ในช่วงเก็บเกี่ยวผลผลิตทุเรียนภาคตะวันออกในปี 2563 ได้มีการตรวจพบปัญหาทุเรียนอ่อนมากกว่าทุกปีที่ผ่านมา ดังนั้น ในช่วงการเก็บเกี่ยวทุเรียนในภาคตะวันออกในปี พ.ศ.2564 นายชลธี นุ่มหนู ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 สังกัด กรมวิชาการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ จึงได้ก่อตั้งชุดปฏิบัติการ “ทีมเล็บเหยี่ยว” เพื่อตรวจจับแก้ปัญหาทุเรียนอ่อน ทุเรียนด้อยคุณภาพ ทีมเล็บเหยี่ยวทำงานอย่างจริงจังท่ามกลางปัญหาอุปสรรคที่ต้องฝ่าฟัน การดำเนินการด้านมาตรฐาน GAP ในส่วนของผลไม้เพื่อการส่งออก ทุเรียน ลำไย มังคุด ฯลฯ ของภาคตะวันออกสามารถส่งขายได้อย่างราบรื่น
อีกทั้ง นายชลธี นุ่มหนู มีส่วนในการผลักดันเรื่องการกำหนดมาตรฐาน GMP Plus และ GAP Plus เพื่อยกระดับมาตรฐานการจัดการผลไม้ที่ปลอดจากการปนเปื้อนเชื้อโควิด-19 โดยตลอดระยะเวลา 2 ปีที่ผ่านมา พบทุเรียนด้อยคุณภาพน้อยลงอย่างมีนัยยะสำคัญ โดยจากการรายงานของสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตรใน ปี พ.ศ.2563 ซึ่งเป็นปีที่ตรวจพบปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพมากกว่าทุกปีที่ผ่านมานั้น พบมูลค่าการส่งออกทุเรียนผลสด ประมาณ 6.5 หมื่นล้านบาท
แต่ในปี พ.ศ.2564 หลังจากมีมาตรการตรวจจับทุเรียนอ่อน และทุเรียนด้อยคุณภาพ โดยชุดปฏิบัติการ “ทีมเล็บเหยี่ยว” และท่ามกลางการณ์การเข้มงวดจากมาตรการ Zero covid บนผลไม้ที่ส่งออกไปยังสาธารณรัฐประชาชนจีน พบมูลค่าของทุเรียนผลสด มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มขึ้นเป็น 1 แสนล้านบาท ซึ่งมูลค่าเพิ่มขึ้นสูงกว่าปี พ.ศ.2563 คิดเป็นร้อยละ 60.1 คุณภาพทุเรียนไทยที่ตลาดปลายทางได้รับคำชื่นชมและความเชื่อมั่นของผู้บริโภคชาวจีนมีมากขึ้น ราคามีเสถียรภาพ ลดปัญหาการใช้ทุเรียนด้อยคุณภาพเป็นข้ออ้างในการลดราคาหน้าสวน เป็นผลให้ทุเรียนไทยที่ส่งออกไปยังตลาดปลายทางมีคุณภาพโดยรวมดีขึ้นเป็นอย่างมาก ส่งผลทำให้ชาวสวนทุเรียนมีอาชีพที่มั่นคง มีรายได้ที่ดีจากการดำเนินนโยบายควบคุมคุณภาพจากภาครัฐ
จากการแก้ไขปัญหาดังกล่าว เป็นส่วนหนึ่งที่มีผลทำให้ ปัจจุบันมีสวนทุเรียนเกิดขึ้นใหม่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น ถึงกระนั้น ปัญหาทุเรียนด้อยคุณภาพที่ใหญ่มากอย่างทุเรียนอ่อน ยังต้องมีการดำเนินการแก้ไขปัญหาและตรวจจับทุเรียนอ่อนต่อไป จนกว่าจะมีกฎหมายที่มีประสิทธิภาพและผู้บังคับใช้กฎหมายที่เด็ดขาดมากำกับดูแล เพื่อความยั่งยืนของภาคเกษตรไทยและรักษาพืชเศรษฐกิจของไทยที่สร้างมูลค่าให้กับประเทศไทย ให้เป็นอันดับหนึ่ง คือ “ทุเรียน” มิเช่นนั้นแล้วปัญหาราคาตกต่ำ ซ้ำรอยที่เคยเกิดกับพืชที่เคยเป็นพืชเศรษฐกิจไทยที่ผ่านมา อาทิ ข้าวหอมมะลิ ลำไย และมะม่วง เป็นต้น
