svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ข่าว

วุฒิสภาสหรัฐฯ โหวตคว่ำร่างกฎหมายคุมอำนาจ "ทรัมป์" ทำสงครามอิหร่าน

05 มี.ค. 2569

วุฒิสภาสหรัฐฯ ลงมติ 47-52 ไม่ผ่านร่างกฎหมายจำกัดอำนาจทหารของทรัมป์ในสงครามอิหร่าน หลังรีพับลิกันผนึกกำลังหนุนปฏิบัติการ "Epic Fury" ชี้เป็นหน้าที่ปกป้องประเทศ

วุฒิสภาสหรัฐฯ มีมติเสียงข้างมาก 52 ต่อ 47 เสียง ปฏิเสธร่างมติที่พยายามจำกัดอำนาจของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ ในการทำสงครามกับอิหร่าน ผลการลงมติครั้งนี้ถือเป็นความล้มเหลวครั้งสำคัญของกลุ่มที่พยายามควบคุมการขยายอำนาจทางการทหารของทำเนียบขาว และสะท้อนให้เห็นว่าพรรครีพับลิกันยังคงสนับสนุนนโยบายเชิงรุกของทรัมป์อย่างเหนียวแน่น

 

ข้อโต้แย้งเรื่อง "อำนาจตามรัฐธรรมนูญ"

ฝ่ายที่สนับสนุนร่างมตินำโดยวุฒิสมาชิก ทิม เคน โต้แย้งว่าทรัมป์ละเมิดอำนาจตามรัฐธรรมนูญด้วยการเปิดฉากสงครามร่วมกับอิสราเอลโดยไม่ผ่านความเห็นชอบจากสภาคองเกรส โดยระบุว่ามาตรา 2 ของรัฐธรรมนูญอนุญาตให้ประธานาธิบดีสั่งโจมตีได้เฉพาะในกรณี "ป้องกันตนเองจากภัยคุกคามที่จวนตัว" เท่านั้น ซึ่งในขณะนี้ทางทำเนียบขาวกลับไม่สามารถแสดงหลักฐานเชิงประจักษ์ใดๆ ว่าสหรัฐฯ กำลังจะถูกอิหร่านโจมตีในเร็ววัน

รีพับลิกันยันเป็นหน้าที่ในการปกป้องชาติ

ในทางตรงกันข้าม วุฒิสมาชิกพรรครีพับลิกันหลายรายออกมาปกป้องปฏิบัติการครั้งนี้ โดยอ้างว่าพฤติกรรมของอิหร่านตลอด 47 ปีที่ผ่านมาคือเหตุผลที่เพียงพอในการใช้กำลังทหาร และระบุว่าประธานาธิบดีมีหน้าที่ตามคำสัตย์ปฏิญาณในการปกป้องสหรัฐฯ จากการที่อิหร่านพยายามรื้อฟื้นโครงการนิวเคลียร์และพัฒนาขีปนาวุธพิสัยกลางหลังการโจมตีเมื่อเดือนมิถุนายนปีก่อน

 

กฎหมายอำนาจสงคราม 1973 และทิศทางถัดไป

ภายใต้กฎหมายอำนาจการทำสงครามปี 1973 (War Powers Act) ประธานาธิบดีต้องขอความเห็นชอบจากสภาคองเกรสหากส่งทหารไปปฏิบัติภารกิจเกิน 60 วัน อย่างไรก็ตาม นายพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหม ระบุว่าปฏิบัติการเพิ่งเริ่มต้นขึ้นและมีการส่งกำลังพลเข้าสู่ภูมิภาคเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ขณะที่ทรัมป์ประเมินว่าสงครามครั้งนี้อาจลากยาวไปประมาณ 4-5 สัปดาห์

ทั้งนี้ สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ มีกำหนดจะลงมติต่อร่างมติในลักษณะเดียวกันในวันพฤหัสบดีนี้ แต่คาดว่าจะมีโอกาสผ่านได้ยากเช่นกันเนื่องจากเสียงข้างมากในสภายังคงเป็นของฝ่ายรีพับลิกัน