ช่วงของชีวิตในตอนนั้นเป็นยังไง ?
แจม เนโกะจัมพ์ : ช่วงชีวิตตอนนั้นมันเหมือนมืดไปหมดเลยค่ะ ทั้งๆที่เรามีคนรอบตัว แต่เรารู้สึกเหมือนเราอยู่ตัวคนเดียว แล้วเรารู้สึกว่าเป็นภาระให้กับทุกคน ฉันอยากที่จะหายไป อยากให้ตัวเองหายไปจากโลกนี้ทุกคนจะได้มีความสุขมากขึ้น คือมันจะเป็นความคิดแบบนั้น แล้วมันหยุดคิดแบบนั้นไม่ได้ค่ะ
เรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นสะสมมาจากอะไร แล้วจัดการกับมันยังไง ถึงสามารถนั่งต่อหน้าพี่วู้ดดี้ได้ถึงวันนี้ ?
แจม เนโกะจัมพ์ : คือเราเคยมีชีวิตที่อยู่ในจุดที่สูงกว่านี้ ตอนที่เป็น เนโกะจัมพ์ ใช่ไหมคะ แล้วพอหลังจากนั้นเราก็เหมือนอยากจะเริ่มบทใหม่ของชีวิต คิดว่าพอแล้วกับการทำงานในวงการ เส้นทางใหม่ของเราคืออยากจะทุ่มเทให้กับการเป็นภรรยาของใครสักคนหนึ่ง อยากที่จะทุ่มสุดตัวให้กับตรงนั้น แล้วพอมันไม่ได้เกิดขึ้น เลยรู้สึกว่าเลือกทางเดินผิด ก็เลยคิดว่าสิ่งที่พ่อแม่เสียสละให้เรามาตลอด แม่เสียสละที่จะออกจากการทำงานของตัวเองเพื่อมาสนับสนุนเราแบบเต็มตัวจนมาถึงจุดนี้ แต่ว่าเราเลือกที่จะทิ้ง แล้วพอสิ่งที่คิดว่ามันดีกว่า มันไม่ได้เกิดขึ้นก็เลยคิดว่าเราตัดสินใจได้แย่ ทำให้ทุกอย่างมันล้มไปหมด จริงๆแล้วมันอาจจะไม่ใช่ปัญหาที่ดูเป็นเรื่องใหญ่โลกแตก