ทางด้าน หาญส์ ภักดีหาญส์ หิมะทองคำ สามีของปู มัณฑนา กล่าวว่า คำแรกที่ต้องพูดคนเรามีหนี้ก็ต้องใช้อยู่แล้ว เพียงแต่ว่า วงเงินนี้เค้าลงไว้ 2,000,000 กว่าบาท อย่าเรียกว่าเป็นคดีเพราะนี่ไม่ใช่คดี เป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้น จริงๆแล้วสามารถที่จะประนีประนอมที่สถานีตำรวจ ด้วยพนักงานสอบสวนได้ ถ้าไม่ได้ค่อยว่ากัน
ตนก็เพิ่งมาทราบจากคุณปู หลังทราบเรื่องก็ ได้มีการแต่งตั้งบริษัทให้ดูแลเรื่องเงินทั้งหมด ที่ผ่านมา พยายามทั้งโทร ทั้ง LINE หาคุณลูกหมีก็ไม่รับ ไม่ตอบ ส่วนตัวยืนยันว่า ไม่เคยคุยกับคุณลูกหมีเกิน 10 คำ แต่คุณลูกหมีกลับมีการแอด LINE เพื่อส่งบันทึกประจำวันมาให้ แต่ตนก็ไม่ได้อ่าน
ส่วนข้อมูลที่คุณลูกหมี ออกมาพูดในการแถลงข่าว และรายการเป็นการพูดให้ตัวเองดูดี พูดว่าไม่มีดอกเบี้ย ไม่เคยเรียกดอกเบี้ย แต่อย่างที่ทนายประมาณได้ชี้แจงผ่านหลักฐานแช็ต มีการเรียกขอดอกเบี้ยที่ละ 1,000-2,000บาท แบบนี้ไม่เรียกดอกเบี้ย ให้เรียกว่าอะไร หรือถ้าเป็นการลงทุน บอกตนหน่อยว่า ลงทุนอะไร ตนจะได้เอาไปลงทุนบ้าง แต่กลับเอาไปบอกคนอื่นว่า ตนคิดดอกเบี้ยไม่เป็น จะรับผิดชอบเรื่องนี้ยังไง
นายหาญส์ ยังคงเผยมุมมองอีกว่า การที่คุณลูกหมีทำแบบนี้เป็นการ หิวแสงหรือเปล่าไม่มั่นใจ ทำไมไม่ดูตัวเอง รุ่นพี่ผม เพื่อนผม ก็ยังมีงานกันเยอะแยะทุกคน ต้องดูตัวคุณเองว่า เป็นคนแบบไหนอย่างไร ผู้หลักผู้ใหญ่ถึงไม่จ้างงานคุณ และที่โมโหที่สุดคือ นอกจากคุณปู แล้วคนที่ได้รับผลกระทบมากที่สุดคือลูกสามคน คนแรก บรรลุนิติภาวะแล้ว อีกสองคนยัง เรียนอยู่ วันนั้นไปงานจบ ม. 6 มีคนตะโกนมาเลย “เฮ้ยเสื้อสีแดง แม่จ่ายเงินยัง” คุณคิดว่า ผมจะคิดอย่างไร
ตระกูลหิมะทองคำของผม มีคนในตระกูล 200 - 300 คน ได้รับความเสื่อมเสียขนาดไหนกับเรื่องนี้ ถ้าเกิดวันนี้ ภรรยาผมไม่มีงานขึ้นมา เพราะเรื่องที่ลูกหมีไปพูดแล้วเป็นความเท็จ จะรับผิดชอบอย่างไร ตระกูลผมเสียหาย การทำแบบนี้มันเหมือนการกรีดหัวใจ มันจะเป็นแผลเป็นไปจนวันสุดท้ายของชีวิต แม้แต่สุดท้ายได้ขึ้นศาล หากศาลตีความหมายว่า ความเจ็บปวดว่าตีได้เป็นจำนวน 10 ล้านบาท ก็จะจัดการ และที่เหลือก็จะเอาไปบริจาคในนาม มูลนิธิหิมะทองคำ ดังนั้นที่หลายคนลงที่เขียนไม่ต้องลบ เพราะผมได้ให้เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องเก็บหลักฐานไว้หมดแล้ว จะไล่ฟ้องให้หมดเตรียมเงินไว้เลย ยืนยันว่า วันนี้เตรียมแจ้งความ และฟ้องเริ่มจากการรายการหลัก ๆ
