นายศิริโชค กล่าวด้วยว่า ส่วนเรื่องหุ้นเรามีความคลางแคลงใจที่มีการเปลี่ยนไปเปลี่ยนมา ไม่รู้ว่าเป็น 1% หรือวันนี้ก็ออกมาพูดว่าเป็น 1.47% ที่ขายออกไปแล้ว กำลังหาข้อเท็จจริงเกี่ยวกับเรื่องนี้อยู่ เพราะทะเบียนหุ้นที่เรามีเมื่อ 2 ปีที่แล้วคือปี 67 และยังไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นเลย ฉะนั้น ต้องให้น.ส.สุชาดา และสามี เอาหุ้นที่เกาะบริติชเวอร์จิน มาให้เราดู
เมื่อถามว่า ข้อมูลนี้จะนำไปสู่การอภิปรายไม่ไว้วางใจ ที่โยงไปถึงพรรคการเมืองหรือนักการเมืองคนอื่นได้หรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า ตอนนี้ตนยังไม่ได้รับการติดต่อจากพรรคการเมืองใด ส่วนพรรคประชาธิปัตย์คุยคร่าวๆ ถึงที่มาที่ไป แต่ข้อเท็จจริงคือ นางสาวสุชาดา รับว่าสามี ลงทุนในบ่อนการพนันออนไลน์ และมีการแสดงบัญชีทรัพย์สินต่อคณะป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ตั้งแต่สมัยเป็นเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) หากเรื่องนี้เป็นความจริง หมายความว่าจะมีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อนทันที และจะลามไปถึงนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดีอี ในฐานะที่ตั้งคนที่มีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
ส่วนเรื่องนี้จะเป็นเพียงปัญหาจริยธรรมหรือจะมีข้อกฎหมายโยงไปถึงหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า มากกว่าจริยธรรม ก็เป็นความผิดทางอาญาในเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน โทษจำคุก หนักกว่าการปกปิดบัญชีทรัพย์สินอีก
เมื่อถามว่า นายกรัฐมนตรี ระบุว่า เรื่องนี้เป็นเรื่องส่วนตัวจึงขอให้นางสาวสุชาดา ชี้แจงตามกระบวนการมองว่าเรื่องนี้เป็นการตัดหางปล่อยวัดหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า จริงอยู่ที่ทรัพย์สินเป็นเรื่องส่วนตัว แต่ถ้าทรัพย์สินนั้นเอามาพัวพันกับการทำงานของรัฐมนตรี และเลขานุการรัฐมนตรี ซึ่งเกี่ยวข้องโดยตรงกับการปราบปรามเว็บพนัน โดยที่สามีของนางสาวสุชาดา ก็มีหุ้นส่วนอยู่ในห้วงเวลานั้น ขณะที่กระทรวงดีอี มีการปราบปรามเว็บไซต์การพนันอื่นๆ กว่าล้านเว็บไซต์ แต่ไม่มีการปราบ Shuffle ฉะนั้นตรงนี้เป็นข้อสงสัยว่ามีผลประโยชน์ทับซ้อนหรือไม่ และยิ่งนางสาวสุชาดา รู้ถึงการลงทุนนี้ของสามีตนเองตั้งแต่ก่อน และระหว่างการเป็นเลขานุการรัฐมนตรี ก็ยิ่งเป็นการผูกมัดว่ามีปัญหาเรื่องผลประโยชน์ทับซ้อน
สำหรับกรณี การจดทะเบียนเกิดขึ้นในปี 67 น.ส.สุชาดา ยังไม่ได้เป็นเลขานุการรัฐมนตรี แต่เพิ่งจะมาเป็นเมื่อปี 68 นายศิริโชค กล่าวว่า ก็ใช่ แต่นาวสาวสุชาดา มีการยอมรับว่าขายหุ้น เมื่อต้นปี 69 ฉะนั้น ระหว่างปี 67-69 ก็มีการถือหุ้นเกี่ยวกับการพนันออนไลน์แล้ว ซึ่งนางสาวสุชาดา เป็นเลขานุการรัฐมนตรีเมื่อ ต.ค.68 ฉะนั้น เวลาทับซ้อนกัน ผลประโยชน์ทับซ้อนกัน เพราะความเป็นเจ้าของก็ยังคงอยู่ ตนมองว่านี่คือประเด็นสำคัญที่หนักกว่าการปกปิดบัญชีทรัพย์สิน
ในระหว่างการสัมภาษณ์ถึงช่วงเวลานี้ นายศุภชัย ใจสมุทร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคภูมิใจไทย ที่กำลังจะเดินเข้าประชุมในห้อง กมธ.ก็เดินมาสอบถาม นายศิริโชค ว่า จอบอยู่ที่ไหน นายศิริโชคก็ตอบว่า “อยู่ในรถ” ทั้งนี้ ได้พยายาม เรียกให้ทั้งคู่มายืนคู่กัน แต่นายศุภชัย ปฏิเสธ บอกว่า “เดี๋ยวหาว่าแถลงเรื่องเดียวกัน” ทำให้นายศิริโชค ยิ้มและกล่าวต่อว่า “ระมัดระวังตัวดีจริงๆ” จากนั้นนายศิริโชค กลับมาให้สัมภาษณ์ต่อ
ผู้สื่อข่าวถามว่านอกจากกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) แล้วยังมีหน่วยงานอื่นที่เชิญให้ไปให้ข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวเพิ่มเติมหรือไม่ นายศิริโชค กล่าวว่า ยังไม่มี และสิ่งที่ตนให้ปากคำกับดีเอสไอ คือข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับเส้นทางเงิน แต่หากดีเอสไอมีปัญหาเรื่องการแตะเส้นทางเงิน ตนก็ยินดีไปให้ข้อมูลต่อ
เมื่อถามว่า มีการสอบถามหรือไม่ว่า หุ้นที่ขายไปแล้วมีการได้เงินกลับมาในรูปแบบใด นายศิริโชค กล่าวว่า นี่ก็เป็นปัญหา เพราะในการซื้อขายหุ้นที่บอกว่ามีสัดส่วน 1.47 % ตนไม่ได้มองว่าเป็นเพียงหุ้นเล็กน้อย เพราะในบริษัทที่มีมูลค่าเกือบ 2 หมื่นล้าน หุ้นจำนวนนี้ก็มีมูลค่า 2-3 ร้อยล้าน และมีความผิดปกติอยู่แล้ว เพราะการไปลงทุนในสตาร์ทอัพ คนที่ลงทุนก็หวังว่าจะขายหุ้น ในระหว่างที่บริษัทเข้าตลาดหลักทรัพย์ แต่บริษัทนี้ยังไม่เข้า กำไรดีมาก ปี 68 มีกำไรถึง 1,500 ล้านบาท ปันผลเกือบ 600 ล้านบาท ฉะนั้น ตนมองว่าไม่มีเหตุผลอะไรเลยที่จะไปขายหุ้นดาวรุ่ง เพราะในบัญชีทรัพย์สินของนายไท่หยาง ซาง สามีของนางสาวสุชาดา ยังมีหุ้นขยะอีกหลายตัวที่ไม่ขาย แต่กลับมาขายหุ้นดาวรุ่ง ที่ตนเชื่อว่าหากเข้าตลาดหลักทรัพย์หุ้นตัวนี้ จะมีมูลค่าเฉียดพันล้านบาท