เนชั่นทีวี

ข่าว

โฆษกศาลฯ กางกฎหมายคดี "สมรักษ์" พรากผู้เยาว์ หลังศาลอุทธรณ์จำคุก

20 ต.ค. 2569 | suwat_pan

โฆษกศาลฯ กางกฎหมายคดี "สมรักษ์" พรากผู้เยาว์ หลังศาลอุทธรณ์จำคุก

โฆษกศาลฯ กางกฎหมายคดี "สมรักษ์" พรากผู้เยาว์ หลังศาลอุทธรณ์ภาค 4 ลงโทษจำคุก 1 ปี 12 เดือน ชี้เข้าเงื่อนไขคดีต้องห้ามฎีกา เว้นแต่ได้รับอนุญาต ลุ้นประกันตัวสู้ต่อ

กรณีศาลอุทธรณ์ภาค 4 มีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการจังหวัดขอนแก่นเป็นโจทก์ฟ้อง นายสมรักษ์ คำสิงห์อดีตนักกีฬามวยสากลสมัครเล่นฮีโร่เหรียญทองโอลิมปิก พรากผู้เยาว์และอนาจารเด็กสาววัย 17 ปี  โดยพิพากษาแก้โทษ ยกฟ้องในข้อหาพยายามข่มขืน/ล่วงละเมิดทางเพศ แต่คงโทษในความผิดฐาน พรากผู้เยาว์อายุกว่า 15 ปีแต่ยังไม่เกิน 18 ปี เพื่อการอนาจาร สั่งลงโทษ จำคุก 1 ปี 12 เดือน ไม่รอลงอาญา และให้เพิ่มการชดใช้ค่าสินไหมทดแทนแก่ผู้เสียหายรวมเป็น 2 เเสนบาท  

เมื่อวันที่ 20 ต.ค.2569 นายสุริยัณห์ หงษ์วิไล โฆษกศาลยุติธรรม กล่าวถึงขั้นตอนข้อกฎหมายว่า คดีนี้อาจเข้าตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 219 บัญญัติว่า “ในคดีที่ศาลชั้นต้นพิพากษาให้ลงโทษจําคุกจําเลยไม่เกินสองปีหรือปรับไม่เกินสี่หมื่นบาท หรือทั้งจําทั้งปรับ ถ้าศาลอุทธรณ์ยังคงลงโทษจําเลยไม่เกินกําหนดที่ว่ามานี้ห้ามมิให้คู่ความฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง แต่ข้อห้ามนี้มิให้ใช้แก่จําเลยในกรณีที่ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้ไขมากและเพิ่มเติมโทษจําเลย” ซึ่งคดีนี้ แม้ศาลอุทธรณ์พิพากษากลับแต่มิได้เพิ่มเติมโทษจำเลย คดีจึงน่าจะต้องห้ามฎีกาในปัญหาข้อเท็จจริง เว้นเเต่ จะมีการยื่นขออนุญาตฎีกาจากผู้พิพากษาที่พิจารณาตัดสินคดีนี้ทั้งศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์ หากศาลอนุญาตให้ฎีกา คดีก็จะขึ้นสู่การพิจารณาของศาลฎีกาต่อไป ส่วนหากศาลไม่อนุญาตให้ฎีกา คดีจะสิ้นสุดในชั้นอุทธรณ์และถูกนำตัวไปบังคับโทษตามคำพิพากษาต่อไป อย่างไรก็ตามไม่ต้องห้ามฎีกาสำหรับปัญหาข้อกฎหมาย

แต่ในชั้นนี้จำเลยยังมีสิทธิยื่นคำร้องขอปล่อยชั่วคราวระหว่างขออนุญาตฎีกา ก็ขึ้นอยู่กับศาลว่าพิจารณาอนุญาตหรือไม่ต่อไป

ข่าวล่าสุด