ทั้งนี้เป็นที่ทราบกันดีว่า “ทุเรียน” เป็นพืชเศรษฐกิจที่สร้างรายได้จากการส่งออกให้กับประเทศไทยถึงแสนล้านบาท ซึ่งมากกว่าสินค้าเกษตรอื่นๆ กลไกขับเคลื่อนในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่กล่าวมาข้างต้น จำเป็นต้องอาศัยความคุ้นเคยในพื้นที่ มีทักษะความเชี่ยวชาญชำนาญเฉพาะด้านของบุคคลที่สะสมมานาน ต้องเป็นผู้ที่มีความชำนาญที่เข้าใจปัญหา และมีความมุ่งมั่นในการควบคุมดูแลคุณภาพของผลไม้มารับผิดชอบโดยตรง ซึ่ง นายชลธี นุ่มหนู ถือเป็นบุคคลที่มีความเชี่ยวชาญชำนาญด้านผลไม้ภาคตะวันออกเป็นอย่างดี เนื่องจากมีภูมิลำเนาเกิด ในพื้นที่ภาคตะวันออก ครอบครัวมีอาชีพเกษตรกรรม และเป็นข้าราชการกรมวิชาการเกษตรอยู่ในพื้นที่จังหวัดจันทบุรี ไม่ต่ำกว่า 30 ปี
ทำให้นายชลธี นุ่มหนู รู้ปัญหาและแนวทางแก้ไขปัญหาทั้งระบบ ตั้งแต่การผลิต จนถึงการส่งออก ได้อย่างแท้จริง ดังนั้นจะเห็นได้ว่านายชลธี นุ่มหนู จึงเป็นบุคคลที่มีความพร้อมทั้งองค์ความรู้ ประสบการณ์ ที่หาได้ยากที่ทุ่มเทแรงกายแรงใจในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ได้อย่างเป็นรูปธรรมที่ชัดเจน เพื่อรักษาตลาดทุเรียนของประเทศไทย ตามที่ประจักษ์เห็นได้ในปัจจุบัน
ในการนี้ เครือข่ายองค์กรผลไม้และผู้ประกอบการส่งออก จำนวน 16 หน่วยงาน ได้เล็งเห็นผลกระทบจากคำสั่งที่อ้างถึงข้างต้น ต่อระบบการส่งออกทุเรียนไทยไปยังสาธารรัฐประชาชนจีน ทั้งตลอดระบบห่วงโซ่คุณค่า เครือข่ายองค์กรผลไม้และผู้ประกอบการส่งออก จึงได้ลงความเห็นควรขอให้ท่านมีการทบทวนคำสั่งแต่งตั้ง นายชลธี นุ่มหนู ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6 กรมวิชาการเกษตร ให้ไปดำรงตำแหน่ง ผู้อำนวยการกองพัฒนาระบบและรับรองมาตรฐานสินค้าพืช กรมวิชาการเกษตร อีกครั้ง เพื่อประโยชน์ต่อความมั่นคง มั่งคั่ง และยั่งยืนของเกษตรกรและประเทศไทยต่อไป
จึงเรียนมาเพื่อโปรดพิจารณาการทบทวนคำสั่งอีกครั้ง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากมีการลงนามจาก 16 องค์กรเครือข่ายชาวสวนทุเรียนและผู้ส่งออก จะมีการส่งตัวแทนเพื่อไปยื่นหนังสือทบทวนคำสั่งโยกย้ายที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์อีกครั้ง
ล่าสุดนายชลธี นุ่มหนู ได้โพสต์เฟซบุ๊ก ระบุว่า รู้สึกเศร้าที่ สำนักวิจัยและพัฒนาการเกษตรเขตที่ 6
#ชีวิตคนเราไม่มีความแน่นอน
ต้นปียังขึ้นเวทีรับรางวัลข้าราชการพลเรือนดีเด่นประจำปี 2564 วันนี้ถูกเด้งฟ้าผ่าไม่ทันตั้งตัว ทั้งที่ตั้งใจว่าปีนี้จะควบคุมดูแลคุณภาพทุเรียนภาคตะวันออกให้ดีเพื่อแข่งขันกับประเทศเพื่อนบ้านให้ได้ แต่ก็ต้องยอมรับในคำสั่งของผู้มีอำนาจ อย่างไรก็ตามเราก็สามารถกำหนดทางเดินของเราเองได้เหมือนกัน
ขอบคุณทีมงานสวพ.6ที่ร่วมหัวจมท้ายลุยงานหนักมาด้วยกัน ขอบคุณหน่วยงานพันธมิตร ขอบคุณพี่น้องเกษตรกรและผู้ประกอบการที่มีไมตรีจิตเอื้ออาทรกันมาตลอด ขอบคุณจากใจครับ
ปล.ผมไม่ได้ยินดีจึงของดแสดงความยินดีนะครับ
ขอบคุณข้อมูลภาพจากเพจ ชลธี นุ่มหนู