"มิน อ่อง หล่าย" พบ "ปูติน" ครั้งแรกหลังรัฐประหาร
07 ก.ย. 2565 | apirak_pra

"มิน อ่อง หล่าย" ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เข้าพบ ปธน.ปูติน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทำรัฐประหาร นับเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศที่กำลังถูกคว่ำบาตรจากประชาคมโลก
ข่าว
07 ก.ย. 2565 | apirak_pra

"มิน อ่อง หล่าย" ผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เข้าพบ ปธน.ปูติน เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ทำรัฐประหาร นับเป็นการกระชับความสัมพันธ์ของทั้ง 2 ประเทศที่กำลังถูกคว่ำบาตรจากประชาคมโลก
พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ผู้บัญชาการทหารสูงสุดและผู้นำรัฐบาลทหารเมียนมา เข้าพบกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ผู้นำรัสเซีย นอกรอบการประชุมเศรษฐกิจภูมิภาคตะวันออก (อีอีเอฟ) ครั้งที่ 7 ที่เมืองวลาดิวอสตอค นับเป็นสัญญาณบ่งชี้ถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างสองประเทศที่ถูกคว่ำบาตรจากประชาคมโลก
“ความสัมพันธ์ของเรากำลังพัฒนาไปในทางบวก” สำนักข่าว อาร์ไอเอ ของรัสเซีย อ้างคำพูดของ ปธน.ปูติน ระหว่างการพูดคุยครั้งนี้ ซึ่งถือเป็นการฉลองครบรอบ 75 ปีของความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างทั้ง 2 ประเทศ
สำหรับ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ซึ่งเข้ายึดอำนาจจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของเมียนมา เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 ได้มาเยือนรัสเซียเป็นครั้งที่สองนับตั้งแต่การทำรัฐประหาร ขณะที่ ปธน.ปูตินเป็นผู้นำต่างชาติคนที่สองที่พบกับ พล.อ.มิน อ่อง หล่าย นับตั้งแต่การยึดอำนาจของกองทัพ
ประเทศเมียนมาตกอยู่ในภาวะวิกฤตจากการทำรัฐประหาร ซึ่งจุดชนวนให้เกิดการประท้วงครั้งใหญ่และการเคลื่อนไหวของประชาชนทั่วประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากกว่า 2,000 คนในการปราบปรามฝ่ายตรงข้าม และการที่รัฐบาลปฏิเสธที่จะปฏิบัติตามแผนระดับภูมิภาคเพื่อยุติความรุนแรง ทำให้เกิดการคว่ำบาตรจากนานาชาติ ส่งผลกองทัพจำเป็นต้องเร่งมองหาและกระชับความสัมพันธ์ระยะยาวกับพันธมิตรเช่นรัสเซีย
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลรัสเซียก็ตกอยู่ภายใต้แรงกดดันจากนานาชาติเช่นกัน จากการใช้กำลังทางทหารเข้ารุกรานยูเครนที่เริ่มขึ้นเมื่อ 6 เดือนก่อน
"โกลบอล นิว ไลท์ ออฟ เมียนมา" สื่อของรัฐบาลเมียนมา กล่าวว่า พล.อ.มิน อ่อง หล่าย ได้พบกับ อันตอน โคเบียคอฟ ที่ปรึกษาของ ปธน.ปูติน ในคืนวันอังคารที่ผ่านมา (6 ก.ย.) โดยมี อเล็กซานเดอร์ โฟมิน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหมของรัสเซีย และนายทหารอาวุโสจากเมียนมาเข้าร่วมด้วย
ทั้งสองประเทศหารือกันเรื่องการสร้างความสัมพันธ์ในฐานะพันธมิตรที่ดีระหว่างรัสเซียและเมียนมา และยังครอบคลุมถึงความร่วมมือทางเศรษฐกิจในวงกว้าง รวมถึงเที่ยวบินตรงระหว่างสองประเทศเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและการค้าน้ำมันและก๊าซ ซึ่งเมียนมาได้ประกาศเมื่อเดือนสิงหาคมว่ามีแผนนำเข้าน้ำมันเชื้อเพลิงของรัสเซียเพื่อบรรเทาวิกฤตพลังงานในประเทศ และในการพบกันครั้งนี้ ผู้นำเมียนมาได้บอกกับ ปธน.ปูตินด้วยว่า เมียนมาพร้อมที่จะจ่ายค่านำเข้าเชื้อเพลิงจากรัสเซียด้วยเงินสกุลรูเบิล อีกด้วย