เนชั่นทีวี

ข่าว

โลกมอง "สหรัฐฯ" ลักพาตัว "มาดูโร" อย่างอุกอาจ

05 ม.ค. 2569

โลกมอง "สหรัฐฯ" ลักพาตัว "มาดูโร" อย่างอุกอาจ

แม้สหรัฐฯ จะอ้างว่า การนำตัวประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร ของเวเนซุเอลา ไปยังนิวยอร์ก เป็นปฏิบัติการพิเศษที่เป็นส่วนหนึ่งของการกวาดล้างยาเสพติด ที่ทะลักเข้าไปในสหรัฐฯ แต่ตอนนี้โลกมองว่า นี่เป็นการ "ลักพาตัว" อย่างอุกอาจสะท้านโลก

5 มกราคม 2568 สหรัฐฯ ใช้ปฏิบัติการทางทหารที่ใช้รหัสว่า "แอปโซลูท รีโซลฟ์" (Absolute Resolve) ที่มีความเสี่ยงสูงที่สุด นับตั้งแต่หน่วย "ซีล ทีม ซิกซ์" (SEAL Team 6) ใช้ปฏิบัติการรหัส  "เนปจูนสเปียร์" (Neptune Spear) บุกไปสังหาร โอซามา บิน ลาเดน ผู้นำอัล-กออิดะห์ ในเมืองอับบอตตาบัด ของปากีสถาน ตามคำสั่งประธานาธิบดีบารัค โอบามา เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคม ปี 2554 ปิดฉากการตามล่าที่ยาวนานหลังเหตุการณ์วินาศกรรมโจมตีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 11 กันยายน ปี 2544

กรณีของ "มาดูโร" เกิดขึ้นหลังจากความตึงเครียด และการข่มขู่ ที่ทวีความรุนแรงขึ้นเป็นเวลาหลายเดือน โดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวหาว่า "มาดูโร" มีส่วนเกี่ยวข้องในการขนส่งยาเสพติดไปยังสหรัฐฯ และสหรัฐฯ เพิ่มแรงกดดันด้วยการเสริมกำลังทางทหารในทะเลแคริบเบียน และการโจมตีด้วยขีปนาวุธอย่างรุนแรงต่อเรือที่ต้องสงสัยว่าขนส่งยาเสพติด คร่าชีวิตผู้คนไปมากกว่า 100 คน จนสหประชาชาติและผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมาย ตั้งคำถามเกี่ยวกับความชอบธรรมในการโจมตี

ปฏิบัติการจับตัว มาดูโร เป็นการประสานงานระหว่างสำนักข่าวกรองกลาง หรือ CIA ที่เก็บข้อมูลหาโลเคชั่นและการเคลื่อนไหวของมาดูโร ตลอดจนตั้งรางวัลสำหรับผู้แจ้งเบาะแสสูงถึง 50 ล้านดอลลาร์ ขณะที่หน่วยรบพิเศษซักซ้อมแผนการที่จะโค่นล้มเขาจากอำนาจอย่างลับๆ อยู่ในแคริบเบียน

โลกมอง "สหรัฐฯ" ลักพาตัว "มาดูโร" อย่างอุกอาจ

การลักพาตัวดำเนินไปอย่างไร 
พลเอกแดน เคน ประธานคณะเสนาธิการร่วมของสหรัฐฯ เปิดเผยในระหว่างการแถลงข่าวร่วมกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ว่า ปฏิบัติการ "Absolute Resolve" ได้มีการซ้อมอย่างละเอียดเป็นเวลาหลายเดือน ส่วนทรัมป์ให้สัมภาษณ์ Fox News ว่า กองกำลังสหรัฐฯ ได้ฝึกซ้อมการพาตัวมาดูโรออกมาบน "อาคารจำลอง" โดย "พวกเขาได้สร้างบ้านหลังใหม่ขึ้นมา ซึ่งเหมือนกับบ้านที่พวกเขาบุกเข้าไปจริงทุกประการ มีโครงสร้างเหล็กเหมือนกันหมด" 

เวลา 23:46 น. ตามเวลาท้องถิ่นของวันศุกร์ (1 มกราคม 2569) ทรัมป์ได้ไฟเขียวให้ใช้ปฏิบัติการ ซึ่งพลเอกเคน กล่าวว่า "สภาพอากาศดีขึ้นมากพอ ทำให้เส้นทางที่เฉพาะนักบินที่มีทักษะสูงที่สุดในโลกเท่านั้น ที่จะสามารถเคลื่อนผ่านได้" มีอากาศยานประมาณ 150 ลำ ทั้งเครื่องบินทิ้งระเบิด เครื่องบินขับไล่ และเครื่องบินลาดตระเวน เข้าร่วมปฏิบัติการนี้ โดยบินขึ้นจากฐานทัพอากาศ 20 แห่ง ทั่วซีกโลกตะวันตก ทั้งยังทำลายระบบป้องกันภัยทางอากาศของเวเนซุเอลา ซึ่งทรัมป์ กล่าวว่า "แสงไฟของกรุงการากัสส่วนใหญ่ ดับลงเนื่องจากความเชี่ยวชาญที่เรามี"

