า อาการบาดเจ็บของเขา เกิดจากการโจมตีในวันเดียวกันหรือไม่
การออกแถลงการณ์โดยไม่ปรากฎตัว ตอกย้ำรายงานก่อนหน้านี้ว่า โมจตาบา รักษาตัวอยู่ในห้องไอซียู (intensive care unit) โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยซีน่า (Sina University Hospital) ที่ตั้งอยู่ในบริเวณจตุรัสประวัติศาสตร์ ในกรุงเตหะราน ซึ่งในแผนกที่เขาเข้ารับการรักษานี้ ถูกปิดล้อมโดยองครักษ์พิทักษ์ผู้นำสูงสุด
แหล่งข่าวที่ขอปิดบังตัวตนในระดับสูงสุด เปิดเผยว่า ผู้นำสูงสุดคนใหม่กำลังอยู่ภายใต้การดูแลของโมฮัมหมัด เรซา ซาฟาร์กันดี รัฐมนตรีสาธารณสุข การรักษาและการศึกษาทางการแพทย์ (Minister of Health, Treatment and Medical Education) ที่ได้ชื่อว่า เป็นศัลยแพทย์ที่เชี่ยวชาญการรักษาอาการบาดเจ็บ "ระดับสูง" ของประเทศ
มีข้อมูลว่า ซาฟาร์กันดี มีประสบการณ์การผ่าตัด 8 ปี ในสงครามอิหร่าน-อิรัก ในช่วงทศวรรษ 1980 เขาเป็นแพทย์ที่ได้รับความไว้วางใจมากที่สุด ของระบอบการปกครองนี้ และเคยได้รับบาดเจ็บจากอาวุธเคมีในสงคราม เชื่อกันว่าเขาได้รับการช่วยเหลือจากศัลยแพทย์อาวุโสอีกคนหนึ่ง คือ ดร.โมฮัมหมัด มาราชี น้องชายของภรรยาของอดีตประธานาธิบดีอัคบาร์ ฮาเชมี ราฟซานจานี และเป็นบุคคลที่ได้รับความไว้วางใจในระบอบการปกครองของอิหร่าน
ข่าวการบาดเจ็บยิ่งน่าเชื่อถือ เมื่อมีรายงานว่า ประธานาธิบดีมาซูด เปเซชเกียน ได้เข้าเยี่ยมเขา และได้รับรายงานเกี่ยวกับอาการบาดเจ็บที่ถูกระบุว่า แพทย์ต้องตัดขาข้างหนึ่ง หรือสองข้าง ของโมจตาบา ตับและกระเพาะอาหารแตก ทำให้เขามีอาการโคม่า
