นายมีศักดิ์ กล่าวว่า ประเด็นสำคัญคงต้องพยายามผลักดันทั้งเรื่องการถือครองอสังหาฯ ของคนต่างชาติผ่านนอมินีที่จะส่งผลลบอีกมากในอนาคต
"เราต้องการนำทุกอย่างขึ้นมาอยู่บนโต๊ะและหาทางออกที่ดีที่สุดให้กับสังคม เรื่องเหล่านี้ยังมีเวลาให้คิดพิจารณาไม่จำเป็นต้องเป็นรัฐบาลนี้เท่านั้น เราเป็นภาคเอกชนไม่ได้เล่นการเมือง เราต้องการนำเสนอแนวคิดภาคเอกชนที่มีความหวังดีต่อประเทศ ด้วยรวบรวมข้อมูลที่ครอบคลุมในทุกมิติเพื่อเตรียมพร้อมนำเสนอกับภาคประชาชนและสังคมได้รับรู้และตัดสินใจ พร้อมๆ กับรัฐบาลในเวลานั้น อาจไม่ใช้รัฐบาลชุดนี้ ซึ่งคาดว่าข้อมูลที่เห็นภาพชัดเจนคงเป็นไตรมาสแรกปีหน้า”
นายอิสระ บุญยัง ประธานคณะกรรมการสมาคมการค้ากลุ่มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ ออกแบบ และก่อสร้าง สภาหอการค้าแห่งประเทศไทย และนายกกิตติมศักดิ์ สมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวว่า กรณีการถอนร่างกฎกระทรวงการได้มาซึ่งที่ดินเพื่อใช้เป็นที่อยู่อาศัยของคนต่างด้าวตามมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การลงทุนโดยการดึงดูดคนต่างด้าวที่มีศักยภาพสูงสู่ประเทศไทย พ.ศ. … นั้น ในความเห็นส่วนตัวไม่คิดว่าจะส่งผลกระทบตลาดอสังหาฯ แต่อย่างไร
ทั้งนี้ เนื่องจากที่ผ่านช่วงเวลาของการประกาศใช้กฎกระทรวงนี้มากว่า 20 ปีแล้วมีชาวต่างชาติเพียง 8 รายที่เข้าเงื่อนไขนี้ แสดงให้เห็นว่าที่ผ่านมามีชาวต่างชาติให้ความสนใจซื้อที่ดินตามเงื่อนไขนี้น้อยมาก แต่การแก้กฎหมายแล้วปรับเพิ่มกลุ่มเป้าหมายชัดเจน รวมไปถึงกรอบของระยะเวลาบังคับใช้กฎหมายที่ระบุว่า 5 ปี อาจเป็นจุดที่สร้างความน่าสนใจมากขึ้น แต่เมื่อไม่ได้ คนต่างชาติหันมาซื้อคอนโดแทน เพราะมีกฎหมายรองรับอยู่แล้ว