นายประสาท สมจิตรนึก ผู้อำนวยการอาวุโสธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดเผยการเก็บข้อมูลหนี้ครัวเรือนของคนอีสานจากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งชาติ โดยมีนักวิชาการของธนาคารได้รวบรวมเอาไว้โดยเปรียบเทียบกัน 10 ปี ตั้งแต่ปี 2552 ถึง 2562 พบว่า คนอีสานมีปริมาณหนี้ครัวเรือนสูงเป็น 1 ใน 3 ของประเทศ และอัตราการเติบโตของหนี้สูงที่สุดประมาณ 22 เปอร์เซ็นต์ โดยเปรียบเทียบตัวเลข หนี้ครัวเรือนของประเทศไทยในปี 2552 พบว่า ภาคอีสาน มีตัวเลขประมาณ 2.4 ล้านล้านบาท พอปี 2562 พบตัวเลขหนี้ครัวเรือนเพิ่มขึ้นมากถึง 20 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่ภาคกลาง เพิ่มขึ้น 11 เปอร์เซ็นต์ ภาคเหนือเพิ่มขึ้น 13 เปอร์เซ็นต์ และภาคใต้เพิ่มขึ้นเพียง 10% โดยหนี้เฉลี่ยต่อครัวเรือนในปี 2552 มีประมาณ 263,103 บาท และปี 2562 พบตัวเลขหนี้ครัวเรือนเพิ่มเป็น 337,042 บาท
ส่วนหนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นพบว่าเป็นการก่อหนี้เพื่อการอุปโภคบริโภคมากที่สุดและส่วนหนึ่งจากหนี้เพื่อการเกษตร แต่อย่างไรก็ตาม 2 ใน 3 ของหนี้ทั้งหมดยังกระจุกตัวอยู่ที่หนี้เพื่อที่อยู่อาศัยและการอุปโภคบริโภค ขณะที่จำนวนครัวเรือนที่มีหนี้ลดลงสะท้อนให้เห็นว่าหนี้ที่สูงขึ้นกระจุกตัวอยู่กับครัวเรือนหรือผู้กู้รายเดิม ตัวเลขผู้เป็นหนี้ ครัวเรือนของภาคอีสานในปี 2552 มีหนี้ประมาณ 263,103 บาท ในขณะที่ปี 2562 มีหนี้ 337,042 บาท ส่วนตัวเลข รายได้เฉลี่ยต่อเดือนของครัวเรือนที่มีหนี้เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัว และสูงกว่าครัวเรือนที่ไม่มีหนี้ แต่ครัวเรือนดังกล่าวกลับมีภาระหนี้เฉลี่ยต่อครอบครัวเพิ่มขึ้น โดยพบตัวเลขในปี 2552 ครัวเรือนที่มีหนี้มีรายได้ 19,68 7 บาท ส่วนปี 2562 มีรายได้ 3 5, 3 8 1 บาท หรือมีรายได้เพิ่มขึ้น 80%