และนายกรัฐมนตรีจัสติน ทรูโด ของคนาดา ประกาศเตรียมเก็บภาษีนำเข้า 25% กับสินค้าสหรัฐฯ รวมมูลค่า 155,000 ล้านดอลลาร์ โดยจะเริ่มเก็บภาษีกับสินค้า 30,000 ล้านดอลลาร์ตั้งแต่วันที่ 4 กุมภาพันธ์ และสินค้าอีก 125,000 ล้านดอลลาร์ภายใน 21 วัน
สินค้าที่ได้รับผลกระทบมีทั้งเบียร์, ไวน์, เบอร์เบิน, ผลไม้และน้ำผลไม้, ผัก, น้ำหอม, เสื้อผ้าและรองเท้า และเครื่องใช้ครัวเรือน, เครื่องกีฬาและเฟอร์นิเจอร์ รวมไปถึงไม้และพลาสติก
นอกจากนี้แคนาดาจะพิจารณาดำเนินมาตรการตอบโต้ที่ไม่ใช่ภาษีที่จะส่งผลกระทบต่อแร่ธาตุและการจัดซื้อจัดจ้าง แต่ทรูโดยังไม่ได้ให้รายละเอียด ขณะที่ชี้แจงด้วยว่า มีเฟนทานิลเพียงไม่ถึง 1% เข้าสู่สหรัฐฯ ผ่านทางแคนาดา
และกระทรวงพาณิชย์ของจีน ระบุว่า มาตรการขึ้นภาษีของทรัมป์เป็นการละเมิดข้อบังคับขององค์การการค้าโลก หรือ WTO อย่างร้ายแรง และจะยื่นฟ้องร้องต่อ WTO รวมถึงจะดำเนินมาตการตอบโต้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ของจีน แต่ยังไม่ระบุรายละเอียด นอกจากนี้กระทรวงต่างประเทศของจีน บอกว่า มาตรการขึ้นภาษีเป็นวิธีที่ไม่สร้างสรรค์ และจทำลายความพยายามของสองประเทศเพื่อต่อสู้กับยาเสพติด และจีนจะยังคงให้การสนับสนุนการแก้ปัญหานี้ แต่ย้ำว่า เฟนทานิลเป็นปัญหาของสหรัฐฯ
นอกจากนี้คัตสึโนบุ กาโตะ รัฐมนตรีคลังของญี่ปุ่น แสดงความกังวลอย่างมากว่า การขึ้นภาษีของทรัมป์ครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจโลกอย่างไร และญี่ปุ่นจำเป็นต้อตรวจสอบนโยบายและผลกระทบที่ตามมา และเตรียมพร้อมมาตรการที่เหมาะสม เช่นเดียวกับชอย ซาง มก รักษาการประธานาธิบดีของเกาหลีใต้ สั่งให้หน่วยงานรัฐบาลเฝ้าจับตาผลกระทบจากการขึ้นภาษีของทรัมป์ต่อบริษัทและเศรษฐกิจของเกาหลีใต้