ก่อนหน้านั้นที่ผ่านมาเวลาเราปรับจูนต้องเจออะไรบ้าง เพราะเป็นคู่ที่อิงเรื่องของธรรมะ เวลาไม่เข้าใจกันต้องจูนยังไง ?
โบว์ : ก่อนที่จะได้รับธรรมะจะเป็นอารมณ์ต่ออารมณ์เลย ใช้อารมณ์ตัวเองเป็นหลัก หลังจากที่ได้เริ่มนั่งทำสมาธิ เริ่มกลับไปพิจารณาตัวเอง ว่าเวลามีสิ่งๆ นี้เกิดขึ้นจะเริ่มตั้งคำถามว่าเรื่องนี้เกิดที่เขาหรือเรานะ หรือเราไปคาดหวังทำให้มีอาการเกิดขึ้น แต่มันก็ทำไม่ได้ตลอดที่สามารถจะปล่อยวางได้ทันที มีบ้างแหล่ะที่เราจะมีการปะทะหรือมีความรู้สึกเกิดขึ้น ส่วนใหญ่การแก้ปัญหาคือต่างคนต่างแยกไปพิจารณาสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งที่ผ่านมาก็จะเป็นอย่างนั้น ไปจัดการเคลียร์ตัวเองแล้วค่อยกลับมาเจอกัน เพราะแต่ก่อนมีการขึ้นเสียงมีอารมณ์ร้อนใส่กันเรารู้แล้วว่าแบบนั้นมันไม่เวิร์ค ไม่ดีต่อตัวเองแล้วเราก็ไม่ชอบที่ตัวเองเป็นแบบนั้นด้วย พออยู่ในจุดๆ นี้เราพยายามใช้สติใช้ความเข้าใจ เข้าไปพูดคุยกันมากขึ้น แล้วยอมรับเขาในแบบที่เขาเป็นให้ได้ก่อน
ได้เรียนรู้ได้เห็นความจริงอะไรบ้าง ในช่วงที่ผ่านมาหลังจากวันที่พายุถาโถมเข้ามาใส่ ?
โบว์ : ไม่ได้ตั้งคำถามเลยว่าทำไม เกิดจากอะไร เพราะเหมือนเราเคยตั้งคำถามพวกนี้ไปแล้ว พอเราไม่ได้คำตอบให้กับตัวเองที่มันแบบเคลียร์ชัด ก็เลยคิดว่า ณ วันนี้พอเวลาผ่านไปไม่มีความจำเป็นที่จะต้องไปพยายามหาคำตอบกับคำถามที่มันมีอยู่ แค่คิดว่าเราไม่จำเป็นที่จะต้องวนกลับไปถึงคำถาม แต่เรามามองสิ่งที่เราได้รับจากเหตุการณ์ครั้งนี้มันมีอะไรบ้าง สำหรับโบว์คิดว่าทุกอย่างเปลี่ยนแปลงได้เสมอ คือเราเคยได้ยินคำพูดนี้มาจากคำพูดของคนหลายๆคน ที่เขาพูดมา แต่มันโดนกลับตัวเอง เรื่องที่มันค่อนข้างมั่นใจว่าน่าจะไปได้ดี มีความคิดว่ามันจะต้องโอเคแต่พอวันหนึ่งมันไม่โอเค
ทำให้เราคิดว่าความรักเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ความรู้สึกเปลี่ยนแปลงได้เสมอ คำพูดเปลี่ยนแปลงได้เสมอ คำสัญญาเปลี่ยนแปลงได้เสมอ ทุกอย่างเปลี่ยนได้เสมอ เพราะฉะนั้นพอมันเป็นแบบนี้ทำให้เราคิดว่าบางทีเราไปยึดกับอะไรก็ไม่รู้ ว่ามันจะต้องเป็นไปตามที่สัญญานะ พอวันหนึ่งมันไม่เป็นได้แค่ยอมรับ เพราะเราไม่สามารถไปบังคับอะไรใครได้แม้กระทั่งตัวเอง เราก็ปล่อยให้มันเป็นไปตามธรรมชาติ แต่ข้อดีของมันคุณแม่โบว์ได้รับการผ่าตัด 3 ปีที่แล้วกระเพาะลำไส้ เพราะฉะนั้นการกินของเขาจะไม่ค่อยดี แบบเขาจะย่อยอาหารไม่ได้ เขาจะกินต่อมื้อไม่ได้ ไม่ค่อยกินข้าว เขาจะไม่ดูแลตัวเอง แต่พอเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น กลายเป็นว่าแม่โทรหาโบว์ทุกวัน วันนี้กินข้าวแล้วนะ ไม่ต้องห่วงแม่นะ วันนี้แม่กินได้เยอะเลย คือภายใต้ความวุ่นวายที่เราเจอนี่คือส่วนที่ดีนะ คนที่เรารัก คนที่เราใส่ใจ เขาขยันดูแลตัวเองมากขึ้น
คือกลายเป็นว่าเขาไม่อยากให้เราต้องเป็นห่วงเพิ่ม ก็เลยตั้งใจดูแลตัวเอง เห็นความรักจากคนที่เขารักเรา เขาพยายามแค่ไหน เป็นอะไรที่เราซาบซึ้งมากเลย หรือแม้กระทั่ง เพื่อนหลายๆ คนที่ไม่ได้ติดต่อกันแล้วอยู่ดีๆ ทักมา เหตุการณ์ครั้งนี้ทำให้โบว์เห็นเลยนะว่าเพื่อนคนไหนรักเรามากกว่าที่เราคิดด้วยซ้ำ เราสำคัญขนาดนั้นเลยเหรอ เพราะส่วนใหญ่เพื่อนจะไม่เคยเห็นโบว์ร้องไห้ เขาไม่เคยเห็นในมุมนี้ จนกลายเป็นว่าพอเรามีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นพยายามมองหาอะไรที่เป็นผลดีบ้าง เพราะเชื่อว่าไม่มีอะไรที่เลวร้ายไปหมดหรอก มันมี 2 ด้านเสมอ
ถ้าถามว่าทำใจได้หรือยัง ?
โบว์ : ต้องทำใจได้ค่ะ เพราะมันไม่มีประโยชน์กับการที่เราย่ำอยู่กับที่ แต่มันมีบางโมเม้นท์ไหมมี เพราะว่ามันเป็นเวลานาน ความทรงจำเยอะ ทุกครั้งที่ทำให้เราอาจจะมีสะดุดกลับมาบ้างมันก็คือความทรงจำภาพต่างๆ แล้วปีนี้ก็กลายเป็นปีที่เพื่อนแต่งงานกันเยอะมากอีก (หัวเราะ) มันก็ทดสอบความแข็งแรงสภาพจิตใจเราเหมือนกัน
เคยคุยเรื่องที่จะแต่งงานกันไหม ?
โบว์ : มีคุยกันบ้าง แต่ก็ไม่ได้ซีเรียสค่ะ โบว์ไม่ได้ซีเรียสเขาเองก็ไม่ได้ซีเรียส เหมือนทั้งคู่มีหน้าที่ๆ ยังอยากทำอยู่ เพราะฉะนั้นเราไม่เคยที่จะคุยถึงรายละเอียดขนาดนั้น ก็เลยไม่ได้ลงรายละเอียดเลย
ที่มา WOODY INTERVIEW