อิหร่าน ได้โต้กลับ โดยระบุว่า ข้อเรียกร้องของสหรัฐฯ เป็นการละเมิดอธิปไตยของตนอย่างยอมรับไม่ได้ และขู่ว่าจะตอบโต้ด้วยกำลังอย่างรุนแรงต่อการโจมตีใดๆ โดยการโจมตีเป้าหมายทางทหารของสหรัฐฯ ในภูมิภาคและอิสราเอล
ความหวังอันริบหรี่
ความเคลื่อนไหวทางการทูต เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในตะวันออกกลาง โดยสหรัฐฯ ได้เสริมกำลังทหารในอ่าวเปอร์เซีย โดยทรัมป์ได้ส่งสิ่งที่เขาเรียกว่า "กองเรือขนาดมหึมา" นำโดยเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส อับราฮัม ลินคอล์น (USSAbraham Lincoln) ไปยังตะวันออกกลางเพื่อกดดันการเจรจา
บ็อบ แม็คนัลลี ประธานกลุ่มบริษัท "เร็บพิดัน เอนเนอร์จี กรุ๊ป" (Rapidan Energy Group) ให้ความเห็นว่า โอกาสที่จะบรรลุข้อตกลง หรือลดความตึงเครียดจากการเจรจานั้นต่ำ เพราะข้อเรียกร้องหลักของทั้งสองฝ่ายยังคง "แตกต่างกันมาก และไม่มีความไว้วางใจกันเลย" และ มีความเป็นไปได้ 75% ที่สหรัฐฯ กับอิหร่านจะเข้าสู่การสู้รบทางทหารในอีกไม่กี่วัน หรือสัปดาห์ข้างหน้า ตลอดจนการปิดล้อมแบบเวเนซุเอลา การโจมตีแบบเลือกเป้าหมาย หรือจำกัด และความขัดแย้งทางทหารขนาดใหญ่
เดิมการเจรจา มีกำหนดจัดขึ้นที่นครอิสตันบูลของตุรกี เนื่องจากตุรกีมีบทบาทในฐานะผู้ไกล่เกลี่ย โดยมีรัฐมนตรีต่างประเทศจากอียิปต์ กาตาร์ ซาอุดีอาระเบีย และตุรกี ได้รับเชิญให้เข้าร่วม แต่เมื่อวันอังคาร (3 กุมภาพันธ์) อิหร่านได้ร้องขอให้เปลี่ยนสถานที่และรูปแบบการประชุมในนาทีสุดท้าย โดยขอให้จัดการประชุมในโอมาน และจำกัด
ผู้เข้าร่วมเฉพาะแค่ตัวแทนจากอิหร่านและสหรัฐฯ เท่านั้น
แม็คนัลลี ระบุด้วยว่า การที่ทรัมป์เอาความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ มาเสี่ยง หากอิหร่านปฏิเสธที่จะยอมอ่อนข้ออย่างมาก ทรัมป์ก็อาจรู้สึกว่า จำเป็นต้องลงมือปฏิบัติการ ในทางกลับกัน ถ้าสหรัฐฯ ยุติการโจมตี ก็เสี่ยงที่อิสราเอลก็อาจโจมตีเป้าหมายขีปนาวุธ นิวเคลียร์ และผู้นำระบอบการปกครองของอิหร่านได้เช่นกัน
ประกาศเตือน
https://x.com/Panther7112/status/2019606174459642316/photo/1
รอเจรจา
https://x.com/i/status/2019656746097369507