สำหรับความคืบหน้าการใช้สิทธิมาตรการรักษาระดับการบริโภคภายในประเทศ ปี 2565 ระยะที่ 2 ซึ่งประกอบด้วย โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ระยะที่ 5 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 และโครงการคนละครึ่งเฟส 5 โฆษกกระทรวงการคลังเผยว่า..
จากข้อมูลสะสม ณ วันอาทิตย์ที่ 2 ตุลาคม 2565 เวลา 23.00 น. มีผู้ใช้สิทธิทุกโครงการรวม 37.46 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสมทั้งสิ้น 34,945.04 ล้านบาท โดยสรุปผลการใช้จ่ายได้ ดังนี้
- 1. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือ บัตรคนจน ระยะที่ 5 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 13.05 ล้านคน และมียอดใช้จ่าย 3,847.79 ล้านบาท
- 2. โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษ ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิจำนวน 1.01 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายสะสม 275.87 ล้านบาท
- 3. โครงการ "คนละครึ่งเฟส 5" มีผู้ใช้สิทธิที่เป็นประชาชนรายเดิมที่เคยใช้สิทธิโครงการ "คนละครึ่งเฟส 4"(ประชาชนรายเดิมฯ) จำนวน 23.24 ล้านคน คิดเป็นยอดใช้จ่ายสะสม 30,617.50 ล้านบาท และมีผู้ใช้สิทธิที่เป็นประชาชนรายใหม่ที่ไม่เคยใช้สิทธิโครงการคนละครึ่งเฟส 4 (ประชาชนรายใหม่ฯ) จำนวน 158,417 คน คิดเป็นยอดใช้จ่ายสะสม 203.88 ล้านบาท รวมมีผู้ใช้สิทธิทั้งหมดจำนวน 23.40 ล้านคน และมียอดใช้จ่ายรวม 30,821.38 ล้านบาท
ทั้งนี้ แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่ายจำนวน 15,667.70 ล้านบาท และเงินที่รัฐร่วมจ่ายจำนวน 15,153.68 ล้านบาท ทั้งนี้ สำหรับยอดใช้จ่ายสะสมแบ่งตามประเภทร้านค้า ได้แก่ ร้านอาหารและเครื่องดื่ม 12,782.44 ล้านบาท ร้านธงฟ้า 6,252.14 ล้านบาท ร้าน OTOP 1,463.78 ล้านบาท ร้านค้าทั่วไป 9,792.58 ล้านบาท ร้านบริการ 493.02 ล้านบาท และกิจการขนส่ง 37.42 ล้านบาท สำหรับผู้ประกอบการร้านค้าที่เข้าร่วมโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 มีผู้ประกอบการร้านค้าเข้าร่วมแล้วจำนวน 9.63 แสนราย โดยเป็นผู้ประกอบการรายใหม่ 2.23 หมื่นราย
การใช้จ่ายผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์ม ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของยอดใช้จ่ายสะสมของร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 มียอดใช้จ่ายสะสม 1,055.68 ล้านบาท แบ่งเป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 546.69 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 508.99 ล้านบาท โดยใช้จ่ายกับผู้ประกอบการร้านอาหารและเครื่องดื่มในโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5 ที่ขายอาหารและเครื่องดื่มผ่านผู้ให้บริการฟู้ดเดลิเวอรี่แพลตฟอร์ม จำนวน 8.03 หมื่นราย
ที่มา : สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง