โดย สศค. ได้มีโครงการเพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายให้แก่ประชาชน เพิ่มรายได้ให้แก่ผู้ประกอบการรายย่อยและผู้ผลิต รวมทั้ง รักษาระดับและทิศทางของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจจากสถานการณ์โควิด-19 จำนวน 3 โครงการ ได้แก่ โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ระยะที่ 5 โครงการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือฯ ระยะที่ 3 และโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5
โดยทั้ง 3 โครงการจะให้ความช่วยเหลือครอบคลุมจำนวนประชาชนมากกว่า 42 ล้านคน และกระทรวงการคลังคาดว่าจะสามารถเติมเม็ดเงินเข้าสู่ระบบเศรฐกิจในปี 2565 จำนวน 48,628 ล้านบาท ช่วยให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศหรือจีดีพี เพิ่มสูงขึ้น 0.13%ต่อปี
ส่วนกรณีความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐกับจีนนั้นเขากล่าวว่า เศรษฐกิจของจีนและสหรัฐฯ มีความเชื่อมโยงกับไทยในหลากหลายด้าน ทั้งด้านการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเทศจีน ซึ่งเป็นประเทศขนาดใหญ่ที่มีความสำคัญต่อระบบเศรษฐกิจโลกจากการเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ส่งออกวัตถุดิบและสินค้า รวมถึง เป็นผู้บริโภครายใหญ่
ดังนั้น ความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯ และจีนที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง จึงอาจส่งผลกระทบต่อการค้าและการลงทุนระหว่างประเทศ รวมถึงอาจสร้างอุปสรรคต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป ปัจจุบัน สศค. ได้มีการติดตามสถานการณ์ความขัดแย้งที่เพิ่มขึ้นระหว่างสหรัฐฯ กับจีนอย่างใกล้ชิด