ขณะที่ ปู มัณฑณา ชี้แจงถึงประเด็นดังกล่าวว่า สำหรับเงินจำนวนที่ยืมลูกหมีมานั้น จะคืนให้อย่างแน่นอน ส่วน ระยะเวลาในการคืนนั้น ยังไม่ได้มีการพูดคุยกัน หากคุณลูกหมี ขอให้คืนในวันนี้ ก็พร้อมที่จะคืน แต่ทุกสิ่งทุกอย่างที่เขาทำกับปู กับลูกปู กับครอบครัวปู เรื่องนี้ยังไม่ได้คุยกัน แต่เรื่องเงิน ยอดหนี้ที่ค้างอยู่ อย่างไรก็ต้องใช้อยู่แล้ว ไม่เคยบอกเขาว่าจะไม่คืน
ส่วนจุดเริ่มต้นของเรื่องนี้คือ ด้วยความที่เป็นคนแวดวงเดียวกัน ก็มักจะรู้จักและพูดคุยกัน ปรึกษาปัญหาชีวิตว่า ลูกหมีไม่ค่อยมีงาน งานที่สอนเด็กเดินแบบ ก็มีนักเรียนมาเรียนแค่ 2 - 3 คน มีภาระต้องเลี้ยงดูครอบครัวอีก มีรายได้จากการนำเงินไปปล่อยให้ร้ายแว่นแห่งหนึ่ง ต่อมาร้านแว่นดังกล่าวไม่ยอมใช้หนี้ จนมีเรื่องราวแจ้งความกันไปก่อนหน้านี้ พร้อมกับพูดว่า หากตนมีงานอะไร ก็สามารถพูดคุยติดต่อกันได้
ตนจึงคุยกับลูกหมีว่า สนใจที่จะร่วมลงทุนกับเพื่อนตนหรือไม่ เพราะเพื่อนตนทำธุรกิจเกี่ยวกับกระเป๋า แต่ลูกหมีอ้างว่าไม่ได้อยากคุยธุรกิจกับเพื่อนของตนโดยตรง แต่ลูกหมีอยากจะคุยกับตนมากกว่า หลังจากนั้นตนจึงได้มีการนำเงินในส่วนดังกล่าวไปให้เพื่อน เพื่อลงทุนในธุรกิจกระเป๋า โดยมีการจ่ายดอกเบี้ยในกับลูกหมี มีการยืม และมีการคืนให้ตาม Statement ที่ทนายชี้แจงไปก่อนหน้านี้
ส่วนเรื่องเช็คเด้งนั้น ฝั่งลูกหมีเป็นคนขอเองว่า ขอเช็คพี่ปูค้ำประกันเพื่อความสบายใจได้หรือไม่ เราจึงให้เช็คดังกล่าวไป ไม่ว่าฝั่งลูกหมีจะขอให้ทำอะไร หรือเซ็นอะไร แม้แต่เป็นลายเซ็นในกระดาษเปล่า ทั้งที่ไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่า จะเขียนเขียนเนื้อหาอะไร ทั้งนี้ตนเองจริงใจกับลูกหมี หาเงินให้ลูกหมี ในห้วงเวลา 4 เดือน กว่า 6 แสนบาท แต่เขากลับมาทำครอบครัว และลูกแบบนี้ มองว่ามันไม่ได้
