นายนณริฏ กล่าวว่า โจทย์ของภาครัฐหากต้องการได้ภาษี 10,000-20,000 ล้านบาท มองว่าควรไปเก็บภาษีที่ดิน หรือคนที่มีรายได้สูง แต่ไม่ยอมเสีย อาทิ ธุรกิจค้าขายออนไลน์ อินฟลูเอนเซอร์บางกลุ่ม และร้านอาหารขนาดใหญ่บางราย กลุ่มคนที่เสียภาษีก็ชื่นชม แต่กลุ่มคนที่พยายามหลีกเลี่ยงก็ต้องพยายามตามเก็บให้ได้ โดยเฉพาะภาษีที่ดิน เนื่องจากทุกคนรู้ว่าในประเทศไทยผู้มีสิทธิถือครองที่ดินมีเพียง 20% เท่านั้น ที่อยู่บนยอดหอคอย แต่คนส่วนใหญ่อีก 80% ไม่มีที่ดิน ทำให้ต้องเริ่มเก็บภาษีจากคน 20% นี้ก่อน เนื่องจากคนที่ซื้อขายจริงๆ เป็นกลุ่มคนระดับกลาง ที่อยากรวย อยากมีรายได้เพิ่ม แต่ไม่สามารถไปทำธุรกิจใหม่ได้ ไม่สามารถแข่งขันกับผู้เล่นที่จองตลาดไว้หมดแล้ว ทำให้การดึงเม็ดเงินออกจากระบบ 10,000-20,000 ล้านบาท แทนที่เงินจำนวนนี้จะตอบแทนกับนักลงทุน ก็กลายเป็นของภาครัฐแทน
นายนณริฏ กล่าวว่า ปัจจุบันตลาดหุ้นเชื่อมโยงกันทั่วโลกแล้ว ทำให้หากนักลงทุนต้องการซื้อขายก็จะเร่งให้นักลงทุนไปเล่นในต่างประเทศมากขึ้น เพราะภาษีหุ้นไทยแพง และผลิตภัณฑ์ไม่น่าสนใจ โดยรัฐบาลอาจบอกว่าเก็บเท่ากับต่างประเทศ แต่ถามต่อว่าบริษัทในตลาดหุ้นไทยมีความน่าใจเท่าต่างประเทศหรือไม่ มีบริษัทใหญ่ๆ ในโลกเท่ากันหรือไม่ หากมีก็โอเคที่จะเก็บ แต่ตอนนี้ไม่ใช่ ทำให้ตลาดหุ้นไทยที่เซ็กซี่สู้ต่างชาติไม่ได้ แล้วจะไปเก็บเทียบเขาได้อย่างไร