svasdssvasds
เนชั่นทีวี

ต่างประเทศ

'สี จิ้นผิง' เยือนซาอุฯ จับมือยืนตรงข้ามกับสหรัฐฯ

06 ธันวาคม 2565
218

นับเป็นการสิ้นสุดการรอคอย เมื่อมหาอำนาจแห่งฝั่งตะวันออกจะไปพบผู้ผลิตน้ำมันรายใหญ่ที่สุดของโลก และทั้งสองชาติยังได้ชื่อว่ากำลังยืนอยู่คนละขั้วกับสหรัฐฯ ที่อาจจะสายเกินไปสำหรับการฟื้นฟูความสัมพันธ์ไม่ว่ากับชาติใดก็ตาม

 

 

แหล่งข่าวทางการทูตของอาหรับและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของอาหรับ 2 คน ได้ยืนยันว่าประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน จะเดินทางเยือนซาอุดิอาระเบียอย่างเป็นทางการเป็นเวลา 2 วัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 6 ธันวาคม ในขณะที่ทั้งสองประเทศมีความสัมพันธ์ในระดับตึงเครียดกับสหรัฐฯ ซึ่งการเยือนกรุงริยาร์ดของประธานาธิบดีสี จะรวมถึงการเข้าร่วมการประชุมสุดยอดจีน-อาหรับ ที่คาดว่าจะมีประมุขของอาหรับอย่างน้อย 14  ประเทศ และการประชุมจีนกับกลุ่มประเทศความร่วมมือแห่งอ่าวอาหรับ (Gulf Cooperation Council) หรือ GCC 

 

'สี จิ้นผิง' เยือนซาอุฯ จับมือยืนตรงข้ามกับสหรัฐฯ

 

การเยือนครั้งนี้ถูกมองว่าเป็น "ก้าวสำคัญ" บนความสัมพันธ์ระหว่างซาอุดิอาระเบียกับจีน หลังข่าวลือสะพัดมาหลายเดือน เพียงแต่รัฐบาลของทั้งสองประเทศยังไม่ได้ยืนยันอย่างเป็นทางการ แต่เมื่อสัปดาห์ที่แล้วรัฐบาลซาอุดิอาระเบียได้ส่งแบบฟอร์มการลงทะเบียนไปให้ผู้สื่อข่าว เพื่อทำข่าวการประชุมสุดยอด แต่ไม่ได้ยืนยันกำหนดวัน และรัฐบาลซาอุดิอาระเบียไม่ยอมให้ข้อมูลสื่อตะวันตกรวมทั้ง CNN ไม่ว่าจะเป็นการเยือนของผู้นำจีนหรือแผนการประชุมอื่น ๆ 

 

การเยือนซาอุดิอาระเบียของประธานาธิบดีสี ถือได้ว่าเป็นการสิ้นสุดการรอคอยอันยาวนาน ท่ามกลางความไม่ลงรอยระหว่างสหรัฐฯ กับจีนและซาอุดิอาระเบียหลายเรื่อง ส่งผลให้ความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับซาอุดิอาระเบียแน่นแฟ้นขึ้น 

 

'สี จิ้นผิง' เยือนซาอุฯ จับมือยืนตรงข้ามกับสหรัฐฯ

 

 

ความร้าวฉานระหว่างสหรัฐฯ กับซาอุดิอาระเบีย

 

- ความสัมพันธ์ระหวางสหรัฐฯ กับซาอุดิอาระเบีย ที่ขึ้นไปอยู่จุดที่ร้อนแรงที่สุดคือเรื่อง การผลิตน้ำมัน ที่มีทั้งวิวาทะและข้อกล่าวหาทางการค้า เมื่อกลุ่มพันธมิตร OPEC+ นำโดยซาอุดิอาระเบีย ลดการผลิตน้ำมันลง 2 ล้านบาร์เรลต่อวัน เพื่อพยายาม "รักษาเสถียรภาพ" ของราคา แม้สหรัฐฯ จะพยายามต่อต้านอย่างหนักก็ตาม 

- แม้จะเป็นพันธมิตรรายใหญ่ที่สุดของสหรัฐฯ ในตะวันออกกลาง และยืนหยัดเข้าข้างมานานถึง 80 ปี แต่ผลตอบแทนที่ซาอุดิอาระเบียได้รับคือ "ความเจ็บใจ" ที่รวมทั้งการลด "สถานะด้านความมั่นคง" ของสหรัฐฯ ในภูมิภาค โดยเฉพาะช่วงที่ซาอุดิอาระเบียเผชิญภัยคุกคามจากอิหร่านและหุ่นเชิดติดอาวุธของอิหร่านในเยเมน 

