เนชั่นทีวี

ข่าว

สตม.ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-เว็บพนันจีน เช่าบ้านหรูสายไหม

22 ต.ค. 2569 | titayu_pur

สตม.ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-เว็บพนันจีน เช่าบ้านหรูสายไหม

สตม. บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันจีน HGA เช่าบ้านหรูย่านสายไหม เป็นฐานหลอกลวงเหยื่อเสียหายร้อยล้าน รวบ 11 ผู้ต้องหา หลังเหยื่อหนีตายฟ้องตำรวจ

สตม. บุกทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันจีน HGA เช่าบ้านหรูย่านสายไหม เป็นฐานหลอกลวงเหยื่อเสียหายร้อยล้าน รวบ 11 ผู้ต้องหา หลังเหยื่อหนีตายฟ้องตำรวจ

KEY

POINTS

  • สตม. บุกทลายฐานใหญ่: ตำรวจ ตม. เข้าตรวจค้นบ้านหรูย่านสายไหม จับผู้ต้องหาชาวจีน 11 ราย เครือข่ายคอลเซ็นเตอร์และเว็บพนันออนไลน์มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท
  • เหยื่อหนีตายแจ้งเบาะแส: ปฏิบัติการครั้งนี้ขยายผลจากเหยื่อชาวจีนที่ถูกหลอกมาทำงานแอดมินถูกขู่ทำร้ายร่างกาย จึงอาศัยจังหวะหลบหนีเข้าให้ข้อมูลกับตำรวจ
  • บอสชาวจีนอ้างไม่รู้เรื่อง: ตรวจพบผู้ต้องหามีหมายจับคดีคดียาเสพติดและเว็บพนันจากทางการจีน โดยตัวบอสชาวจีนยังคงให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

22 ตุลาคม 2569 พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. นำกำลังตำรวจ ตม. เปิดปฏิบัติการบุกเข้าตรวจค้นบ้านหรูย่านสายไหม หลังสืบสวนขยายผลจากเหยื่อชาวจีน ที่หนีตายมาแจ้งเบาะแส โดยสามารถจับกุมผู้ต้องหา แก๊งคอลเซ็นเตอร์ และเครือข่าย เว็บพนันจีน รวม 11 ราย ที่ใช้ไทยเป็นฐานปฏิบัติการหลอกลวงเหยื่อ มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ได้ยึดของกลางจำนวนมาก พร้อมเร่งขยายผลตรวจสอบเส้นทางการเงินและดำเนินคดี บอสชาวจีน รวมถึงผู้เกี่ยวข้องตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด

 

พล.ต.ท.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผบช.สตม. นำกำลังตำรวจ ตม. บุกทลายเครือข่าย “แก๊งคอลเซ็นเตอร์-เว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ของจีน” โดยเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 2 จุดในย่านสายไหม ที่เช่าบ้านหรูกลางกรุงเป็นฐานปฏิบัติการในการหลอกลวงเหยื่อ มูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท

สตม.ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-เว็บพนันจีน เช่าบ้านหรูสายไหม

 

หนึ่งในเป้าหมายสำคัญ คือ บ้านหรูสองชั้นแห่งหนึ่งในย่านสายไหม มูลค่า 30-40 ล้านบาท ซึ่งจากการเข้าตรวจค้น สามารถจับกุมผู้ต้องหาสัญชาติจีน 11 คน ซึ่งพบว่า มีหมายจับในประเทศจีนคดียาเสพติด และเว็บพนันออนไลน์ด้วย และยังสามารถตรวจยึดโทรศัพท์มือถือ 58 เครื่อง ซิมการ์ดโทรศัพท์ของประเทศมาเลเซีย 100 ซิม คอมพิวเตอร์ 10 เครื่อง ไอแพด 1 เครื่อง และพบว่า เครือข่ายนี้ทำสแกมเมอร์หลอกคนจีนด้วยกัน และทำทั้งเว็บพนันออนไลน์รายใหญ่ของประเทศจีน เครือข่าย ‘หงก้วน’ หรือ HGA

 

โดยปฏิบัติการครั้งนี้ ชุดสืบสวนตำรวจ ตม. ขยายผลหลังได้รับข้อมูลเชิงลึกจากนายหลิว ชาวจีนที่เป็นเหยื่อ ถูกหลอกให้ไปทำงานกับแก๊งคอลเซ็นเตอร์ชาวจีนกลุ่มนี้ ซึ่งใช้บ้านหรูมูลค่า 30-40 ล้านบาทเป็นฐานที่ตั้ง และที่เข้าไปทำงานเพราะเข้าใจว่า เป็นการเข้าไปทำงานเป็นแอดมิน ได้เงินเดือนเดือนละ 80,000 บาท โดยไม่ทราบเลยว่าต้องเข้าไปทำงานที่เป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย แต่เมื่อทราบว่าถูกหลอกมาทำงาน เหยื่อรายนี้จึงหนีตายออกมาแล้วมาแจ้งข้อมูลกับตำรวจ 

 

