ชุดสอบสวนยังแกะรอยการเดินทางของผู้ต้องสงสัย ซึ่งรวมถึงการขึ้นรถโดยสารไปนิวยอร์กก่อนก่อเหตุยิงสังหาร และการพักที่โฮสเทล รวมทั้งตรวจสอบภาพกล้องวงจรปิดช่วงหลงก่อเหตุด้วย ซึ่งมือปืนข้ามถนนแล้วหนีเข้าซอยไป และขี่จักรยานไฟฟ้า มุ่งหน้าไปเซ็นทรัลพาร์ค
สื่อรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ว่า มือปืนใช้ใบขับขี่ปลอมของรัฐนิวเจอร์ซีตอนเข้าพักที่โฮสเทลเมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายน และพนักงานของโฮสเทลจำได้ว่า เคยเห็นชายคนที่สวมแจ็กเก็ตมีฮูดคล้ายกับภาพมือปืน และเขาแทบไม่เคยลดหน้ากากลงหรือถอดฮูดออก และพนักงานหญิงของโฮสเทลคนหนึ่ง บอกกับเจ้าหน้าที่ว่า เธอขอให้ชายคนนั้นลดหน้ากากลงขณะพูดคุยกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่บอกว่า ช่วงเวลาดังกล่าวทำให้ได้ภาพใบหน้าคนร้ายขณะยิ้มกรุ้มกริ่ม
ตำรวจตั้งเงินรางวัลนำจับ 10,000 ดอลลาร์ แก่ผู้แจ้งเบาะแสที่นำไปสู่การจับกุมตัวมือปืน และกำลังตรวสอบภูมิหลังและการใช้งานโซเชียลมีเดียเพื่อหาเบาะแส
ขณะที่ตำรวจยังไม่ทราบสาเหตุจูงใจของมือปืนที่ก่อเหตุยิงสังหารนายทอมป์สันอย่างอุกอาจ แต่เชื่อว่า เป็นการลงมือโดยเจาะจงและวางแผนไว้ล่วงหน้า โดยพบว่าเขาตั้งใจดักรอทอมป์สันที่นอกโรงแรม และก่อเหตุยิงขณะทอมป์สันเดินมุ่งหน้าไปโรงแรมเพื่อเข้าร่วมการประชุมประจำปีของนักลงทุนของบริษัท ด้านภรรยาของทอมป์สัน เปิดเผยว่า สามีเคยเล่าว่ามีบางคนข่มขู่เขา แต่เธอไม่รู้รายละเอียด
ทอมป์สัน วัย 50 ปี อาศัยอยู่ในรัฐมินนิโซตา และได้รับแต่งตั้งเป็นซีอีอีของยูไนเต็ดเฮลท์แคร์ในปี 2564 และเมื่อเดือนพฤษภาคมเขาถูกยื่นฟ้องข้อหาฉ้อโกงและซื้อขายหลักทรัพย์โดยใช้ข้อมูลภายในบริษัทอย่างผิดกฎหมาย
ขณะที่บริษัทรักษาความปลอดภัยแก่นักธุรกิจแสดงความประหลาดใจที่ทอมป์สันไม่มีบอดีการ์ดติดตามเขาขณะไปที่โรงแรมในวันเกิดเหตุ