สำหรับสถานการณ์ล่าสุด เมื่อเวลา 08.00 น. ไม่พบน้ำท่วมขังแล้ว สภาพพื้นที่มีเพียงโคลนและเศษหินที่มากับน้ำ โดยเจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างเคลียร์พื้นที่ อย่างไรก็ตาม จังหวัดภูเก็ตและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ขอให้ประชาชนเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ยกสิ่งของและทรัพย์สินไว้ในที่สูง และติดตามข่าวสารแจ้งเตือนจากทางราชการอย่างใกล้ชิด เนื่องจากยังมีการประกาศเตือนเรื่องฝนตกหนัก น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และดินโคลนถล่ม
นางสาวพลอยทะเล กล่าวต่อว่า เทศบาลเมืองป่าตองได้เปิดศูนย์ช่วยเหลือประชาชนและจัดเตรียมศูนย์พักพิงสำหรับผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้แก่ เทศบาลเมืองป่าตอง, โรงเรียนวัดสุวรรณคีรีวงก์ และโรงแรมป่าตองเบย์ฮิลล์ พร้อมเปิดหมายเลขโทรศัพท์ขอความช่วยเหลือฉุกเฉินที่งานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เทศบาลเมืองป่าตอง โทร. 07634 2600 ตลอด 24 ชั่วโมง
นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีกำชับให้เร่งสำรวจความเสียหายเพื่อเยียวยาตามระเบียบราชการ หากประชาชนต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม สามารถแจ้งนายอำเภอ กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารและสมาชิกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผู้นำชุมชน หรือโทรสายด่วน 1784
มอบนโยบาย มท. เร่งเยียวยาฉับไว มุ่งแก้ปัญหาระยะยาว ป้องกันซ้ำรอยภาคใต้
นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้เป็นประธานการประชุมขับเคลื่อนภารกิจสำคัญของกระทรวงมหาดไทย โดยระบุว่า ขณะนี้มีหลายเรื่องที่กระทรวงมหาดไทยให้ความสำคัญ โดยเฉพาะเรื่องน้ำท่วม การเยียวยา ยาเสพติด การถือครองที่ดินผ่านต่างด้าวหรือนอมินี รวมถึงปัญหาปากท้องของประชาชน
นายกรัฐมนตรีได้มอบแนวทางในภาพรวมว่า ขอให้ดำเนินการด้วยความฉับไว โปร่งใส และจบด้วยการพัฒนา ไม่ใช่แก้ปัญหาเฉพาะหน้าแล้วจบ แต่ต้องมั่นใจว่ามีแนวทางปรับปรุงเปลี่ยนแปลงในระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาซ้ำรอยในอนาคต เช่น กรณีน้ำท่วมและการเยียวยา ต้องระบุได้ว่าหลังสถานการณ์แล้วจะต้องทำอะไรต่อ ทั้งเรื่องฐานข้อมูล การขอรับการเยียวยา การตรวจสอบ และกระบวนการโอนเงินให้ถึงมือประชาชน
นายกรัฐมนตรีกล่าวแสดงความชื่นชมทุกฝ่ายจากกรณีอุทกภัยเมื่อสิ้นเดือนกันยายนที่ผ่านมา ซึ่งหลายจังหวัดดูแลประชาชนอย่างเต็มที่ โดยช่วงนั้นได้ใช้เงินงบกลางที่กันไว้ก่อนสิ้นปีงบประมาณจ่ายเยียวยาได้อย่างรวดเร็ว จากเดิมที่ต้องรอให้น้ำลด หมดสถานการณ์ หรือสำรวจครบทุกพื้นที่ก่อนส่งรายชื่อเป็นรายจังหวัด แต่ครั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดได้ใช้การประกาศเป็นเขตพื้นที่ประสบอุบัติภัย ทำให้การดำเนินการรวดเร็วขึ้น
หลังจากนี้เป็นต้นไป รัฐบาลจะใช้การเยียวยาผ่านโครงการประกันอุบัติภัยที่ดำเนินการไว้ทั่วประเทศ โดยเร่งสำรวจและประสานงานกับบริษัทประกันภัยเพื่อจ่ายเงินให้ประชาชนตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคมเป็นต้นมา ซึ่งครอบคลุมไปถึงการซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายและการชดเชยกรณีเสียชีวิต โดยย้ำว่าเงินชดเชยในโครงการประกันภัยพิบัตินี้เป็นการชดเชยต่อครั้ง ไม่ใช่ต่อปี
นายกรัฐมนตรียังย้ำถึงโจทย์เฉพาะหน้าคือ ความเสี่ยงอุทกภัยในพื้นที่ภาคใต้ ซึ่งพื้นที่สุ่มเสี่ยงต้องเตรียมความพร้อมล่วงหน้า หากมีสิ่งใดต้องปรับปรุงจากปีที่แล้วให้เร่งดำเนินการทันที อย่ารอให้เกิดเหตุแล้วแก้ปัญหาเฉพาะหน้า เพราะจะได้ผลลัพธ์แบบเดิม จึงกำชับผู้ว่าราชการจังหวัดทุกคนให้เตรียมพร้อมอย่างดี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดความโกลาหลวุ่นวายหากเกิดอุทกภัยขึ้น