นอกจากนี้ยังพบว่า ลูกหมี มีการไปพูดคุยกับพรรคการเมืองหลายพรรคมาก รวมทั้งพรรคการเมืองของสามีตนด้วยว่า เมียของหาญส์ หิมะทองคำ เซ็นเช็คเด้งจำนวน 2 ล้านบาท จนเจ้านายสามี และนักการเมืองโทรศัพท์มาสอบถาม และหลายคนเอาเรื่องนี้ไปนินทากันให้แซด ทำให้ในช่วง 2 เดือนที่ผ่านมา ตนเข้า รพ.ถึง 5 ครั้ง น้ำหนักลดลงไปกว่า 6 กม. อีกทั้งต้องกินยาเยอะและต้องไปพบจิตแพทย์ด้วย ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเพราะเขา
ใครที่ทำอะไรไว้กับปู จะไล่ดำเนินคดีให้หมด และเวรกรรมมันมีจริง
"ลูกหมี" ยันไม่ได้เป็นคนเรียกดอกเบี้ย ไม่สนใจจะเอาเงินไปทำอะไรแต่ยืมเงินไปต้องคืน
ภายหลัง ปู มัณฑนา ได้มีการแถลงข่าว ทนายเดชา และลูกหมี ได้ออกมาให้สัมภาษณ์พบว่า ลูกหมีได้มีการคำนวณยอดหนี้ทั้งหมด อยู่ที่ 1,800,000 บาท แต่ฝั่ง ปู มัณฑนา ได้มีการมีการยื่นข้อเสนอที่ 1,400,000 บาท แต่ล่าสุดตัวเลขที่เจรจาไกล่เกลียอยู่ที่ 1,600,000 บาท ตอนนี้อยู่ระหว่างรอไกล่เกลี่ยว่า สรฺปแล้วจะจบลงที่เท่าไหร่
ส่วนประเด็นที่ทนายประมาณ และปูได้ระบุว่า มีการกู้ยืมเงินสองล้านบาท ตนเองก็มีสัญญากู้ยืมเงิน และมีการคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 15 ต่อปี ซึ่งมีการลงนามชัดเจน ไม่ใช่ 1,825% ต่อปี ตามที่กล่าวอ้าง และที่มีการแถลงข่าวบอกว่า ลูกหมี ส่งกระดาษเปล่าให้เซ็น ก็ไม่เป็นความจริง เราเขียนเอกสารให้ทั้งหมด และลูกหมีก็เซ็นคนที่หนึ่ง พยานเซ็นเป็นคนที่สอง และ ปู เขาเป็นคนเซ็นคนที่สาม ส่วนประเด็นที่บอกว่า มีการคิดอัตราดอกเบี้ย มีการเรียกดอกเบี้ย ยืนยันว่า คนที่เสนอดอกเบี้ย เป็นฝ่ายของปู การที่ลูกหนี้เป็นผู้เสนอ ถือว่าไม่ผิด
ลูกหมี กล่าวว่า การที่ฝั่งปูอ้างว่า เป็นการลงทุน ตนไม่ได้สนใจอยู่แล้วว่า จะเอาเงินไปทำอะไรเป็นเรื่องของเขา แล้วก็เคยบอกแล้วว่า เราไม่ได้สนใจ พร้อมยืนยันว่า ไม่เคยเห็นเพื่อนนักธุรกิจที่เค้าบอก ที่ผ่านมาเท่าที่ทราบปูเคยบอกแค่ว่า จะเอาเงินไปลงทุนกระเป๋า ซึ่งเรารู้อยู่แล้ว เราให้เงินพี่ปูไป พี่ปูก็แค่เอาเงินมาคืนก็แค่นั้น เขาจะเอาไปทำอะไรก็เรื่องของเขา
ที่ฝ่ายคู่กรณีบอกว่าเวรกรรมมีจริง ทางลูกหมีบอกว่า มีแน่นอนค่ะ ถ้าเกิดลูกหมีมีเวรกรรม ก็รับผิดชอบ ส่วนคุณก็รับผิดชอบด้วยเช่นกัน ยืนยันว่าพูดตามความจริงทุกอย่าง ตนเป็นผู้เสียหาย อยากได้เงินคืน และพร้อมสู้ มีเอกสารหลักฐานทั้งหมดว่า จ่ายช้ากี่วัน มีการเลื่อนแล้วเลื่อนอีก ไม่ใช่เป็นการเลื่อนจ่ายชั่วโมงเดียว หรือวันเดียวแน่นอน