ในระหว่างนั้น มีเสียงระเบิดดังสนั่นหลายครั้งทั่วกรุงการากัส โดยพีท เฮกเซธ รัฐมนตรีกลาโหมสหรัฐฯ กล่าวว่า เป็นส่วนหนึ่งของ "ปฏิบัติการจู่โจมร่วมทางทหารและบังคับใช้กฎหมายครั้งใหญ่" ที่เป็นภารกิจทางอากาศ ทางบก และทางทะเล ใช้เวลา 2 ชั่วโมง 20 นาที จากนั้น เฮลิคอปเตอร์ของสหรัฐฯ ก็ลงจอดที่บ้านพักของมาดูโรในกรุงคารากัส เมื่อเวลา 02:01 น. ของวันเสาร์ ตามเวลาท้องถิ่น ก่อนที่อดีตประธานาธิบดีกับสุภาพสตรีหมายเลข 1 จะถูกควบคุมตัว

โลกมอง "สหรัฐฯ" ลักพาตัว "มาดูโร" อย่างอุกอาจ

เวลา 04:29 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งต่อมา มาดูโรถูกนำตัวขึ้นเรือบรรทุกเครื่องบิน "ยูเอสเอส อิโวจิมา" (USS Iwo Jima) ในทะเลแคริบเบียน ก่อนมุ่งหน้าไปยังนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ โดยหลังออกจากเรือบรรทุกเครื่องบิน มาดูโรถูกคุ้มกันแน่นหนาไปขึ้นเครื่องบิน ก่อนลงจอดที่ฐานทัพอากาศแห่งชาติสจ๊วต (Stewart Air National Guard Base) ในนิวยอร์ก เวลาประมาณ 16:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น

ปฏิบัติการครั้งนี้ สร้างทั้งความเสียหายและสูญเสียชีวิต เนื่องจากมุ่งเป้าไปที่คารากัส เมืองหลวง และที่อื่นๆ รวมถึง ฐานทัพอากาศ "เจเนรัลลิซซิโม ฟรานซิสโก เดอ มิรันดา" ,กองบินทหาร ลา การ์โลตา และท่าเรือลาไกวรา ซึ่งเป็นเส้นทางหลักจากกรุงการากัสออกสู่ทะเลแคริบเบียน พลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องสูญเสียบ้านเรือนจากแรงระเบิด ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่อย่างน้อย 40 คน ส่วนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่เข้าร่วมปฏิบัติการมีบาดเจ็บ แต่ไม่มีเสียชีวิต

โลกมอง "สหรัฐฯ" ลักพาตัว "มาดูโร" อย่างอุกอาจ

ชัค ชูเมอร์ สมาชิกอาวุโสของพรรคเดโมแครต ได้แสดงความไม่เห็นด้วยการปฏิบัติการทางทหารที่ "อุกอาจ" โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส และไม่มีแผนการที่น่าเชื่อถือในการรับมือสิ่งที่จะตามมา ที่เขาเรียกว่า "ความบ้าบิ่นระดับสูง" แม้ว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ จะยืนยันว่า มาดูโร เป็นเผด็จการที่ไม่ชอบธรรมด้วยกฎหมายก็ตาม 

ทรัมป์อ้างว่า มาดูโรเพิ่มการคุ้มกันจากบอดี้การ์ดชาวคิวบา ตอนที่กองกำลัง "ชั้นยอด" ของสหรัฐฯ แทรกซึมเข้าไปในบ้านพักของเขา มาดูโรพยายามหนีไปยังห้องหลบภัย แต่มันไม่ปลอดภัย เพราะกองกำลังสหรัฐฯ ระเบิดประตูออกได้ภายใน 47 วินาที คือ เขาไปถึงประตูแล้ว แต่ปิดไม่ได้ และถูกรวบตัวเร็วเสียจนไม่ได้เข้าไปข้างในห้องนั้น

เมื่อถูกถามคำถามสำคัญว่า ในภารกิจนี้ อาจทำให้มีการสังหารมาดูโรหรือไม่ ในกรณีที่เขาขัดขืนการจับกุม ทรัมป์บอกชัดเจนว่า "มันก็อาจจะเกิดขึ้น" 

นับเป็นอีกครั้งที่ประธานาธิบดีสั่งปฏิบัติการโดยไม่ขออนุมัติจากสภาคองเกรส โดยในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก็เคยไฟเขียวให้ทิ้งระเบิด 26,171 ถล่มอิรัก ซีเรีย อัฟกานิสถาน ลิเบีย เยเมน โซมาเลีย และปากีสถาน ในปีเดียว 

โลกมอง "สหรัฐฯ" ลักพาตัว "มาดูโร" อย่างอุกอาจ