เนชั่นทีวี

ข่าว

เพราะการทำสารคดีไม่ใช่แค่การเล่าเรื่อง : เสวนาหัวข้อ "สารคดีไทยไปตลาดโลก"

23 ม.ค. 2566 | piyarom

เพราะการทำสารคดีไม่ใช่แค่การเล่าเรื่อง : เสวนาหัวข้อ "สารคดีไทยไปตลาดโลก"

"สารคดี" แม้ว่าจะไม่ใช่สื่อบันเทิงกระแสหลักเท่าภาพยนตร์ แต่ก็ยังสามารถไปกวาดรางวัลจากต่างประเทศกลับมาที่เมืองไทยเช่นกัน รางวัลเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของ "คนสารคดี" หรือนักทำสารคดีไทย ซึ่งไม่ใช่แค่เวทีภายในประเทศแต่เป็นเวทีระดับนานาชาติ

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมาคนไทยได้เห็นภาพยนตร์ไทยไปบุกตลาดโลก และสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศมากมาย ไม่ใช่เฉพาะแค่วงการภาพยนต์ วงการ "สารคดี" ก็ไม่น้อยหน้า แม้ว่าจะไม่ใช่สื่อบันเทิงกระแสหลักเท่าภาพยนตร์ แต่ก็ยังสามารถไปกวาดรางวัลจากต่างประเทศกลับมาที่เมืองไทยเช่นกัน รางวัลเหล่านี้เป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความสามารถของ "คนสารคดี" หรือนักทำสารคดีไทย ซึ่งไม่ใช่แค่เวทีภายในประเทศแต่เป็นเวทีระดับนานาชาติ 

ในงาน "เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2566" (Bangkok Film Festival) จัดโดยกรุงเทพมหานคร นำโดยผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครคนปัจจุบัน นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ได้มีการจัดวงเสวนาที่ชื่อว่า "สารคดีไทยไปตลาดโลก" โดยมีผู้เชียวชาญรวมถึงผู้มีประสบการณ์ในวงการสารคดีมาร่วมพูดคุย ได้แก่ คุณชนินทร์ ชมะโชติ นายกสมาคมผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย และ คุณยุพา เพ็ชรฤทธิ์ รัตนจันทร์ กรรมการสมาคมผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีไทย จากบริษัทป่าใหญ่ครีเอชั่น เพื่อที่จะเป็นข้อแนะนำสำหรับนักทำสารดีรุ่นใหม่ที่อยากจะไปเจาะตลาดโลก 

เพราะการทำสารคดีไม่ใช่แค่การเล่าเรื่อง : เสวนาหัวข้อ "สารคดีไทยไปตลาดโลก"

ความแตกต่างระหว่างการทำสารคดีในไทยและในตลาดโลก

คุณยุพาได้แสดงความเห็นในประเด็นนี้ว่า การทำสารคดี การเลือกประเด็น การเขียนข้อเสนอ การเขียน "Log Line" (เนื้อเรื่องย่อ)  เพื่อเผยแพร่ในไทยกับต่างประเทศนั้นแตกต่างกันค่อนข้างชัดเจน เพราะต้องมุ่งเป้าหมายไปที่ Target Audience (กลุ่มเป้าหมายของผู้ชม) เป็นหลัก คุณยุพากล่าวเสริมว่า วิธีคิดวิธีการทำสารคดีที่มองว่าดีแล้ว เหมาะสมแล้วในประเทศ อาจจะต้องถูกปรับเปลี่ยนเมื่อนำออกไปเสนอขายในต่างประเทศ และที่สำคัญสารคดีที่เราจะทำนั้นแตกต่างกับสิ่งที่มีอยู่แล้วยังไง ทำไมผู้ชมต้องเลือกดูสารคดี ก็ยังคงเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญเช่นกัน

 

