ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน ได้เสนอทฤษฎีที่เป็นไปได้ 2 ประการ คือ
- ทฤษฎีที่ว่าด้วยฝูงนกถูกดูดเข้าไปในเครื่องยนต์ ทำให้เครื่องยนต์ทั้งสองเครื่องหยุดทำงาน
- ทฤษฎีที่ว่าด้วยปริศนาเกี่ยวกับ "แฟลปส์" (Flaps) หรือ "เทรลลิ่ง เอจ" (Trailing edge) ซึ่งเป็นส่วนหลังสุดของปีก เครื่องบิน ส่วนนี้มีความสำคัญในการควบคุมและเพิ่มแรงยกให้กับเครื่องบิน
มีความเห็นจากอดีตนักบินอาวุโส ที่เห็นด้วยกับทฤษฎีชนฝูงนก ที่คล้ายกับเครื่องบิน เชจู แอร์ (Jeju Air) ตกที่เกาหลีใต้ เมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการบินที่ "University College Birmingham" ที่เสริมว่า "ในอดีต มีรายงานการชนนกหลายครั้งในบริเวณนี้ และนั่นอาจเป็นหนึ่งในความเป็นไปได้" แต่มีบางคนที่สังเกตว่า ไม่มีควันพวยพุ่งจากเครื่องยนต์ ที่ควรจะมีถ้าชนนก
ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญที่มหาวิทยาลัยบักกิงแฮมเชอร์ นิว (Buckinghamshire New University) ได้จับจุดสังเกตเกี่ยวกับตำแหน่งที่เห็นได้ชัดของส่วนปีก ที่เครื่องบินอาจไม่ได้ถูกตั้งค่าให้ขึ้นบินอย่างถูกต้อง ส่วนประกอบของปีกสามารถยืดออกได้ เพื่อช่วยในการยกตัว ถ้าตั้งค่าผิด อาจทำให้เครื่องบินหยุดนิ่งได้
ส่วน เทอร์รี โทเซอร์ อดีตนักบินและผู้เขียนหนังสือเรื่อง "Why planes crash" ให้ความเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแฟล็ป เป็น "คำอธิบายที่สมเหตุสมผลสำหรับเครื่องบินที่ออกแบบมาดี แต่ดิ่งลงสู่พื้นในลักษณะนี้"