"การกระทำของทรัมป์ ทำให้แขกผู้มาเยือนถึงกับ "ช็อก" เพราะเพิ่งจะคุยกันอย่างถูกคอเรื่องกอล์ฟอยู่หยกๆ"
รามาโฟซา เป็นนักการทูตที่มีประสบการณ์ ที่เคยทำหน้าที่เป็นหัวหน้าคณะผู้เจรจาของ "เนลสัน แมนเดลา" อดีตประธานาธิบดีของแอฟริกาใต้ ผู้สร้างเกียรติประวัติในฐานะ "นักเคลื่อนไหวต่อต้านการแบ่งแยกสีผิว" ในการเจรจายุติการปกครองโดยชนกลุ่มน้อยผิวขาว ซึ่งการหักมุมของทรัมป์ แทบจะปกปิดความอึดอัดใจของรามาโฟซาไม่ได้เลย
ทีมงานของทรัมป์ ยังพิมพ์บทความหลายฉบับมาให้ผู้นำแอฟริกาใต้ ได้อ่านต่อหน้ากล้อง ที่เขาบอกว่า สนับสนุนข้ออ้างที่ว่า "การฆ่าล้างเผ่าพันธุ์คนขาว" ซึ่งทรัมป์น่าจะวางแผน ใช้การพบกันในครั้งนี้ สนับสนุนข้อเรียกร้องที่ "เกินขอบเขต" ด้วยข้อกล่าวหาที่ว่า ชาวไร่ผิวขาวในแอฟริกาใต้ กำลังถูกยึดที่ดิน และถูกฆ่าเป็นจำนวนมาก เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ชาวแอฟริกาใต้ผิวขาว 59 คน เดินทางมาถึงสหรัฐฯ หลังได้รับสถานะผู้ลี้ภัยจากทำเนียบขาว
นับตั้งแต่เข้ารับตำแหน่งเมื่อเดือนมกราคม ทรัมป์ ไม่ลังเลใจเลยที่จะเปลี่ยนการพบปะของเขา ให้กลายเป็นช่วงเวลาแห่งการเผชิญหน้าในรูปแบบของปรปักษ์ในที่สาธารณะ ดังจะเห็นได้จากการโต้เถียงกับ ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครน ในเดือนกุมภาพันธ์ ที่นักวิจารณ์บางคนมองว่า เป็นกับดักที่วางแผนไว้ล่วงหน้า