ซีบีเอส นิวส์ รายงานอ้างเอกสารบันทึกช่วยจำภายในรัฐบาลสหรัฐฯ ว่า เจ้าหน้าที่ในรัฐบาลของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กำลังพิจารณาจัดส่งทหารมากถึง 10,000 นาย ไปยังชายแดนระหว่างสหรัฐฯ และเม็กซิโก และใช้ฐานทัพของกระทรวงกลาโหมเพื่อกักตัวผู้อพยพที่รอการเนรเทศ โดยเป็นส่วนหนึ่งแผนการกวาดล้างผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย
ประธานาธิบดีทรัมป์ ลงนามในคำสั่งฝ่ายบริหารในวันที่สาบานตนรับตำแหน่งเมื่อวันจันทร์ โดยประกาศภาวะฉุกเฉินแห่งชาติตลอดชายแดนภาคใต้ และสั่งกระทรวงกลาโหมจัดหาทหารและทรัพยากร เพื่อสนับสนุนกิจกรรมของกระทรวงความมั่นคงแห่งมาตุภูมิ ในการควบคุมชายแดนอย่างเบ็ดเสร็จ และแนะนำให้กองทัพสร้างเครื่องกีดขวางบริเวณพรมแดนเพื่อขับไล่ผู้อพยพ
และเมื่อวันพุธแคโรไลน์ ลีฟวิตต์ โฆษกทำเนียบขาว แถลงว่า ประธานาธิบดีเซ็นคำสั่งฝ่ายบริหารอีกฉบับให้ส่งทหารอีก 1,500 นาย ไปเสริมที่ชายแดนภาคใต้ ซึ่งปัจจุบันมีทหารประจำการ 2,500 นาย ภายใต้คำสั่งจากรัฐบาลกลาง ที่ผ่านมารัฐเท็กซัสและอีกบางรัฐได้ส่งทหารรักษาดินแดนของรัฐไปควบคุมชายแดนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา และตั้งรั้วลวดหนามเพื่อสกัดกั้นผู้อพยพลักลอบข้ามพรมแดน
ทหารราว 1,500 นาย จะถูกส่งไปพร้อมเฮลิคอปเตอร์ที่ชายแดนรัฐแคลิฟอร์เนียและรัฐเท็กซัส แต่ทหารจะไม่ร่วมปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายฝ่ายพลเรือนโดยจะช่วยเหลือภารกิจของหน่วยงานศุลกากรและปกป้องชายแดน หรือ CBD และตั้งรั้วปิดกั้นชายแดนเพื่อสกัดกั้นการลอบข้ามพรมแดน
เอกสารช่วยจำระบุด้วยว่า รัฐบาลวางแผนขยายศูนย์กักกันของสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากร หรือ ICE ที่เป็นหน่วยงานสำคัญสนองนโยบายเนรเทศผู้ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมายครั้งใหญ่ของทรัมป์ และ ICE ต้องการศูนย์กักกันเพิ่มอีก 14 แห่ง โดย10 แห่ง สามารถรองรับแห่งละ 1,000 คน และอีก 4 แห่ง รองรับแห่งละ 10,000 คน