เนชั่นทีวี

ข่าว

“วัชระพล” ลุยจัดระเบียบ ส.ป.ก.ภูเก็ต จ่อแก้ กม. บังคับธุรกิจอุดหนุนเกษตรกร

23 ต.ค. 2569 | thunchanok_kul

“วัชระพล” ลุยจัดระเบียบ ส.ป.ก.ภูเก็ต จ่อแก้ กม. บังคับธุรกิจอุดหนุนเกษตรกร

วัชระพล“ ลุยปรับปรุงการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.ภูเก็ต ย้ำ ต้องถูกต้องตาม กม. รักษาประโยชน์ทั้งเกษตรกร-รัฐ-ผู้ประกอบการ จ่อชงแก้ กม. ให้ภาคธุรกิจที่ใช้พื้นที่ ส.ป.ก.อุดหนุนเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลัก

วัชระพล“ ลุยปรับปรุงการใช้พื้นที่ ส.ป.ก.ภูเก็ต ย้ำ ต้องถูกต้องตาม กม. รักษาประโยชน์ทั้งเกษตรกร-รัฐ-ผู้ประกอบการ จ่อชงแก้ กม. ให้ภาคธุรกิจที่ใช้พื้นที่ ส.ป.ก.อุดหนุนเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลัก

KEY

POINTS

  • สแกนที่ดิน ส.ป.ก.ภูเก็ต: "วัชระพล" สั่ง ส.ป.ก. ลุยเอกซเรย์ที่ดิน 3.2 หมื่นไร่ คัดแยกเกษตรกรและธุรกิจรายแปลง
  • ย้ำทำถูกต้องตาม กม.: กำชับโรงแรม ร้านอาหาร บนที่ ส.ป.ก. ต้องได้รับอนุญาตตามกฎหมายเคร่งครัด
  • จ่อแก้ กม. บังคับซื้อผลผลิต: จ่อแก้กฎหมายบังคับภาคธุรกิจบนที่ ส.ป.ก. ต้องอุดหนุนสินค้าเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลัก

23 ตุลาคม 2569 ที่จังหวัดภูเก็ต นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ประชุมร่วมกับผู้ประกอบการภาคธุรกิจท่องเที่ยว ที่พัก ร้านอาหาร หน่วยงานภาครัฐ และหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อพิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินในเขตปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) ให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของกฎหมาย และเกิดประโยชน์สูงสุดต่อเกษตรกรและเศรษฐกิจในพื้นที่

 

โดย ส.ป.ก. ที่ดินภูเก็ต กล่าวรายงาน ว่า ส.ป.ก.ภูเก็ต รับมอบที่ดินป่าไม้ตั้งแต่ปี 2537 ตั้งแต่มีการประกาศปฏิรูปที่ดิน ซึ่งมีพื้นที่ทั้งหมด 30,000 กว่าไร่ มีการจัดสรรไปแล้ว 10,571 ไร่ ดำเนินการจัดที่ดินได้ จำนวน 10 ตำบล 3 อำเภอ เนื้อที่ 13,070 ไร่ ได้แก่ ตำบลรัษฎา ตำบลกะรน ตำบลฉลอง ตำบลราไวย์ อำเภอเมืองภูเก็ต ตำบลกะทู้ ตำบลกมลา ตำบลป่าตอง อำเภอกะทู้ และตำบลเชิงทะเล ตำบลศรีสุนทร ตำบลป่าคลอก อำเภอถลาง

 

ทั้งนี้เหลือพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรอีกกว่า 20,000 ไร่ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะได้มาก่อนปี 2537 ก่อนที่จะมีการประกาศใช้ประมวลกฎหมายที่ดิน ซึ่งในพื้นที่นี้อาจจะต้องมีการปรับปรุงกฎหมาย และนโยบายเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้พื้นที่ในปัจจุบันด้วย

“วัชระพล” ลุยจัดระเบียบ ส.ป.ก.ภูเก็ต จ่อแก้ กม. บังคับธุรกิจอุดหนุนเกษตรกร

สำหรับพื้นที่ ส.ป.ก.ภูเก็ต แบ่งเป็นพื้นที่เกษตรกรรมประมาณ 9,500 ไร่ ใช้ในการเพาะปลูกมะพร้าว ปาล์ม ยางพารา แบ่งเป็นที่ดินชุมชน ร้านค้า ประมาณ 300 ไร่ ส่วนธุรกิจเชิงพาณิชย์ แบ่งเป็นที่อยู่อาศัย ที่ส.ป.ก.ภูเก็ตประกาศไปแล้ว จำนวน 5 พื้นที่ นอกจากนี้ยังประกาศเป็นพื้นที่ชุมชนปี 2567 ให้กับเกษตรกรเข้าถึงพื้นที่ประมาณ 300 กว่าราย โดยส่วนนี้สามารถ ขณะที่เชิงพาณิชย์ที่เป็นร้านค้า ร้านอาหาร ร้านขายของชำ และเครื่องดื่มประมาณ 25 ราย จะมีการเก็บค่าเช่าอิงตามกรมธนารักษ์

