เวลา 04:29 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือเพียง 2 ชั่วโมงครึ่งต่อมา มาดูโรถูกนำตัวขึ้นเรือบรรทุกเครื่องบิน "ยูเอสเอส อิโวจิมา" (USS Iwo Jima) ในทะเลแคริบเบียน ก่อนมุ่งหน้าไปยังนครนิวยอร์กของสหรัฐฯ โดยหลังออกจากเรือบรรทุกเครื่องบิน มาดูโรถูกคุ้มกันแน่นหนาไปขึ้นเครื่องบิน ก่อนลงจอดที่ฐานทัพอากาศแห่งชาติสจ๊วต (Stewart Air National Guard Base) ในนิวยอร์ก เวลาประมาณ 16:30 น. ตามเวลาท้องถิ่น
ปฏิบัติการครั้งนี้ สร้างทั้งความเสียหายและสูญเสียชีวิต เนื่องจากมุ่งเป้าไปที่คารากัส เมืองหลวง และที่อื่นๆ รวมถึง ฐานทัพอากาศ "เจเนรัลลิซซิโม ฟรานซิสโก เดอ มิรันดา" ,กองบินทหาร ลา การ์โลตา และท่าเรือลาไกวรา ซึ่งเป็นเส้นทางหลักจากกรุงการากัสออกสู่ทะเลแคริบเบียน พลเรือนที่ไม่เกี่ยวข้องต้องสูญเสียบ้านเรือนจากแรงระเบิด ส่วนตัวเลขผู้เสียชีวิตอย่างเป็นทางการอยู่ที่อย่างน้อย 40 คน ส่วนเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ ที่เข้าร่วมปฏิบัติการมีบาดเจ็บ แต่ไม่มีเสียชีวิต
ชัค ชูเมอร์ สมาชิกอาวุโสของพรรคเดโมแครต ได้แสดงความไม่เห็นด้วยการปฏิบัติการทางทหารที่ "อุกอาจ" โดยไม่ผ่านการอนุมัติจากสภาคองเกรส และไม่มีแผนการที่น่าเชื่อถือในการรับมือสิ่งที่จะตามมา ที่เขาเรียกว่า "ความบ้าบิ่นระดับสูง" แม้ว่า มาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศ จะยืนยันว่า มาดูโร เป็นเผด็จการที่ไม่ชอบธรรมด้วยกฎหมายก็ตาม
ทรัมป์อ้างว่า มาดูโรเพิ่มการคุ้มกันจากบอดี้การ์ดชาวคิวบา ตอนที่กองกำลัง "ชั้นยอด" ของสหรัฐฯ แทรกซึมเข้าไปในบ้านพักของเขา มาดูโรพยายามหนีไปยังห้องหลบภัย แต่มันไม่ปลอดภัย เพราะกองกำลังสหรัฐฯ ระเบิดประตูออกได้ภายใน 47 วินาที คือ เขาไปถึงประตูแล้ว แต่ปิดไม่ได้ และถูกรวบตัวเร็วเสียจนไม่ได้เข้าไปข้างในห้องนั้น
เมื่อถูกถามคำถามสำคัญว่า ในภารกิจนี้ อาจทำให้มีการสังหารมาดูโรหรือไม่ ในกรณีที่เขาขัดขืนการจับกุม ทรัมป์บอกชัดเจนว่า "มันก็อาจจะเกิดขึ้น"
นับเป็นอีกครั้งที่ประธานาธิบดีสั่งปฏิบัติการโดยไม่ขออนุมัติจากสภาคองเกรส โดยในสมัยของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ก็เคยไฟเขียวให้ทิ้งระเบิด 26,171 ถล่มอิรัก ซีเรีย อัฟกานิสถาน ลิเบีย เยเมน โซมาเลีย และปากีสถาน ในปีเดียว