การเจรจาข้อตกลงเฟสสองกำหนดจัดขึ้นในวันที่ 16 นับจากข้อตกลงหยุดยิงเฟสแรกที่มีระยะเวลา 6 สัปดาห์เริ่มมีผลบังคับเมื่อวันที่ 19 มกราคม และทั้งสองฝ่ายปฏิบัติตามข้อตกลงโดยฮามาสปล่อยตัวประกันแล้ว 18 ราย ซึ่งรวมถึงคนไทย 5 คน และอิสราเอลปล่อยนักโทษและผู้ต้องขังชาวปาเลสไตน์รวม 583 คน โดยคาดหวังว่า การเจรจาจะสามารถบรรลุข้อตกลงเฟสสองและเฟสสาม ที่จะนำไปสู่การยุติสงครามที่ยืดเยื้อกว่า 15 เดือนได้อย่างยั่งยืน
แต่ก่อนกำหนดการพบปะกับผู้นำอิสราเอลเพียงไม่กี่วัน ทรัมป์เพิ่งเสนอว่าจะเก็บกวาดฉนวนกาซา และย้ายชาวปาเลสไตน์ราว 1.5 ล้านคนไปยังอียิปต์และจอร์แดน ทำให้มีเสียงประณามอย่างกว้างขวางว่าเป็นความพยายามบังคับย้ายถิ่นฐานและกำจัดกลุ่มชาติพันธุ์ และรัฐมนตรีต่างประเทศของชาติอาหรับบางประเทศออกแถลงการณ์ร่วมกันล่าสุดว่าคัดค้านการบังคับย้ายถิ่นฐานชาวปาเลสไตน์
ขณะเดียวกันทำเนียบรัฐบาลอิสราเอลออกแถลงการณ์ในวันเสาร์ว่า นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีกลาโหมได้แต่งตั้ง อียาล ซามีร์ เป็นเสนาธิการทหารคนใหม่ แทนเฮอร์ซี ฮาเลวี ที่ประกาศเมื่อวันที่ 21 มกราคมว่า เขาจะลาออกจากตำแหน่งในวันที่ 6 มีนาคมเพื่อรับผิดชอบต่อความหละหลวมของการรักษาความมั่นคงครั้งใหญ่ในวันที่ 7 ตุลาคม 2566 ที่กลุ่มฮามาสบุกโจมตีอิสราเอล และคร่าชีวิตชาวอิสราเอลราว 1,200 ราย และจับตัวประกันกว่า 250 คน
ฮาเลวีประกาศไว้ว่า เขาจะสอบสวนเรื่องความบกพร่องของกองทัพในเหตุการณ์โจมตีครั้งนองเลือดที่สุดในประวัติศาสตร์อิสราเอลให้แล้วเสร็จ และเสริมความพร้อมของกองทัพเพื่อรับความท้ทายด้านความมั่นคงในอนาคต