 

'สี จิ้นผิง' เยือนซาอุฯ จับมือยืนตรงข้ามกับสหรัฐฯ

 

ความขัดแย้งระหว่างจีนกับสหรัฐฯ 

 

- มหาอำนาจทางเศรษฐกิจแห่งตะวันออกอย่างจีน ต้องมีปัญหารบกวนใจกับสหรัฐฯ เรื่องไต้หวัน ที่ประธานาธิบดีโจ ไบเดน คอยตอกย้ำด้วยคำสัญญาที่ว่าจะ "ปกป้อง" ถ้าจีนโจมตี กลายเป็นประเด็นซับซ้อนและซ้ำเติมความสัมพันธ์ที่ล่อแหลมระหว่างสหรัฐฯ กับจีน ที่กำลังแย่งกันเข้าไปมีอิทธิพลในตะวันออกกลางที่ผันผวนอยู่แล้ว 

 

'สี จิ้นผิง' เยือนซาอุฯ จับมือยืนตรงข้ามกับสหรัฐฯ

 

 

ในขณะที่บรรดาพันธมิตรในอ่าวอาหรับของสหรัฐฯ พากันกล่าวหาสหรัฐฯ ที่ล้มเหลวในการรับประกันความมั่นคงในภูมิภาคตะวันออกกลาง จีนได้เร่ง "กระชับ" ความสัมพันธ์กับประเทศอาหรับเหล่านี้ รวมทั้งศัตรูของสหรัฐฯ เช่น อิหร่านและรัสเซียด้วย จีนและซาอุดิอาระเบียยังมีจุดยืนที่ขัดแย้งกับตะวันตกในประเด็นสงครามยูเครนด้วย โดยต่างก็ไม่เห็นด้วยกับการใช้มาตรการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยเฉพาะซาอุดิอาระเบียที่ยืนกรานว่ารัสเซียเป็นหุ้นส่วนสำคัญด้านพลังงาน และการตัดสินใจใด ๆ ต้องปรึกษากลุ่ม OPEC+ ก่อน ขณะที่การตัดสินใจลดการผลิตน้ำมันของกลุ่ม OPEC+ เมื่อเดือนที่แล้ว ทำให้ซาอุดิอาระเบียถูกสหรัฐฯ กล่าวหาว่าเข้าข้างรัสเซีย และช่วยเหลือประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ทำสงครามในยูเครน ซึ่งซาอุดิอาระเบียได้ปฏิเสธว่าไม่ได้เข้าข้างและไม่ได้ช่วยเหลือด้านอาวุธแก่รัสเซีย 

 

'สี จิ้นผิง' เยือนซาอุฯ จับมือยืนตรงข้ามกับสหรัฐฯ

 

เมื่อเดือนตุลาคมประธานาธิบดีไบเดนบอกว่า "จะคิดทบทวน" ความสัมพันธ์กับซาอุดิอาระเบีย และเขาก็พยายามทำแล้วตอนที่ไปเยือนกรุงริยาร์ดเมื่อเดือนกรกฎาคม เพื่อหวังให้ช่วยทำให้ราคาน้ำมันลดลง จากที่เคยประกาศสมัยหาเสียงเลือกตั้งว่า จะทำให้ซาอุดิอาระเบียกลายเป็น "รัฐนอกคอก" ทั้งยังประณามมกุฎราชกุมารโมฮัมหมัด บิน ซัลมาน นายกรัฐมนตรี กรณีการฆาตกรรมจามาล คาช็อกกี ผู้สื่อข่าวชาวซาอุดิอาระเบียของวอชิงตัน โพสต์ ที่สถานทูตซาอุดิอาระเบียในนครอิสตันบูลของตุรกี 

 

แต่การพบกันครั้งที่มีการชนกำปั้นกันและเป็นข่าวพาดหัวไปทั่วโลก "ไม่ได้ช่วยอะไร" ไม่มีการผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้น มีแต่ความตึงเครียดเท่านั้นที่เพิ่มระดับขึ้นเรื่อย ๆ 

 

'สี จิ้นผิง' เยือนซาอุฯ จับมือยืนตรงข้ามกับสหรัฐฯ