สตม.ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-เว็บพนันจีน เช่าบ้านหรูสายไหม

จับบอสชาวจีนและ 11 แอดมิน พบเข้าประเทศไทยปี 68 รวมตัวกันตั้งฐานหลอกคนจีนปี 69

 

จากนั้นตำรวจใช้เวลาเกือบ 2 เดือน ในการสืบสวนจนนำมาสู่การเปิดปฏิบัติการ 2 จุด โดย พล.ต.ท.นพศิลป์ ระบุว่า จากการเข้าตรวจค้น พบผู้ต้องหาชาวจีน 11 คน ซึ่งมีคนอยู่เกินในประเทศไทยเกินกำหนด 5 คน และจากการตรวจสอบการเดินทาง พบเข้าประเทศไทยตั้งแต่ปี 2568 ซึ่งเป็นการเดินทางมาจากโฮจิมินห์ ประเทศเวียดนาม แล้วมารวมตัวกันที่ประเทศไทย โดยการเช่าบ้านหลังดังกล่าวราคา 80,000 บาท ตั้งแต่เดือน เม.ย. 69 จึงเชื่อว่าช่วงแรกเข้ามาพบปะกันเมื่อปี 2568 และรวมตัวกันแล้วพบปะกัน แล้วเริ่มปฏิบัติการตั้งฐานการกระทำความผิดในเมืองไทย ใช้ประเทศไทยเข้ามาก่อเหตุอาชญากรรม หลอกลวงคนจีนตั้งแต่ปี 2569

 

ทั้งนี้ จากการตรวจสอบพบข้อมูลอีกว่า ชาวจีนที่เดินทางเข้ามาประเทศไทยจากเวียดนาม มีการขอวีซ่านักเรียน 5 ราย ซึ่งได้สั่งการให้ชุดสืบสวน ตม. ทำการตรวจสอบไปยังสถานศึกษาว่า มีการให้เข้าเรียนจริงหรือไม่แล้ว

 

และขบวนการนี้เป็นแก๊งพนันออนไลน์รายใหญ่ของฝั่งจีน ที่หลอกคนจีนด้วยกัน ซึ่งมีมูลค่าความเสียหายหลายร้อยล้านบาท เพราะจากหลักฐานโทรศัพท์และคอมพิวเตอร์จำนวนมาก ลักษณะคือการหลอกลวงออนไลน์ และมีลักษณะของการทำเป็นคอลเซ็นเตอร์ส่วนหนึ่งด้วย

 

ส่วนผู้ต้องหาชาวจีน 11 คน รวมถึงแอดมินที่เป็นชาวจีน ก็เชื่อว่ารู้จักกันมาก่อน และถูกชักชวนจากประเทศจีนกันมาทำงาน เพราะพบร่องรอยหลักฐานการเดินทางมาจากเวียดนามมาพร้อมกัน

 

ส่วนที่มีการเตือนคนจีนด้วยกันว่า มีการชักชวนไปทำงานประเทศเพื่อนบ้านนั้น พล.ต.ท.นพศิลป์ ระบุว่า รัฐบาลได้เตือนไปส่วนหนึ่งแล้วว่า คนจีนที่เข้ามาประเทศไทยเข้ามาในประเทศไทยอย่างถูกต้อง และอยู่เมืองไทยปลอดภัย และเมื่อเดินทางต่อไปชายแดนนั้น ก็มีการลักลอบออกไป และมารู้อีกทีคือคนที่ออกไปแล้วกลายเป็นเหยื่อ ทั้งนี้ หากถูกหลอกไปทำงานประเทศเพื่อนบ้าน ขอให้ตรวจสอบให้ชัดเจนว่า มีจริงหรือไม่ และเราก็แจ้งกับทางการจีนว่า หากพบพิรุธข้อสงสัยว่ามีคนมารับที่สนามบินแล้วพาขึ้นรถ ตำรวจ ตม. ก็จะเข้าทำการตรวจสอบทันที

 

สตม.ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-เว็บพนันจีน เช่าบ้านหรูสายไหม

 

เหยื่อชาวจีนถูกหลอกเป็นแอดมิน หนีตายให้เบาะแสตำรวจจนนำสู่การจับกุม

 

ด้าน พ.ต.ท. สิทธิมณ สร้อยภู่ระย้า สารวัตรสอบสวน กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ระบุว่า จากหลักฐานที่เข้าตรวจสอบ พบว่าผู้ต้องหามีการแบ่งกันทำงานเป็นกะ คือ 11.00-21.00 น. และ 21.00-08.00 น. ซึ่งวันนี้ได้ตรวจค้น 2 จุด เป็นช่วงเวลาพักพอดี และได้ฝ่ายสืบสวนแกะรอยข้อมูลจากหลักฐาน เจอเว็บพนันชื่อหงก้วน เป็นเว็บพนันของทางการจีน และยังพบว่า มีผู้ต้องหา 1 คนมีหมายจับทางการจีนในข้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์ และมี 1 คนที่มีหมายจับของทางการไทยเกี่ยวกับคดียาเสพติดด้วย โดยผู้ต้องหาจีนรายนี้อยู่ประเทศไทยเกินกำหนดกว่า 1,200 วันแล้ว