 

ด้านตัวแทนคณะกรรมการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต ระบุถึงสถานการณ์การจัดสรรที่ดินในพื้นที่จังหวัดภูเก็ตว่า จังหวัดภูเก็ตมีพื้นที่ ส.ป.ก. ประมาณ 32,000 ไร่ มีการจัดสรรแล้ว ประมาณ 10,000 ไร่ ตามกฎหมาย สค.1 (แบบแจ้งการครอบครองที่ดิน) และมีพื้นที่ที่ยังไม่ได้รับการจัดสรรกว่า 20,000 ไร่ เนื่องจากมีข้อจำกัดหลายประการ และจังหวัดภูเก็ตมีลักษณะพิเศษ รวมถึงในบางพื้นที่มีการเข้าอาศัยก่อนที่จะมีประมวลกฎหมายที่ดิน โดยขณะนี้มีการจัดสรรพื้นที่ ใช้ประโยชน์ 5-6,000 ไร่

 

นายวัชระพล จึงได้มอบหมายให้สำนักงานการปฏิรูปที่ดินเพื่อเกษตรกรรม (ส.ป.ก.) และสำนักงานการปฏิรูปที่ดินจังหวัดภูเก็ต จัดทำข้อมูลการใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ทั้งจังหวัดอย่างละเอียด โดยจำแนกจำนวนพื้นที่ทั้งหมด เป็นพื้นที่ที่ใช้ประกอบอาชีพเกษตรกรรม พื้นที่ประกอบกิจการที่พัก ร้านอาหาร และธุรกิจประเภทอื่น ตลอดจนตรวจสอบสถานะการอนุญาตใช้ประโยชน์ที่ดินแต่ละแปลง

“วัชระพล” ลุยจัดระเบียบ ส.ป.ก.ภูเก็ต จ่อแก้ กม. บังคับธุรกิจอุดหนุนเกษตรกร

นายวัชระพล ยังมีข้อสั่งการให้ 1.การใช้ประโยชน์ที่ดิน ส.ป.ก. ทุกกรณีต้องดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย ระเบียบ และขั้นตอนการอนุญาตที่เกี่ยวข้องอย่างเคร่งครัด โดยไม่อาจละเลยหลักเกณฑ์ที่กำหนดไว้ 2.คนที่เข้ามาใช้พื้นที่ ส.ป.ก. ที่ไม่ใช่เกษตรกร เช่น ผู้ประกอบการโรงแรม ที่พัก ร้านอาหาร และธุรกิจท่องเที่ยว ควรให้ความสำคัญกับการจัดซื้อผลผลิตทางการเกษตร วัตถุดิบอาหาร สินค้าปศุสัตว์ ประมง ตลอดจนผลิตภัณฑ์และวัสดุตกแต่งจากเกษตรกรและชุมชนในพื้นที่ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดและกระจายรายได้สู่เศรษฐกิจฐานราก แม้ผู้ประกอบการจะสามารถจัดซื้อวัตถุดิบผ่านห้างค้าส่งหรือค้าปลีกขนาดใหญ่ได้อย่างสะดวก แต่ภาครัฐจำเป็นต้องสร้างกลไกเชื่อมโยงโดยตรงระหว่างผู้ประกอบการกับเกษตรกร เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่ได้รับประโยชน์จากการเติบโตของภาคธุรกิจและการท่องเที่ยวอย่างแท้จริง

 

ขอให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ เกษตรอำเภอ ปศุสัตว์ ประมง และหน่วยงานระดับพื้นที่ ร่วมกันส่งเสริมการจับคู่ธุรกิจ (Business Matching) ระหว่างเกษตรกรกับผู้ประกอบการ เพื่อพัฒนาระบบจัดหาวัตถุดิบและผลผลิตทางการเกษตรที่ตอบสนองความต้องการของภาคธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง ธุรกิจบนที่ดิน ส.ป.ก. ต้องสร้างประโยชน์กลับคืนสู่เกษตรกร ไม่ใช่มุ่งประโยชน์ทางธุรกิจเพียงอย่างเดียว ซึ่งตรงนี้เราจะต้องมีการแก้กฎหมายเพื่อกำกับด้วยว่า หากจะทำธุรกิจในพื้นที่ ส.ป.ก. จะต้องสนับสนุนเกษตรกรในพื้นที่เป็นหลักด้วย

นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์

ข่าวล่าสุด