ชาวลาดกระบัง ตกค้างยื่นเยียวยาน้ำท่วม วอน กทม. เร่งจ่าย
23 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ชาวลาดกระบัง แห่ต่อคิวยื่นขอเงินเยียวยาน้ำท่วมตกค้างแน่นเขต วอน กทม. เร่งประเมินจ่ายค่าซ่อมบ้าน ชี้ท่วมหนักข้าวของพัง จี้ภาครัฐแก้ปัญหาระยะยาว
ข่าว
23 ต.ค. 2569 | titayu_pur

ชาวลาดกระบัง แห่ต่อคิวยื่นขอเงินเยียวยาน้ำท่วมตกค้างแน่นเขต วอน กทม. เร่งประเมินจ่ายค่าซ่อมบ้าน ชี้ท่วมหนักข้าวของพัง จี้ภาครัฐแก้ปัญหาระยะยาว
KEY
POINTS
23 ตุลาคม 2569 ชาวบ้านเขตลาดกระบัง กว่า 1,000 คน เดินทางมาต่อคิวที่สำนักงานเขตลาดกระบังตั้งแต่ช่วงเช้ามืด เพื่อยื่นขอรับเงิน เยียวยาน้ำท่วม ตกค้าง หลังประสบภัย น้ำท่วมลาดกระบัง อย่างหนัก แต่กระบวนการประเมินความเสียหายบ้านเรือนของ กทม. ยังเป็นไปอย่างล่าช้า จนชาวบ้านต้องสำรองเงินกู้ยืมมาซ่อมแซมเองล่วงหน้า ทั้งนี้ ผู้ประสบภัย จึงเรียกร้องให้ภาครัฐเร่งจ่ายค่าชดเชยตามจริง และวางแนวทางแก้ไขปัญหาระยะยาวเพื่อไม่ให้เกิดเหตุซ้ำรอย
ความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วม กทม. วันนี้เป็นวันแรกที่ กทม. จะส่งเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบความเสียหาย ของบ้านเรือนผู้ประสบภัย โดยพบว่าผู้ประสบภัยบางราย เดินหน้าซ่อมแซมบ้านเรือนไปแล้ว เนื่องจากรอเงินเยียวยาไม่ไหว ขณะที่ผู้ประสบภัยที่ตกค้าง ยังเดินทางมายื่นขอรับเงินเยียวยาอีกจำนวนมากที่สำนักงานเขต โดยภายหลังจากที่ชาวบ้านได้ยื่นขอรับเงินเยียวยาผ่านทางระบบออนไลน์ แอปพลิเคชัน ผ่านทางไลน์ รวมถึงการยื่นตรงผ่านทางสำนักงานเขตต่าง ๆ ซึ่งในวันนี้เจ้าหน้าที่จะส่ง SMS นัดหมายมาพร้อมกับลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านเรือน เพื่อประเมินความเสียหาย
ทีมข่าวลงพื้นที่สำรวจบริเวณชุมชนเคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง ที่ถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหายหนัก จากการสอบถามชาวบ้านพบว่า ส่วนใหญ่ได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาท จาก ปภ. กระทรวงมหาดไทยแล้ว สำหรับผู้ที่ยื่นขอรับเงินช่วยเหลือผ่านทางรัฐ ส่วนการยื่นขอรับเงินเยียวยาซ่อมแซมบ้านเรือนของทาง กทม. ผู้ประสบภัยไม่ได้รับเงินส่วนนี้ แต่เวลานี้ชาวบ้านต่างใช้เงิน 9,000 บาท เดินหน้าซ่อมแซมบ้านเรือนไปก่อน แม้จะไม่พอในการซ่อมแซมบ้านเรือนก็ตาม
ผู้ประสบภัยบางรายที่เคหะร่มเกล้า 48 ลาดกระบัง เปิดเผยว่า ต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำเงินมาซ่อมแซมบ้าน ไม่ได้รอ กทม. ลงมาประเมิน เพราะมองว่าล่าช้าเกินไป และต้องเดินหน้าทำมาหากิน จึงซ่อมแซมบ้านเรือนไปก่อน พร้อมมองว่า กทม. ไม่ต้องลงมาประเมิน เพราะทราบดีว่าในพื้นที่ถูกน้ำท่วมทั้งหมด