 

และระหว่างปฏิบัติการ ยังเข้าค้นเพิ่มเติมอีก 1 จุดด้วย ทำให้วันนี้ตรวจค้นทั้งหมด 3 จุด เจอผู้ต้องหาชาวจีน 11 คน

 

ส่วนเหยื่อที่เข้ามาทำงานและหลบหนีมาให้ข้อมูลกับตำรวจนั้น พบว่ามีการถูกข่มขู่จากบอสชาวจีนของเครือข่ายนี้ว่า หากไม่ยอมทำงานจะทำร้ายร่างกายและฆ่า แต่ยังไม่เคยโดนทำร้าย ทำให้เหยื่อรายนี้อาศัยจังหวะที่มีการพาออกไปซื้อของแล้วหลบหนีออกมา

 

สตม.ทลายแก๊งคอลเซ็นเตอร์-เว็บพนันจีน เช่าบ้านหรูสายไหม

 

‘ฟู่’ ผู้ต้องหาบอสชาวจีน อ้างไม่ทราบเกี่ยวกับการทำเว็บพนัน

 

ทั้งนี้ ช่วงหนึ่ง พล.ต.ท.นพศิลป์ ได้สอบปากคำนายฟู่ อายุ 33 ปี ผู้ต้องหาที่เป็นบอสชาวจีน โดยได้ให้ดูหมายจับของทางการจีนในคดีเว็บพนัน

 

ซึ่งนายฟู่ ผู้ต้องหายอมรับว่า เป็นหมายจับของตัวเขาเอง แต่ไม่ทราบว่า หมายจับนี้ออกเมื่อไร และอ้างว่า เดินทางมาจากประเทศจีน โดยบินเข้ามาประเทศไทยประมาณปีกว่า ๆ แล้ว

 

ส่วนเว็บไซต์หงก้วนที่เป็นเว็บพนันนั้น นายฟู่อ้างว่า ตนเองไม่ทราบ และไม่ทราบว่า ตัวเองมีหมายจับของทางการจีนด้วย และอ้างว่าไม่รู้จักกับผู้ต้องหารายอื่น ๆ ในบ้าน

 

ขณะที่ นายหาน ผู้ต้องหาอีกหนึ่งรายที่มีหมายจับในคดียาเสพติดของประเทศไทย และผู้ต้องหารายนี้มีพฤติการณ์วิ่งหนีเจ้าหน้าที่ขณะเข้าจับกุมด้วย อ้างว่าถูกหมายจับที่บางรัก ตอนนั้นเล่นยาอยู่ที่ห้องพัก และอ้างว่าไม่เกี่ยวข้องกับขบวนการที่ถูกจับ

 

นอกจากนี้ นายหานยังอ้างอีกว่า ตนเองไม่ได้พักอาศัยอยู่ที่นี่ แต่แค่ขับรถมาดูเพราะมีคนบอกว่า มีตำรวจจับคนจีนที่บ้านหลังนี้ พอมาเจอตำรวจก็เลยขับรถจะกลับบ้าน โดยอ้างว่าไม่ได้หนี และไม่ได้รู้จักใครที่นี่

 

เมื่อถามว่า รู้จักเว็บหงก้วนหรือไม่ นายหานตอบว่าไม่รู้จัก และอยู่ประเทศไทยไม่ได้ทำงานอะไร แต่เคยเป็นไกด์มา 3 ปี รับลูกค้าไปเที่ยว แต่ตอนนี้ไม่ได้มีงานทำ

 

เมื่อถามว่า ทำเว็บพนันและรู้จักเว็บพนันหรือไม่ นายหานอ้างว่าไม่ได้ทำและไม่รู้จัก

 

ส่วนสแตนเลสข้อมือ ก็ไปเช่ามา 3,000 บาท โดยเอาเงินจากการเป็นไกด์มาซื้อ

 

นอกจากการดำเนินคดีกับผู้ต้องหาแล้ว เจ้าหน้าที่ยังตรวจสอบพบประเด็นเกี่ยวกับการแจ้งที่พักอาศัยของคนต่างด้าวตามมาตรา 38 แห่งพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 ซึ่งกำหนดหน้าที่ของเจ้าบ้าน เจ้าของหรือผู้ครอบครองเคหสถาน และผู้จัดการโรงแรมในกรณีที่กฎหมายกำหนด โดยตำรวจอยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับบ้านพักทั้งสองหลัง รวมถึงผู้มีหน้าที่แจ้งที่พัก หากพบว่ามีการฝ่าฝืนกฎหมาย จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป

 

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่จะตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์ ข้อมูลจากคอมพิวเตอร์และโทรศัพท์มือถือ บัญชีที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนเส้นทางการเงิน เพื่อขยายผลไปยังผู้สั่งการ ผู้สนับสนุน และผู้ร่วมขบวนการที่อาจยังหลบหนีอยู่

ข่าวล่าสุด