รายงานข่าวระบุว่า หลังได้รับการติดต่อโดยตรงจากอิสราเอล ได้นำไปสู่ "สตาร์ลิงค์ฟรีเพื่ออิหร่าน" (Starlink Free for Iran) โดยเปิดสัญญาณฟรี (Free Access) โดยเชื่อมกับ
จานรับสัญญาณของสตาร์ลิงค์ ที่ชาวอิหร่านลักลอบนำเข้าประเทศอย่างผิดกฎหมาย ทั้งยังเพิ่มเครดิตการใช้งานให้โดยอัตโนมัติ เพื่อให้ประชาชนสามารถส่งภาพและวิดีโอเหตุการณ์ประท้วงออก
ไปสู่โลกภายนอกได้
มีรายงานว่า ชาวอิหร่านได้ลักลอบนำจานรับสัญญาณ (Terminal) เข้าไปติดตั้งแล้วหลายพันจุด โดยเฉพาะตามชายแดนเคิร์ดและบาลอช ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า นี่เป็นโมเดลเดียวกับที่มัสก์เพิ่งทำใน
เวเนซุเอลา ระหว่างวันที่ 4-5 มกราคมที่ผ่านมา ซึ่งเขาประกาศให้ชาวเวเนซุเอลาใช้อินเทอร์เน็ตฟรี จนถึงเดือนกุมภาพันธ์เพื่อสนับสนุนเสรีภาพในการสื่อสารในช่วงเปลี่ยนผ่านการเมือง
รัฐบาลอิหร่านได้ประท้วงสตาร์ลิงค์ ต่อองค์กรต่างๆ เช่น สหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ (International Telecommunication Union) หรือ ITU และใช้เทคโนโลยีการรบกวน
สัญญาณ (Jamming) แต่ดาวเทียมวงโคจรต่ำ และเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลา ทำให้การตัดสัญญาณทั้งหมดทำได้ยากขึ้น และแม้ว่ามัสก์จะไม่ได้ "จัดหา" ฮาร์ดแวร์โดยตรง (เนื่องจากมาตรการ
คว่ำบาตรและข้อห้าม) แต่เขาได้เปิดใช้งานบริการนี้หลายครั้ง เพื่อสนับสนุนการเชื่อมต่อในช่วงวิกฤต ทำให้มันเป็นเส้นชีวิตสำหรับผู้ประท้วงและผู้เห็นต่าง
รัฐบาลพยายามปิดกั้นไม่ให้โลกภายนอกเห็นการใช้ความรุนแรงปราบปรามผู้ประท้วง ในอดีต รัฐบาลทำตัวเป็น "ผู้ควบคุม คัดกรอง หรือจำกัดการเข้าถึงข้อมูลในอินเทอร์เน็ต" (Gatekeeper)
แต่การเข้าไปของสตาร์ลิงค์ เปรียบได้กับ "บายพาส" (Bypass) หรือ การสร้างเส้นทางใหม่เพื่อหลีกเลี่ยงเส้นทางหลักที่ถูกปิดกั้น และการที่สื่ออิสราเอลรายงานข่าวนี้ รวมถึงเรื่องที่อิสราเอล
ขอร้องโดยตรงไปยังมัสก์ ได้บ่งชี้ว่า กำลังมีความร่วมมือกัน "ในเชิงยุทธศาสตร์" ระหว่างสหรัฐฯ-อิสราเอล และมัสก์ เพื่อใช้เทคโนโลยีเป็นอาวุธในการโค่นล้มระบอบการปกครองที่นำโดยผู้นำทาง ศาสนา ซึ่งมัสก์ เคยประกาศไว้ว่า "เทคโนโลยีของเขาอยู่เหนือเขตแดนรัฐ"
ดูคลิป : x.com