ทั้งนี้ แอ๊ด คาราบาว บอกถึงที่มาของการทำเพลง “ประชาธิปตังส์” ในเฟซบุ๊กเพจ: ‘ธรรมะจูงควาย’ ของตัวเอง โดยคำว่า ”ตังส์” ในชื่อเพลงที่เป็น สอเสือการันต์นั้นสื่อว่า ประชาธิปไตยถูกขับเคลื่อนด้วยเงินจำนวนมากนั่นเอง
ทั้งนี้ยังได้เขียนอธิบายใต้เพลงที่เผยแพร่ไว่ว่า....ฤดูแจกตังค์มาแล้วพี่น้อง ชาตินี้ทั้งชาติของผมคงไม่พ้นต้องพ่นเรื่องบัดซบเช่นนี้ออกมาเป็นเพลง ไม่ว่าจะเป็น ควายโอนเงิน - จดหมายจากทับลาน จนถึงเพลงนี้ ‘ประชาธิปตังส์’ ทางสายกลางที่พระสัมมาสัมพุทธเจ้าสอนผมคงอยู่ตรงนี้แหละ คิดจะเขียนทีไรไม่ไปไหนพ้นเรื่องเหล่านี้ทุกที แต่ย้อนกลับมาคิดดู นี่แหละเพลงเพื่อชีวิตแท้ๆ ก็ต้องอย่างนี้แหละจ้า มันคงเป็นสันดานผมมั้งครับ… พี่น้อง
ในเพลงนี้ “แอ๊ด คาราบาว” ได้สะท้อนให้เห็นว่า ประชาธิปไตยของประเทศเรายังคงขับเคลื่อนด้วยเงิน และคนที่จะเปลี่ยนแปลงสิ่งเล่านี้ได้ ก็คือประชาชนทุกคน นอกจากเนื้อหาเรื่องราว จะพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นซ้ำซากในฤดูกาลเลือกตั้ง ถ้อยคำภาษาที่เรียบง่ายก็มีความลื่นไหล คมคาย ท่วงทำนองติดหู ตัวดนตรีที่เป็นงานคันทรี-ร็อค มีจังหวะจะโคน ก็ส่งให้ “ประชาธิปตังส์” เป็นงานที่มีอารมณ์เสียดสีในตัว จนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้หลงใหลในเพลงนี้ได้ไม่ยาก
แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ…. การย้ำว่า อย่าให้เล่ห์กลเดิมๆ อุบายเก่าๆ ของเหล่านักการเมืองที่คิดถึงแต่ผลประโยชน์ของตัวเอง มาทำให้สิทธิและเสียงของทุกคนหมดค่า ไร้ความหมาย และนี่คือสิ่งที่ แอ๊ด คาราบาว อยากบอกกับพี่น้องคนไทยทุกคน ผ่านเพลง “ประชาธิปตังส์”
“บักหำ จงจำคำฉันไว้ บุญคุณแผ่นดินไทยมากมายล้นเหลือ ที่เธอกำลังทำ คือนำพิมเสนไปแลกเกลือ แค่ประชาธิปไตยใส่เสื้อ เนื้อในนักมายากล.” ไปเลือกตั้งด้วยการใช้สิทธิและเสียงของคุณให้สมค่า อย่าให้ “ประชาธิปตังส์” พาไป