เพนตากอน ระบุว่า รัฐมนตรีกลาโหม ได้รับมอบเครื่องบินโบอิ้ง 747 จากกาตาร์ ตามกฎและระเบียบของรัฐบาลกลางทั้งหมด โดยจะดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่า มีการพิจารณาใช้มาตรการรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม และข้อกำหนดการปฏิบัติภารกิจสำหรับเครื่องบินที่ใช้ขนส่งสำหรับประธานาธิบดีสหรัฐฯ"
เครื่องบินรุ่นนี้ ถ้าเป็นลำใหม่ จะมีมูลค่าสูงถึง 400 ล้านดอลลาร์ ตามการประเมินของ "Cirium" บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลด้านการบินที่น่าเชื่อถือที่สุดของโลก ระบุว่า ถ้าเป็นราคามือ 2 เช่น ลำที่กาตาร์มอบให้ทรัมป์ น่าจะลดลงเหลือเพียง 1 ใน 4 แต่แม้จะมีอายุการใช้งานมานาน 13 ปี แต่ภายในได้ถูกตกแต่งอย่างหรูหรา จนได้รับฉายาว่า "พระราชวังบินได้"
แหล่งข่าวที่เกี่ยวข้อง ระบุว่า ที่จริง ข้อตกลงยังไม่แล้วเสร็จ ยังมีการดำเนินการของทีมกฎหมาย และไม่มีการเปิดเผยว่า เป็นการรับมอบในฐานะ "ของขวัญ" หรือ มีการจ่ายเงินหรือไม่
ขณะที่ ทรัมป์ ตอบคำถามเพียงว่า การที่กาตาร์มอบเครื่องบินเจ็ตให้กองทัพอากาศสหรัฐฯ "เป็นเรื่องดี "
นายกรัฐมนตรีโมฮัมเหม็ด บิน อับดุลราห์มาน บิน จัสซิม บิน เจเบอร์ อัล ธานี ของกาตาร์ ให้สัมภาษณ์ สำนักข่าว Bloomberg เมื่อวันจันทร์ (19 พฤษภาคม) ว่า
"เรื่องเครื่องบินลำนี้ เป็นธุรกรรมระหว่างกระทรวงกลาโหมกับกระทรวงกลาโหม ซึ่งดำเนินการด้วยความโปร่งใสและถูกต้องตามกฎหมาย และเป็นส่วนหนึ่งของความร่วมมือที่เรามีร่วมกันมาโดยตลอดหลายทศวรรษ"
ต่อมาเมื่อวันอังคาร (20 พฤษภาคม) มีรายงาน เฮกเซธ สั่งให้กองทัพอากาศเริ่มวางแผนดัดแปลงเครื่องบินลำนี้แล้ว ตามคำสั่งของกระทรวงกลาโหม แต่รายละเอียดที่เกี่ยวข้องกับสัญญาเป็นความลับ
เครื่องบินลำนี้ กลายเป็นเชื้อไฟในสภาคองเกรส เมื่อพรรคเดโมแครตพากันประนามว่า นี่เป็น "สินบนจากต่างชาติ"
โดย วุฒิสมาชิกชัค ชูเมอร์ ผู้นำเสียงข้างน้อยของพรรคฯ บอกว่า "วันนี้คือวันที่มืดมนของประวัติศาสตร์สหรัฐฯ เมื่อประธานาธิบดีรับของขวัญจากรัฐบาลต่างชาติ ที่เปรียบเสมือนการรับสินบนครั้งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์"
วุฒิสมาชิกเดโมแครตอีกหลายคน รวมทั้งวุฒินสมาชิกแทมมี ดั๊กเวิร์ธ ได้เตือนว่า การปรับแต่งเครื่องบินให้ปลอดภัยตามมาตรฐาน "Air Force One" อาจมีค่าใช้จ่ายสูงเกิน 1,000 ล้านดอลลาร์ และเสี่ยงต่อความมั่นคงของประเทศ
โดยวุฒิสมาชิกดั๊กเวิร์ธ ชี้ว่า สหรัฐฯ มีเครื่องบิน Air Force One อยู่แล้ว 2 ลำ ที่ใช้งานได้ดี และ "ไม่มีความจำเป็นต้องนำเครื่องบินพลเรือนมาแปลงสภาพในระดับนี้"
ขณะนี้ยังไม่แน่ชัดว่า การ "โมดิฟาย" เครื่องบินต้องใช้งบประมาณมหาศาลเพียงใด
แต่ถ้าเทียบกับโครงสร้างในปัจจุบันของ Air Force One ลำใหม่จำนวน 2 ลำ ที่เจอทั้งปัญหาล่าช้า และใช้งบทะลุ 5,000 ล้านดอลลาร์ไปแล้วนั้น การโมดิฟายเครื่องบินของกาตาร์ก็ไม่น่าจะถูกกว่าเท่าไหร่
แต่เสียงวิพากษ์วิจารณ์เหล่านี้ ไม่อาจสั่นคลอนทรัมป์ได้ เพราะเขาบอกว่า การปฏิเสธไม่รับเครื่องบินลำนี้ ถือว่า "โง่อย่างที่สุด" และกาตาร์ก็เป็นฝ่ายเสนอเครื่องบินลำนี้ให้เป็น "ของขวัญ"
แม้ว่า สหรัฐฯ จะมีกฎหมายที่มีข้อจำกัดที่เข้มงวดต่อการรับของขวัญจากรัฐบาลต่างชาติ เพื่อป้องกันผลประโยชน์ทับซ้อน หรือ การแทรกแซงจากต่างประเทศ และเครื่องบินลำนี้ก็ยังอยู่ระหว่างการตีความทางกฎหมาย
แต่ก็มีรายงานว่าเครื่องบิน ที่ปัจจุบันจอดอยู่ที่เมืองซาน อันโตนิโอ รัฐเท็กซัส มีบริษัท "L3 Harris Technologies" ได้ทำสัญญาเพื่อจัดการโมดิฟายแล้ว