เปิดทฤษฎี ความเป็นไปได้ สาเหตุ Boeing 787-8 Dreamliner แอร์อินเดีย ตก
13 มิ.ย. 2568

เผย นักบินแอร์อินเดีย แจ้ง "เมย์เดย์" ในเวลาไม่กี่วินาที ก่อนที่เครื่องบินจะตก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ว่า น่าจะเกิดปัญหาที่ "อุปกรณ์ยกสูง" ที่สำคัญต่อ "ปีกเครื่องบิน"
ข่าว
13 มิ.ย. 2568

เผย นักบินแอร์อินเดีย แจ้ง "เมย์เดย์" ในเวลาไม่กี่วินาที ก่อนที่เครื่องบินจะตก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญ ชี้ว่า น่าจะเกิดปัญหาที่ "อุปกรณ์ยกสูง" ที่สำคัญต่อ "ปีกเครื่องบิน"
13 มิถุนายน 2568 ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญกำลังพยายามหาคำตอบถึงสาเหตุที่ทำให้เครื่องบิน Boeing 787-8 Dreamliner เที่ยวบิน AI171 ของสายการบิน Air India ตก และการค้นหากล่องดำกล่องที่ 2 ยังดำเนินอยู่นั้น ได้มีรายงานว่า "กัปตัน สุมีต ซาบาวาล" ผู้มีประสบการณ์การบิน 8,200 ชั่วโมง ได้แจ้งรหัสสัญญาณขอความช่วยเหลือ ด้วยน้ำเสียงที่สิ้่นหวังว่า "เมย์เดย์ ไม่มีแรงขับ เสียกำลัง ยกตัวไม่ได้" ในเวลาไม่กี่วินาที ก่อนที่เครื่องบินจะดิ่งพุ่งชนอาคารที่พักอาศัย ทำให้มีผู้เสียชีวิต 241 คน และรอดชีวิตราวปาฏิหาริย์เพียง 1 คน
รายงานระบุด้วยว่า เครื่องบินอยู่สูงจากพื้นดินเพียง 400 ฟุตเท่านั้น ตอนที่เครื่องยนต์ดับทั้่ง 2 เครื่อง ทำให้กัปตันซาบาวาล กับคลีฟ คุนเดอร์ นักบินผู้ช่วย ต้องต่อสู้กับ "ระบบควบคุม" เป็นเวลา 17 วินาที ก่อนที่เครื่องบินจะพุ่งชนหอพักแพทย์ของวิทยาลัยการแพทย์บีเจ จนเกิดไฟลุกท่วม และเปลวไฟพวยพุ่งขึ้นไปบนฟ้า
ก่อนเกิดเหตุ เครื่องบินลำนี้มีกำหนดต้องบินตรงไปยังสนามบินแก็ตวิค ในกรุงลอนดอน เป็นระยะทาง 4,200 ไมล์ (ราว 6,700 กิโลเมตร) ที่ใช้เวลา 9 ชั่วโมง 50 นาที ทำให้ต้องบรรทุกเชื้อเพลิง 80-90 ตัน สำหรับการเดินทางไกล แต่กลับตกห่างจากรันเวย์เพียง 1.5 ไมล์ (ราว 2.4 กิโลเมตร) ในย่านเมกานินาการ์ ของเมืองอาห์เมดาบัด ที่มีประชากรหนาแน่นในรัฐคุชราต
เครื่องบินพุ่งชนหอพักแพทย์ของวิทยาลัยการแพทย์บีเจ (BJ Medical College) ทำให้เกิดเศษซาก ควันและไฟลอยขึ้นไปในอากาศสูงหลายร้อยฟุต และบริเวณทั้งหมดมีสภาพไม่ต่างจากเขตสงคราม ซึ่งนอกจากผู้โดยสารและลูกเรือบนเครื่องบินแล้ว ยังมีผู้เสียชีวิตบนพื้นดินอีก อย่างน้อย 50 คน และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก
ในขณะเกิดเหตุ แพทย์ นักศึกษา และเจ้าหน้าที่ของวิทยาลัยแพทย์ กำลังรับประทานอาหารกลางวันอยู่ในโรงอาหารของหอพัก เมื่อล้อลงจอดของเครื่องบินกระแทกเข้ากับโถงทางเดินจนเกิดเสียงดังสนั่น ผู้คนที่ตกใจกลัววิ่งหนีตายกันอลหม่าน
ผู้เชี่ยวชาญด้านการบิน ได้เสนอทฤษฎีที่เป็นไปได้ 2 ประการ คือ
มีความเห็นจากอดีตนักบินอาวุโส ที่เห็นด้วยกับทฤษฎีชนฝูงนก ที่คล้ายกับเครื่องบิน เชจู แอร์ (Jeju Air) ตกที่เกาหลีใต้ เมื่อเดือนธันวาคม ปีที่แล้ว เช่นเดียวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการบินที่ "University College Birmingham" ที่เสริมว่า "ในอดีต มีรายงานการชนนกหลายครั้งในบริเวณนี้ และนั่นอาจเป็นหนึ่งในความเป็นไปได้" แต่มีบางคนที่สังเกตว่า ไม่มีควันพวยพุ่งจากเครื่องยนต์ ที่ควรจะมีถ้าชนนก
ขณะที่ ผู้เชี่ยวชาญที่มหาวิทยาลัยบักกิงแฮมเชอร์ นิว (Buckinghamshire New University) ได้จับจุดสังเกตเกี่ยวกับตำแหน่งที่เห็นได้ชัดของส่วนปีก ที่เครื่องบินอาจไม่ได้ถูกตั้งค่าให้ขึ้นบินอย่างถูกต้อง ส่วนประกอบของปีกสามารถยืดออกได้ เพื่อช่วยในการยกตัว ถ้าตั้งค่าผิด อาจทำให้เครื่องบินหยุดนิ่งได้
ส่วน เทอร์รี โทเซอร์ อดีตนักบินและผู้เขียนหนังสือเรื่อง "Why planes crash" ให้ความเห็นว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นกับแฟล็ป เป็น "คำอธิบายที่สมเหตุสมผลสำหรับเครื่องบินที่ออกแบบมาดี แต่ดิ่งลงสู่พื้นในลักษณะนี้"
ข่าวล่าสุด