ผู้ประสบภัยอีกราย ซึ่งบ้านเรือนได้รับความเสียหายจากน้ำท่วม ข้าวของเครื่องใช้ไฟฟ้าในบ้านเสียหายหมด ทั้งที่หลับที่นอน เฟอร์นิเจอร์ในบ้าน และเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ ตู้เย็นที่ซื้อมาในราคา 20,000 บาท ต้องขายเป็นซากของเก่าในราคา 400 บาท ส่วนรถยนต์จมน้ำ ค่าซ่อมสูงกว่าราคารถ จึงต้องยอมจำใจทิ้งรถ
ผู้ประสบภัยเล่าว่า ตอนนี้ได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาท จาก ปภ. แล้ว แต่ค่าซ่อมแซมบ้านเรือนจาก กทม. ยังไม่ได้รับ และยังไม่มั่นใจว่าที่บ้านจะได้หรือไม่ เพราะตามเงื่อนไขของ กทม. จะเยียวยาเฉพาะโครงสร้างบ้านที่ได้รับความเสียหาย ซึ่งมองว่าน้ำท่วมไม่ใช่เหตุการณ์พายุพัดหรือวาตภัยที่จะทำให้บ้านเรือนได้รับความเสียหายขนาดนั้น แต่สิ่งที่ชาวบ้านเจอคือน้ำท่วม ซึ่งทำให้เกิดความเสื่อมสภาพและเสียหาย ควรจะชดเชยความเสียหายในส่วนของเฟอร์นิเจอร์และเครื่องใช้ต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นตามสภาพความเป็นจริงมากกว่า
และตอนนี้ยังไม่มีเจ้าหน้าที่ลงมาตรวจสอบ ซึ่งตนเองก็ไม่มั่นใจในการประเมินของเจ้าหน้าที่ว่าตรวจสอบจริงไหม พร้อมย้อนถามว่าทำไมไม่ลงมาตรวจสอบในช่วงหลังจากน้ำแห้ง ซึ่งจะเห็นสภาพความเป็นจริงและความเสียหายของชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบอย่างหนัก รวมถึงความยากลำบากและความเดือดร้อนของชาวบ้าน เพราะตอนนี้หลักฐานต่าง ๆ หายไปหมดแล้ว ทุกคนทำความสะอาดและเคลียร์บ้านกันหมดแล้ว
ผู้ประสบภัยรายนี้กล่าวด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือ บอกว่า ถึงแม้น้ำลดแล้ว แต่สภาพจิตใจชาวบ้านไม่เหมือนเดิม ทั้งพ่อค้าแม่ค้าและคนค้าขาย ที่ผ่านมาคิดว่าหลังน้ำลดจะดีขึ้น แต่สภาพจิตใจกลับไม่เหมือนเดิม กลับยิ่งหนักกว่าเดิม จากสภาพแวดล้อมและการทำงานของเจ้าหน้าที่ที่มองไม่เห็นความเดือดร้อนของชาวบ้าน เพราะจริง ๆ แล้วเป็นความผิดของทางเจ้าหน้าที่ภาครัฐที่ต้องมีการแจ้งเตือนชาวบ้านในช่วงประสบภัย แต่กลับแจ้งเตือนล่าช้า ถามว่ามีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย หรือ ปภ. ไว้เพื่ออะไร
ส่วนเงินเยียวยา 9,000 บาทที่ได้รับ ถูกระบุว่าเป็นค่าเครื่องใช้ไฟฟ้า ซึ่งผู้เสียหายมองว่าไม่เพียงพอและไม่คุ้มค่ากับความเสียหายจริง (ยกตัวอย่าง ตู้เย็นซื้อมา 25,000 บาท แต่ขายเป็นเศษเหล็กได้เพียง 400 บาท เนื่องจากแช่น้ำเป็นเวลานานจนซ่อมไม่
สำหรับในเขตลาดกระบังมีผู้ประสบภัย 180,000 ราย ประสบกับน้ำท่วมทุกเขตทุกแขวง โดยมีผู้ประสบภัย 140,000 รายลงทะเบียนยื่นขอรับการเยียวยากับทางสำนักงานเขตลาดกระบัง โดยขณะนี้มีการอนุมัติจ่ายเงินแล้วกว่า 100,000 ราย ส่วนค่าซ่อมแซมบ้านเรือนที่เสียหายยังไม่ได้มีการอนุมัติหรือโอนให้กับผู้ประสบภัย เพราะต้องมีเจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบประเมินความเสียหาย
โดยวันนี้ที่สำนักงานเขตลาดกระบังยังมีผู้ที่ตกค้างและยังไม่ได้ยื่นขอรับเงินเยียวยาอีกเป็นจำนวนมากเดินทางมาลงทะเบียน สาเหตุที่ล่าช้า ได้แก่ บางส่วนรอเอกสาร บางส่วนเพิ่งจะว่างจากการทำงาน หรือบางคนเจ้าของห้องเช่าเพิ่งจะเซ็นรับรองเอกสารให้ ทำให้วันนี้ที่สำนักงานเขตลาดกระบังยังมีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาติดต่อขอรับการเยียวยากว่า 1,000 คน บางคนยังต้องเดินทางมาตั้งแต่ตีสี่ ตีห้า เพื่อรับคิวลำดับต้น ๆ
ชาวเคหะร่มเกล้าเปิดเผยว่า มาตั้งแต่ตี 5 ได้คิว 200 กว่า ผลกระทบจากน้ำท่วมทำให้ได้รับความเสียหายเยอะ โดยเฉพาะที่หลับที่นอน จึงเดินทางมาขอรับเงินเยียวยาเพื่อนำเงินไปซื้อที่นอนใหม่
ขณะที่ผู้สูงอายุวัย 70 ปี อาศัยอยู่ซอยหลวงแพ่ง 12 หรือ (ชุมชนซอยโบราณ) เขตลาดกระบัง ซึ่งบ้านเรือนของเขาถูกน้ำท่วมเสียหาย โดยเฉพาะข้าวของเครื่องใช้และที่หลับที่นอน จนทำให้เวลานี้ยังไม่มีอุปกรณ์ในการนอน จึงหวังว่าหากได้รับเงินเยียวยาจะนำไปซื้อที่นอนเป็นอันดับแรก
ส่วนผู้ประสบภัยอีกราย ก่อนหน้านี้ยื่นลงทะเบียนออนไลน์ทางรัฐและได้รับเงินเยียวยาแล้ว แต่ปรากฏว่าไปยื่นผิดในช่องน้ำล้อมบ้าน จึงได้รับแค่ 5,000 บาท แต่ในความเป็นจริงถูกน้ำท่วมบ้านและภายในบ้าน ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินเยียวยา 9,000 บาท เหมือนกับเพื่อนบ้านที่อยู่บ้านติดกัน วันนี้จึงเดินทางมาเพื่อติดต่อขออุทธรณ์เพื่อรับเงินเยียวยาเพิ่ม ขณะเดียวกันยังพบปัญหาว่าหลังยื่นลงทะเบียนผ่านทาง กทม. สถานะขึ้นว่าโอนเงินเข้าบัญชีแล้ว แต่ปรากฏว่ายังไม่มีเงินเข้ามา
ผู้ประสบภัยอีกราย ซึ่งลงทะเบียนยื่นขอรับการเยียวยาไว้ตั้งแต่น้ำแห้งช่วงต้นเดือนตุลาคม แต่จนถึงปัจจุบันยังไม่ได้รับเงินเยียวยา โทรไปถามที่สำนักงานเขตก็ไม่มีใครรับโทรศัพท์ สถานะยังไม่ผ่าน จึงต้องเดินทางมาตรวจสอบและลงทะเบียนที่สำนักงานเขตลาดกระบัง
ผู้ประสบภัยบอกว่า อาศัยในพื้นที่นี้มาตั้งแต่ปี พ.ศ. 2539 ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ระดับน้ำเข้าถึงบริเวณบ้าน แม้ภาครัฐจะมีการเปิดลงทะเบียนเยียวยา แต่ชาวบ้านมองว่าเงินเยียวยาเพียงอย่างเดียวไม่สามารถแก้ปัญหาได้ เรียกร้องให้กรุงเทพมหานคร (กทม.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องวางมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วมระยะยาวอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อรองรับสถานการณ์น้ำในอนาคต ป้องกันไม่ให้เกิดความเดือดร้อนซ้ำรอย