ไม่เพียงสะท้อนให้เห็นเนื้อในของชุมชน แต่พวกเขายังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหา การศึกษา ปัญหาการความเป็นอยู่ ปัญหาเรื่องสาธารณสุข พร้อม ๆ ไปกับความหวังที่จะเห็นผู้หลักผู้ใหญ่เข้ามาช่วยจัดการแก้ปัญหาให้ได้สักที แม้ เพลงแรป จะมีข้อหาถึงความหยาบและรุนแรง หรือการเรียกร้องอย่างถึงแก่น แต่เป็นไปได้หรือไม่ว่า ในเมื่อเรามีแนวเพลงทุกเพลงที่จะรับใช้อารมณ์ต่าง ๆ ของมนุษย์ที่มีทั้ง เศร้า รัก ดีใจ เสียใจ สมหวัง ผิดหวัง แล้วเราจะมี เพลงแรป ที่เต็มไปด้วยความโกรธไม่ได้หรือ
คำหยาบ หรือคำสบถที่ปรากฏขึ้นมาในเพลงแรป เป็นลักษณะเฉพาะตัว ที่สะท้อนถึงตัวตนของผู้แต่งและผู้ร้องออกมา เพื่อสื่อสารออกมาให้ตรงที่สุดในสถานการณ์ที่พูดถึง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเพลงแรปทุกเพลง จะต้องมีคำหยาบตลอดเวลา เป็นเพียงรสชาติหนึ่งของการระบายอารมณ์และระบายคำเท่านั้น
จะว่าไป เพลงแรปมีเสน่ห์ในตัวเองมากมาย เพราะเพลงแรปมีความลื่นไหลสูง มีการเรียงเป้าหมายของแต่ละประโยคทางดนตรี มีคำสัมผัส มีท่อนวลีฮิต ๆ ที่เรียกว่า Punch line หรือคำเด็ดโดนใจ มีกลไกของการใช้จังหวะมาประกอบ การเว้นวรรคเพื่อให้คนเฮและมีส่วนร่วม การมีปฏิกิริยาโต้ตอบระหว่างคู่ต่อสู้กับคนดู ต่าง ๆ เหล่านี้ล้วนเป็นการสร้างสรรค์จากตัวศิลปินเองทั้งสิ้น
ถึงแม้ว่าเพลงแรป จะมีต้นกำเนิดจากการต่อต้านทางสังคมของกลุ่มชนชายขอบ ซึ่งก็คือคนละตินอเมริกา หรือคนผิวสี จนเมื่อเพลงแรปไหลบ่าไปในพื้นที่อื่นๆ ทั่วโลก รวมทั้งบ้านเรา จะเห็นว่าแรปไม่เคยหายไปจากวงการเพลงเลย แต่ได้มีการนำเอาไปใส่ไว้ในเพลงต่าง ๆ มากมาย เช่น สอดแทรกในเพลงป๊อบ เพลงร็อก เพลงอันเดอร์กราวด์
จนกระทั่งในวันนี้ เพลงแรป ได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของเมนหลักไปแล้ว เราจึงเห็น “มิลลิ” (Milli) แรปเปอร์สาว ยกข้าวเหนียวมะม่วงไปกินโชว์กลางเวทีในงาน Coachella บ่งบอกถึงเอกลักษณ์และสังคมไทยอย่างน่าชื่นชม เพลงแรป เป็นเหมือนรายงานข่าว บันทึกเรื่องราวของยุคสมัย บอกเล่าความเป็นไปที่เกิดในสังคม คนฟังอาจไม่ชอบใจทุกคน จากเนื้อหา ภาษา และวัฒนธรรมที่อาจจะดูแปร่ง ก็ต้องลองถามใจกันดูแล้วละ ว่านั่นเป็นสิ่งสำคัญ ที่เราจะเอามาตัดสินหรือไม่
ที่มา SOME ONE