เวลาโดนบูลลี่เราต่อสู้กับคนที่มาบูลลี่เรายังไง ?
โยโย่ : "หนูว่ายาก หนูรู้สึกว่าคนที่โดนบูลลี่ไม่มีใครโอเคกับคำพูดที่คนมาพูดใส่ แต่หนูก็รู้สึกว่า ทุกวันนี้โลกมันเปลี่ยนไปแล้วใครจะอ้วนจะผอม ไม่ควรมีใครมาพูดกับเขาแบบนี้ว่า ผอมไปหรือเปล่า อ้วนไปหรือเปล่า ทุกคนไม่ควรมีใครเจอคำพูดพวกนี้ ก็อยากให้เขาคิดค่ะว่า ถ้าเขาโดนบ้างเขาจะรู้สึกยังไง แต่ถ้าโดนบ้างแล้วไม่ได้รู้สึกอะไร แล้วไง ก็ขอให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขค่ะ"
อีกหนึ่งแรงกดดันเลยก็คือการเป็นลูกของพ่อยิ่งยง มันมีความกดดันตรงไหน ?
โยโย่ : "เหมือนถ้าเราจะทำอะไร คนจะมาคาดหวังกับเราเยอะ ตั้งแต่เด็กด้วยความที่ป๊ายังไมได้เปิดว่าเป็นลูกพ่อ แต่คนข้างในเขารู้ แล้วพอหนูเล่นละครหรือทำอะไร เขาจะพูดแบบเก่งมากเลย พี่ยงสอนลูกดีมากเลย ไม่เคยมาชมหนูเลย ที่ทำอยู่ได้ทุกวันนี้เพราะยิ่งยงนะ เพราะพ่อนะ รู้หรือเปล่า ทุกคนจะพูดใส่หนูแบบนี้ตลอด จนหนูรู้สึกว่าหรือเพราะเราเป็นลูกคนดังเลยไม่ได้รับคำชม เพราะทุกคนไปชมพ่อหมด มันก็เฟลค่ะ รู้สึกว่าทำไมถึงไม่ชมเราบ้าง หรือเขาอาจจะชมหนู แต่หนูรู้สึกว่าไม่ได้รับคำชมจากตรงนั้น"
ยิ่งยง : "เขาเคยคิดว่าที่ได้เป็นนักแสดง ได้เป็นนักร้อง เพราะลูกยิ่งยง ไม่ใช่ว่าเขาเก่งเอง"
เห็นบอกว่าเคยรู้สึกแย่ รู้สึกอะไร ?
โยโย่ : "เคยคิดว่าไม่น่าเกิดมาเป็นลูกยิ่งยงเลย หนูโชคดีค่ะที่เป็นลูกปะป๊าเป็นลูกพ่อ แต่ว่าคนข้างนอกมักจะมองว่าแบบ มันทำได้มาอยู่ตรงนี้ได้ก็เพราะพ่อ เขาไม่เคยเห็นศักยภาพในตัวเรา ก็เลยเสียใจ แต่ไม่เคยมานั่งพูดกับพ่อตรงๆ ว่าเจอแบบนี้รู้สึกแบบนี้"
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้ยินแบบนี้ ?
ยิ่งยง : "ใช่ครับ เราเป็นพ่อก็ไม่ได้คิดอะไร ทำทุกอย่างให้ลูกเพื่อให้ลูกเป็นคนดี อยากให้ลูกมีอาชีพที่ดี การศึกษาที่ดี เขาอยากเล่นละครแต่เขาก็ไม่สามารถเล่นได้ เขาก็ฉีกตัวเองไปเรียนการกำกับละคร เพราะเขาชอบวงการบันเทิง"
ตอนที่โดนกดดันแบบนั้นพ่อไม่ได้ทราบเลย ?
ยิ่งยง : "ไม่รู้เลยครับ ทุกคนก็มาชมกับเราว่าโยโย่เล่นละครดีมาก เราก็แอบดีใจ"
วันนี้มีอะไรอยากจะบอกคุณพ่อมั้ย ?
โยโย่ : "ขอบคุณปะป๊าที่คอยเป็นที่ปรึกษา คอยดูแลทุกเรื่อง คอยซัพพอร์ตในทุกๆ เรื่อง ขอโทษด้วยถ้าหนูใช้เงินเก่ง ไม่เชื่อฟัง บางทีอาจจะเถียง แต่ก็รักพ่อเสมอ"
ยิ่งยง : "ฝากบอกลูกว่า ต่อไปนี้ต้องหาเงินให้พ่อคืนให้แม่คืน เพราะเราโตแล้ว พร้อมที่จะดูแลคุณพ่อคุณแม่ตอบแทนแล้ว พ่อรออยู่ รักลูก เป็นห่วงลูก"
ที่มา : รายการคุยแซ่บShow