อธิการบดีและประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย ระบุ จากการสำรวจสถานภาพหนี้ครัวเรือนไทยปีนี้ พบว่า คนไทยเกือบ 100% มีหนี้ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นหนี้ส่วนบุคคล และบัตรเครดิต โดยกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีรายได้เกิน 50,000 บาทต่อเดือน/ต่อครัวเรือน แต่รายได้ต่อครัวเรือนยังน้อยกว่ารายจ่าย ทำให้การใช้ไม่เพียงพอ เพราะปัจจุบันค่าครองชีพสูงเกินไป
โดยกลุ่มตัวอย่างถึง 99.6% มีหนี้สิน จากหนี้ส่วนบุคคล จากบัตรเครดิต เพื่อนำมาใช้จ่ายในการซื้อสินค้าอุปโภคบริโภค และซื้อสินค้าคงทน เช่น ยานพาหนะ ที่อยู่อาศัย รวมทั้งหนี้เพื่อการประกอบธุรกิจ
สำหรับจำนวนหนี้เฉลี่ย 501,711.84 บาทต่อครัวเรือน ถือเป็นจำนวนหนี้ที่สูงสุดเป็นประวัติการณ์ โดยขยายตัว 3.7% และส่วนใหญ่ 78.9% เป็นหนี้ในระบบ ส่วนการผ่อนชำระเฉลี่ยต่อครัวเรือนอยู่ที่ 12,801.56 บาท ซึ่งในช่วง 1 ปีที่ผ่านมา กว่า 65.9% เคยประสบปัญหาการขาดการผ่อนชำระ หรือ ผิดนัดการผ่อนชำระ เนื่องจากรายได้ลดลง เศรษฐกิจไม่ดี และค่าครองชีพที่ไม่สอดคล้องกับรายได้นอกจากนี้
โดยกลุ่มตัวอย่างมีข้อเสนอแนะภาครัฐ ให้จัดหาแหล่งเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำ มีการให้ความรู้เรื่องการบริหารหนี้ การฝึกอบรมอาชีพเพิ่มทักษะในการประกอบอาชีพ ให้ความรู้เรื่องการวางแผนการใช้จ่าย และรู้จักใช้จ่ายอย่างพอเพียง