เนชั่นทีวี

ข่าว

ทรัมป์สั่งวางแผนเก็บภาษีตอบโต้ชาติคู่ค้าวงกว้าง อาจมีผล เม.ย.

14 ก.พ. 2568 | jurairat

ทรัมป์สั่งวางแผนเก็บภาษีตอบโต้ชาติคู่ค้าวงกว้าง อาจมีผล เม.ย.

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ยกระดับสงครามการค้า สั่งจัดทำแผนเก็บภาษีตอบโต้กับประเทศที่เก็บภาษีกับสินค้าสหรัฐฯ ในอัตราเดียวกัน โดยหวังลดยอดขาดดุลการค้า

ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ลงนามในบันทึกช่วยจำที่มีชื่อว่า “แผนตอบโต้และความเป็นธรรม” เมื่อวันพฤหัสบดี (13 กุมภาพันธ์) ที่สั่งให้กระทรวงพาณิชย์ตรวจสอบการเก็บภาษีของประเทศต่าง ๆ ต่อสินค้าสหรัฐฯ และพิจารณามาตรการภาษีตอบโต้ ที่มีอัตราเท่าเทียมกัน ตลอดจนดำเนินมาตรการตอบโต้อื่น ๆ ที่ไม่ใช่ภาษีด้วย โดยให้เวลาตรวจสอบให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 1 เมษายน หลังจากนั้นเขาจะตัดสินใจว่าจะเริ่มบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้เมื่อใด

ทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวก่อนการลงนามในคำสั่งว่า ประเทศต่าง ๆ เก็บภาษีหรือภาษีศุลกากรกับสินค้าสหรัฐฯ เท่าใด รัฐบาลก็จะเก็บภาษีในอัตราเดียวกัน โดยจะพิจารณารวมถึงภาษีมูลค่าเพิ่ม หรือ VAT ด้วย

ทรัมป์ บอกว่า สหรัฐฯ เป็นหนึ่งในประเทศที่มีเศรษฐกิจเปิดกว้างที่สุดในโลก แต่ชาติคู่ค้ากลับปิดตลาดโดยไม่นำเข้าสินค้าสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยที่ทำให้สหรัฐฯ ขาดดุลการค้ามหาศาลอย่างต่อเนื่องทุกปี

ปัจจุบันสหรัฐฯ เก็บภาษีนำเข้าเฉลี่ยที่อัตรา 2% กับสินค้าอุตสาหกรรม ซึ่งรวมถึง รถยนต์, เสื้อผ้า, น้ำมัน และอื่น ๆ และสินค้าอุตสาหกรรมครึ่งหนึ่งนำเข้าสู่สหรัฐฯ โดยปลอดภาษี

แผนขึ้นภาษีของทรัมป์ล่าสุดพุ่งเป้าประเทศที่สหรัฐฯ มียอดขาดดุลการค้าด้วยมากที่สุด และประเทศที่เรียกเก็บภาษีนำเข้าจากสินค้าสหรัฐฯ มากกว่าสหรัฐฯ เรียกเก็บจากสินค้าของประเทศนั้น ๆ และประเทศกำลังพัฒนาที่อาจได้รับผลกระทบอย่างหนัก คือ อินเดีย, บราซิล, เวียดนาม และประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และแอฟริกา โดยประเทศเหล่านี้เรียกเก็บภาษีกับสินค้าสหรัฐฯ สูงกว่าที่สหรัฐฯ เรียกเก็บจากพวกเขา

ส่วนประเทศที่เรียกเก็บภาษี VAT และจะตกเป็นเป้าตอบโต้จากสหรัฐฯ หนักที่สุด ได้แก่ ชาติสมาชิกสหภาพยุโรป อย่าง เยอรมนี ไอร์แลนด์ และอิตาลี และสินค้าที่ประเทศเหล่านี้ส่งออกไปสหรัฐฯ มากที่สุด มีทั้ง ยาและอุปกรณ์การแพทย์, รถยนต์และชิ้นส่วนรถยนต์

ทั่วโลกมีกว่า 170 ประเทศที่เก็บภาษี VAT เพื่อสร้างรายได้ และอัตราเฉลี่ยทั่วโลกอยู่ที่ราว 15% โดยในเอเชียมีค่าเฉลี่ยที่ 12% และในยุโรป 20%

ขณะที่นักวิเคราะห์ตั้งข้อสังเกตว่า มาตรการภาษีตอบโต้ของสหรัฐฯ อาจถูกใช้เป็นเพียงไพ่ต่อรอง และอาจไม่รุนแรงและไม่เกิดขึ้นทันทีอย่างที่วิตก แต่คำขู่ก็อาจสร้างความไม่แน่นอน ที่ยิ่งทำให้บรรยากาศการลงทุนซบเซาได้ และอาจทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ ต้องชะลอการลดอัตราดอกเบี้ยไว้ก่อน และผู้เชี่ยวชาญกังวลว่า การขึ้นภาษีของทรัมป์จะนำไปสู่สงครามการค้าระดับโลก ที่จะทำให้ราคาสินค้าแพงขึ้น ส่งผลกระทบต่อชาวอเมริกันในที่สุด

ข่าวล่าสุด