เขาตำหนิอียูที่ฟ้องร้องดำเนินคดีผูกขาดตลาดกับบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ และปฏิบัติทางการค้าต่อสหรัฐฯ อย่างไม่เป็นธรรม นอกจากนี้เขาโจมตีแคนาดาที่ได้เปรียบดุลการค้ากับสหรัฐฯ มหาศาล และบอกว่า จะไม่ยอมให้เกิดขึ้นอีก พร้อมทั้งบอกด้วยว่า หากแคนาดายอมเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ สหรัฐฯ ก็ไม่ขาดดุลการค้า และจะไม่เก็บภาษีจากสินค้านำเข้าของแคนาดา
เมื่อเร็ว ๆ นี้ ทรัมป์ประกาศจะขึ้นภาษีศุลกากร 25% กับสินค้าจากเม็กซิโกและแคนาดา โดยจะเริ่มมีผลในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ และอาจขึ้นภาษีกับสินค้าจีน 10% แม้เขาเคยขู่ช่วงหาเสียงว่าอาจขึ้นภาษีกับสินค้าจีน 60%
เขายังบอกต่อที่ประชุมถึงผลการสนทนาทางโทรศัพท์กับเจ้าชายโมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดิอาระเบียเมื่อวันพุธ ซึ่งเป็นการสนทนากับผู้นำต่างชาติคนแรกหลังรับตำแหน่ง และบอกว่า มีข่าวว่าซาอุดิอาระเบียจะลงทุนอย่างน้อย 600,000 ล้านดอลลาร์ในอเมริกา และเขาจะโน้มน้าวให้เพิ่มการลงทุนเป็น 1 ล้านล้านดอลาร์ รวมทั้งจะขอให้ซาอุดิอาระเบียและกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมันหรือโอเปก ลดราคาน้ำมันลง และอ้างด้วยว่า หากราคาน้ำมันลดลง สงครามระหว่างรัสเซียและยูครนจะยุติทันที
เขายังเปรียบเทียบด้วยว่า สงครามในยูเครนเหมือนทุ่งสังหาร โดยอ้างว่า มีทหารเสียชีวิตหลายล้านนาย และบอกด้วยว่าอยากพบกับประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน เพื่อเจรจาหาทางยุติสงคราม
ผู้ร่วมประชุมแสดงความรู้สึกแตกต่างกันเกี่ยวกับทรัมป์ โดยแอกเนส คัลลามาร์ด เลขาธิการแอมเนสตี อินเตอร์แนชันแนล บอกว่า ทรัมป์มีวิสัยทัศน์เกี่ยวกับอเมริกาเด่นชัดมาก ๆ แต่ขาดวิสัยทัศน์สำหรับส่วนอื่น ๆ ของโลก และ 4 ปีจากนี้จะเต็มไปด้วยความยากลำบากอย่างสุดโต่งทั้งต่อผู้อพยพ กลุ่มข้ามเพศ และผู้เห็นต่างทางการเมือง