เนชั่นทีวี

ข่าว

ระทึก! เรือไทยถูกโจมตีกลางฮอร์มุซ-สงครามอิหร่านทำพิษเดินเรือโลก

11 มี.ค. 2569

ระทึก! เรือไทยถูกโจมตีกลางฮอร์มุซ-สงครามอิหร่านทำพิษเดินเรือโลก

วิกฤตเดินเรือพุ่งสูงสุด! เรือสินค้าไทย "มยุรี นารี" ถูกโจมตีจนไฟไหม้กลางช่องแคบฮอร์มุซ ขณะที่เรือญี่ปุ่นและหมู่เกาะมาร์แชลล์โดนด้วย FBI-กองทัพสหรัฐฯ เร่งกวาดล้างเรือวางทุ่นระเบิดอิหร่าน

Splash247 เว็บไซต์รายงานการเดินเรือสากล รายงานสถานการณ์ฉุกเฉินในวันที่ 12 ของสงคราม เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2569 น่านน้ำบริเวณช่องแคบฮอร์มุซและอ่าวโอมานกลายเป็นพื้นที่อันตรายสูงสุดสำหรับเรือพาณิชย์ หลังจากมีการรายงานเหตุโจมตีเรือสินค้าหลายลำในวันเดียว ซึ่งถือเป็นวันที่มีความรุนแรงต่อการเดินเรือพลเรือนมากที่สุดนับตั้งแต่เริ่มสงคราม

 

เรือไทย "มยุรี นารี" ถูกโจมตีจนไฟไหม้

เหตุการณ์ที่รุนแรงที่สุดในวันนี้คือการโจมตีเรือ "มยุรี นารี" (Mayuree Naree) เรือบรรทุกสินค้าแห้ง (Bulker) สัญชาติไทย ภายใต้การบริหารของบริษัท พรีเชียส ชิพปิ้ง (Precious Shipping) โดยเรือถูกโจมตีด้วยขีปนาวุธบริเวณตอนเหนือของโอมานในช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดเพลิงไหม้บนเรือและต้องประกาศขั้นตอนอพยพลูกเรือทันที เจ้าหน้าที่ใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะควบคุมเพลิงไว้ได้

เรือญี่ปุ่น-ยุโรปไม่รอด: โดนถล่มต่อเนื่อง

นอกจากเรือไทยแล้ว ยังมีรายงานเรืออีกลำที่ถูกโจมตีในพิกัดใกล้เคียงกัน

  • ONE Majesty: เรือคอนเทนเนอร์สัญชาติญี่ปุ่น (6,724 TEU) ถูกโจมตีจนตัวเรือเป็นรูขนาด 10 เซนติเมตร กัปตันต้องนำเรือเข้าจุดจอดทอดสมอที่ปลอดภัย

  • Star Gwyneth: เรือบรรทุกสินค้าของหมู่เกาะมาร์แชลล์ ถูกโจมตีบริเวณตะวันตกเฉียงเหนือของดูไบ ทำให้ตัวเรือได้รับความเสียหาย

  • MKD Vyom: เรือบรรทุกสารเคมี ถูกโจมตีบริเวณนอกชายฝั่งมัสกัต ประเทศโอมาน รายงานระบุว่ามีลูกเรือเสียชีวิต 1 ราย

สหรัฐฯ ตอบโต้: กวาดล้างเรือวางทุ่นระเบิดอิหร่าน

กองทัพสหรัฐฯ (CENTCOM) รายงานว่าได้ปฏิบัติการทำลายเรือรบของอิหร่านไปแล้วหลายลำ รวมถึง เรือวางทุ่นระเบิด (Minelayers) จำนวน 16 ลำ บริเวณช่องแคบฮอร์มุซ เพื่อเปิดทางเดินเรือให้กลับมาปลอดภัยอีกครั้ง ขณะที่ประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ได้โพสต์ผ่านโซเชียลมีเดียจี้ให้อิหร่านเร่งถอนทุ่นระเบิดออกทันที มิฉะนั้นจะเผชิญกับการตอบโต้ "ในระดับที่ไม่เคยเห็นมาก่อน"

 

วิกฤตเศรษฐกิจ: ค่าประกันเรือพุ่ง 12 เท่า

ผลจากการโจมตีต่อเนื่องทำให้บริษัทประกันภัยเรียกเก็บค่าธรรมเนียมความเสี่ยงสงครามเพิ่มขึ้นถึง 12 เท่า โดยคิดเบี้ยประกันสูงถึง 3% ของมูลค่าเรือทั้งหมด ส่งผลให้สายการเดินเรือยักษ์ใหญ่ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางไปอ้อมแหลมกู๊ดโฮปแทน ซึ่งจะทำให้สินค้าจากเอเชียไปยุโรปล่าช้าเพิ่มขึ้นเป็น 10-15 วัน