"ในต่างประเทศโดยเฉพาะในยุโรป เป็นตลาดที่ดีสำหรับนักทำสารดีที่จะไปขายงาน ด้วยเหตุที่ว่าผู้คนในยุโรปยังคงนิยมดูสารคดี และเวลาที่สารคดีถูกฉายมักจะเป็นช่วงเวลาที่มีผู้คนดูเยอะ"


หัวใจของคนทำสารคดี

คุณชนินทร์ กล่าวไว้ว่าความชอบเป็นปัจจัยสำคัญที่ขับเคลื่อนคนทำสารคดี โดย ไม่ใช่แค่ชอบธรรมดาแต่ต้องฝังลงไปในดีเอ็นเอ ซึ่งความชอบเป็นสิ่งที่บังคับกันไม่ได้ เกิดจากความสนุกในการทำ การลองผิดลองถูก และอีกปัจจัยหนึ่งก็คือการพร้อมเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ ตลอดเวลา ในปัจจุบันเนื้อหาและประเด็นนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญในการทำสารคดี หรือที่เรียกว่า Character-driven เพราะว่าการทำสารคดีไม่ใช่แค่ "การเล่าเรื่องไปเรื่อย" 

เพราะการทำสารคดีไม่ใช่แค่การเล่าเรื่อง : เสวนาหัวข้อ "สารคดีไทยไปตลาดโลก"

ใคร ๆ ก็เป็นนักทำสารคดีได้?

ในปัจจุบันมักเกิดคำถามที่ว่า ทุกคนมีเครื่องมือที่จะสามารถผลิตสื่อผลิตสารคดีขึ้นเอง เช่นนั้นแสดงว่าใคร ๆ ก็เป็นนักสารคดีได้ใช่ไหม? คุณชนินทร์และคุณยุพาได้ตอบในประเด็นนี้ว่า

 

"ถ้าเป็นทำเพื่อดูกันเองในประเทศขอตอบว่าได้ แต่ถ้าเพื่อส่งออกต่างประเทศอาจจะยังไม่ได้"


สิ่งที่สำคัญที่สุดในการทำสารคดีคือการเล่าเรื่อง (story telling) การหาประเด็น การเลือกวิธีการที่จะสื่อสารออกไป ในเรื่องโปรดักชั่นการถ่ายทำหากไม่ดียังสามารถกลับมาแก้กันใหม่ได้ภายหลัง 


Soft Power กับสารคดีไทย 

เมื่อถูกถามถึง Soft Power กับสารคดีไทย คุณชนินทร์ได้แสดงความเห็นไว้ว่า สารคดีไทยสามารถเป็นสิ่งที่ส่งเสริม soft power ได้  soft power ไม่ได้หมายถึงการดูสารคดีเสร็จแล้วเก็บประเป๋า จองห้องพัก แล้วบินมาเที่ยวประเทศไทยเลย แต่คือการสร้างความรู้สึกที่ดีให้กับผู้ชม เป็นความรู้สึกในแง่บวกที่เขาไม่มีเคยรู้สึกมาก่อน ก่อนที่จะดูสารคดีเรา สารคดีที่ดีไม่ใช่สารคดีที่ทำเงินมาก แต่คือสารดีที่จุดประกายความคิดของผู้ชม ในสุดท้ายนี้นอกจากข้อเสนอแนะเหล่านี้ ทั้งสองท่านยังพูดไว้อีกว่า

 

"นักทำสารดีรุ่นใหม่ที่อยากไปให้ถึงเวทีโลก ต้องทำตัวเป็นน้ำที่ไม่เต็มแก้ว เปิดรับ ไม่ย่อท้อ และที่สำคัญ ต้องดูให้เยอะและทำให้มาก" 


สำหรับผู้ที่สนใจและชื่นชอบภาพยนตร์สามารถเดินทางมาร่วมงาน "เทศกาลภาพยนตร์กรุงเทพมหานคร ประจำปี 2566" (Bangkok Film Festival) ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 20-22 มกราคม 2566 ณ หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ข่าวล่าสุด