โดยก่อนหน้านี้ทาง มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH) ได้โพสต์เตือนภัย!! อากาศมีสารก่อมะเร็ง โดยทีมเจ้าหน้าที่เทคนิคมูลนิธิบูรณะนิเวศ ลงพื้นที่เกิดเหตุไฟไหม้โรงงาน เพื่อตรวจวัดคุณภาพอากาศตั้งแต่เมื่อค่ำวันที่ 23 เมษายน 2567 จนถึงช่วงรุ่งเช้าวันที่ 24 เมษายน 2567 พบอากาศหนองพะวา อาบ VOCs และรอบพื้นที่ไฟไหม้มีค่าฝุ่นละอองขนาดเล็ก สูงในพื้นที่รอบบริเวณไฟไหม้ รวมทั้งพบ VOCs หรือกลุ่มสารอินทรีย์ระเหยปะปนในอากาศมีค่าสูงเกิน 200 ส่วนในพันล้านส่วน (ppb) ทุกจุดตรวจ ไม่เว้นแม้แต่ที่วัดหนองพะวา ซึ่งเป็นศูนย์อำนวยการเหตุการณ์ครั้งนี้
ดังนั้น จึงมีความหวั่นเกรงว่าสภาพอากาศดังกล่าวอาจสร้างผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนที่อาศัยอยู่บริเวณใกล้เคียงโรงงานที่เกิดเหตุ เนื่องจากคุณภาพอากาศตามที่ตรวจวัดได้สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพทั้งแบบเฉียบพลันและเรื้อรังในระยะยาว
สำหรับอาการเฉพาะหน้าที่อาจเกิดขึ้นได้แก่ อาการระคายเคืองระบบทางเดินหายใจ เช่น ระคายจมูก แสบคอ คอแห้ง ไอ คลื่นไส้ อาเจียน ฯลฯ และอาจมีอาการเวียนศีรษะ ผื่นคัน ภูมิแพ้ ส่วนผลกระทบระยะยาวนั้น เนื่องจาก VOCs มีสารเคมีบางชนิดที่เป็น “สารก่อมะเร็ง”
มูลนิธิบูรณะนิเวศ จึงขอเตือนและมีข้อแนะนำให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในรัศมี 3 กิโลเมตรจากโรงงาน อพยพออกจากพื้นที่จนกว่ากองเพลิงจะมอดดับสนิท ทั้งนี้ สำหรับเจ้าหน้าที่และผู้มีจำเป็นต้องอยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุ ควรใส่อุปกรณ์ป้องกันตนเองอย่างเหมาะสม พึงตระหนักว่า หน้ากากอนามัยป้องกันโควิดไม่สามารถป้องกันมลพิษได้
ขอบคุณข้อมูล/ภาพ : มูลนิธิบูรณะนิเวศ (EARTH), เจ้าหน้าที่ฝ่ายเทคนิค มูลนิธิบูรณะนิเวศ, กลุ่มรักษ์สิ่งแวดล้อม รักษ์หนองพะวา