ก.อุตฯรับไร้อำนาจคุมดาต้าเซ็นเตอร์ จี้ 4 กระทรวงคุมเข้มค่าไฟ
25 ก.ค. 2569 | titayu_pur

เจาะปมช่องว่างกฎหมาย ดาต้าเซ็นเตอร์ ผุดทั่วกรุงกว่า 31 แห่ง ก.อุตฯ รับไม่ใช่โรงงาน ด้านพลังงานจ่อแยกมิเตอร์คิดค่าไฟพิเศษ ป้องกันกระทบค่าไฟประชาชน
Business
25 ก.ค. 2569 | titayu_pur

เจาะปมช่องว่างกฎหมาย ดาต้าเซ็นเตอร์ ผุดทั่วกรุงกว่า 31 แห่ง ก.อุตฯ รับไม่ใช่โรงงาน ด้านพลังงานจ่อแยกมิเตอร์คิดค่าไฟพิเศษ ป้องกันกระทบค่าไฟประชาชน
KEY
POINTS
25 กรกฎาคม 2569 กระทรวงพลังงาน ร่วมมือ กระทรวงอุตสาหกรรม เร่งแก้ปม ควบคุมดาต้าเซ็นเตอร์ กว่า 31 แห่งในไทย หลังพบช่องว่างกฎหมายหวั่นกระทบ ค่าไฟฟ้า ดาต้าเซ็นเตอร์ ที่อาจถูกผลักภาระให้ประชาชน โดย กระทรวงอุตสาหกรรม เตรียมปรับนิยามโรงงาน และดึงอีก 4 กระทรวงร่วมตีกรอบโซนนิ่งและสิ่งแวดล้อม เพื่อคุ้มครองผู้บริโภค และเร่งสร้างหลักประกันพลังงานอย่างเร่งด่วนในสัปดาห์นี้ เพื่อสกัดกั้นวิกฤตความร้อนชุมชน ควบคู่กับการประกาศใช้กฎหมายควบคุมอาคาร และการกำหนดพื้นที่สีม่วง สำหรับธุรกิจดูดพลังงานสูงในอนาคตอันใกล้
จากกรณีความตื่นตัวของนักลงทุนต่างชาติ ที่ตบเท้าเข้าเตรียมปักหมุดสร้าง “ดาต้า เซ็นเตอร์” (Data Center) ขนาดใหญ่ในประเทศไทย จนนำมาสู่ความกังวลของสังคมเรื่อง “ภาระค่าไฟฟ้า” ที่อาจถูกผลักภาระไปให้ภาคประชาชน
ล่าสุด เนชั่นออนไลน์ ได้เจาะลึกข้อมูลพบประเด็นที่น่าตกใจว่า ปัจจุบันมีศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ผุดขึ้นมากมาย โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ที่มีอยู่ไม่น้อยกว่า 31 แห่ง แต่ทว่าหน่วยงานหลักอย่างกระทรวงอุตสาหกรรมกลับยอมรับว่า “ไม่มีอำนาจ” เข้าไปควบคุมดูแล
แหล่งข่าวระดับสูงจากกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยกับทีมข่าวเนชั่นออนไลน์ว่า ในปัจจุบันกระทรวงฯ ยังไม่มีอำนาจในการเข้าไปควบคุมหรือกำกับดูแล “ดาต้า เซ็นเตอร์” ได้อย่างเต็มที่ เนื่องจากนิยามของศูนย์ข้อมูลเหล่านี้ไม่เข้าข่ายเป็น “โรงงาน” เพราะไม่มีเครื่องจักรตามข้อกำหนด ส่งผลให้การพิจารณาอนุมัติหรืออนุญาตจัดตั้ง ตกไปอยู่ในอำนาจหน้าที่ของกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หรือสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) แทน
ขณะที่แหล่งข่าวจากกระทรวงพลังงาน ระบุว่า ดาต้า เซ็นเตอร์ ส่วนใหญ่ที่ปรากฏเป็นข่าวในปัจจุบัน เป็นโครงการที่เกิดขึ้นก่อนรัฐบาลชุดนี้ และเกือบทั้งหมดได้รับสิทธิประโยชน์ส่งเสริมการลงทุนจาก BOI ไปเรียบร้อยแล้ว ซึ่งในส่วนของกระทรวงพลังงานเอง มีอำนาจจำกัดเพียงการดูแลเรื่อง “ค่าไฟ” เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการแย่งใช้ไฟจากภาคประชาชน หรือการนำอัตราค่าไฟบ้านไปใช้ในธุรกิจขนาดใหญ่จนสร้างความเดือดร้อน
ด้าน พงศ์พล ยอดเมืองเจริญ หรือ “ลอรี่” โฆษกกระทรวงพลังงาน ให้ข้อมูลกับทีมข่าวเนชั่นออนไลน์ว่า ปัจจุบันมี “ช่องว่างทางกฎหมาย” อยู่จริง โดยเฉพาะฝั่งกระทรวงอุตสาหกรรม จึงมีข้อเสนอให้เร่งแก้ไขผ่านการออก “ประกาศกระทรวง” เพื่อล้อมคอกปัญหาที่อาจตามมา ดังนี้:
ดังนั้นเพื่อให้เกิดความชัดเจนในการบริหารจัดการ กระทรวงพลังงานได้กำหนดกรอบการทำงานผ่าน 2 มาตรการหลัก คือ การแยกประเภทผู้ใช้ไฟฟ้าสำหรับดาต้า เซ็นเตอร์ เป็น “ประเภท 9” เพื่อใช้ไฟในอัตราพิเศษที่ไม่กระทบต่อโครงสร้างราคาค่าไฟบ้าน และมาตรการ “Grid Guarantee” หรือเงินค้ำประกันการใช้ไฟฟ้า เพื่อเป็นหลักประกันด้านเสถียรภาพระบบ และใช้เป็นวงเงินเยียวยาหากมีการก่อมลพิษหรือเกิดปัญหาแย่งชิงทรัพยากรน้ำจากภาคเกษตรกรรมในอนาคต
วิกฤตช่องว่างทางกฎหมายในครั้งนี้ จึงเป็นโจทย์ใหญ่ที่รัฐบาลต้องเร่งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การลงทุนด้านเทคโนโลยีระดับโลก ไม่กลายเป็นภาระที่ย้อนกลับมาทำร้ายคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนชาวไทยในระยะยาว