นายศิริโชคยังบอกถึงการเดินทางมาวันนี้ด้วยว่า ไม่ได้เป็นการมาให้ข้อมูลเรื่องเกี่ยวกับบัญชีทรัพย์สิน เป็นเรื่องที่หนักและรุนแรงกว่านั้น ซึ่งเกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ที่เกี่ยวข้องกับการมีผลประโยชน์ทับซ้อนกับเจ้าหน้าที่ของรัฐและอำนาจหน้าที่ของรัฐ เพราะ น.ส.สุชาดา พยายามแก้ปมบัญชีทรัพย์สินโดยอ้างว่า สามีขายหุ้นการพนันออนไลน์ไปแล้ว แต่เธอเปิดอีกปม และยอมรับกับสาธารณะว่า ก่อนและขณะที่ดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีดีอี เธอรู้และทราบว่าสามีของเธอเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ ดังนั้นจึงต้องถามตรง ๆ ว่า ถ้ารู้ว่าสามีเกี่ยวข้องกับพนันออนไลน์ แล้วทำไมถึงเลือกมาเป็นเลขานุการรัฐมนตรีดีอี เลือกจะปราบปรามพนันออนไลน์ แต่เว็บที่ชื่อ Shuffle กลับปล่อยให้เปิดบริการจนถึงวันที่ 8 ต.ค.
“วันนี้ไม่ใช่เรื่องซุกหุ้น แต่เป็นเรื่องผลประโยชน์ที่อาจจะทับซ้อนกับอำนาจฝ่ายการเมือง”
ส่วนที่ถูกมองว่า เป็นการจับแพะชนแกะในการเอาข้อมูลเก่ามา 4–5 ปี หรือไม่นั้น นายศิริโชค บอกว่า ไม่เห็นจะเก่าเลย ข้อมูลล่าสุดตามทะเบียนหุ้นของบีบีไอปี 2567 และมีเอกสารยืนยันจากกูราเซาว่า ทะเบียนหุ้นนี้อัปเดตแล้ว แต่การที่บริษัทจะไปเปลี่ยนเอกสารย้อนหลัง ก็พิสูจน์กันไป แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ เธอยอมรับว่า เธอรู้ว่าสามีของเธอทำเว็บพนัน ตั้งแต่ก่อนเธอดำรงตำแหน่งเลขานุการรัฐมนตรีดีอี และมองว่าไม่ได้เป็นเรื่องบังเอิญที่ทำไมเว็บไซต์ shuffle.com ไม่ถูกปิด แล้วเมื่อก่อนตนเองก็ไม่ค่อยกล้าที่จะฟันธง จนวันนี้เธอระบุเองชัดว่า ได้ยื่นบัญชีทรัพย์สินตอนเป็นเลขานุการฯ ว่า มีหุ้นพนันออนไลน์อยู่ด้วย เพราะฉะนั้นเธอย่อมรู้ว่า สามีเธอเกี่ยวข้องกับการลงทุนพนันออนไลน์ และเมื่อลงทุนไปแล้วก็ได้ผลประโยชน์ ดังนั้นจึงต้องเจาะจงถามว่า. ทำไมถึงย้ายจากเลขานุการรัฐมนตรี อว. มาเป็นเลขานุการรัฐมนตรีดีอี
นายศิริโชคยังบอกอีกว่า ขณะนี้เข้าองค์ประกอบความผิดทางกฎหมายทั้งหมดแล้ว ซึ่งเว็บพนันออนไลน์นี้มีเส้นทางการเงินมาถึงประเทศไทย และมีคนไทยเข้าไปเล่น เพราะฉะนั้นจึงผิดกฎหมาย พ.ร.บ.การพนัน พ.ศ. 2478 ซึ่งองค์ประกอบความผิดชัดเจน สิ่งที่จะตามมาคือต้องจับคนเล่นการพนันก่อนและขยายผลไปถึงผู้ที่อยู่เบื้องหลังว่าใครมีผลประโยชน์เกี่ยวข้อง ซึ่งไม่ต่างจากการจับวัยรุ่นสร้างตัว
เมื่อถามถึงประเด็นที่ยังไม่มีผู้เสียหายมาร้องเรียน นายศิริโชค อธิบายหลักกฎหมายว่า เรื่องนี้เป็นความผิดอาญาแผ่นดิน ดีเอสไอสามารถหยิบยกเรื่องขึ้นมาดำเนินการได้เองโดยไม่ต้องมีผู้มาร้องทุกข์กล่าวโทษ ประกอบกับเส้นทางการเงินที่ตรวจพบเฉพาะในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา มีการโอนเงินผ่านคริปโตเกือบ 10,000 ครั้ง มูลค่ากว่า 118 ล้านบาท ซึ่งมีความชัดเจนในตัวองค์ประกอบความผิดอยู่แล้ว
ส่วนประเด็นเรื่องการชักชวนหรือโฆษณาในประเทศไทย พ.ร.บ.การพนันใช้คำว่า ‘หรือ’ หมายความว่า หากมีการเปิดให้เล่น หรือชักชวน หรือจูงใจ อย่างใดอย่างหนึ่งก็เข้าองค์ประกอบความผิดทันที ตนเองมีหลักฐานการชักชวนและจ่ายรางวัลในประเทศไทยเตรียมไว้มอบให้เจ้าหน้าที่แล้ว
นายศิริโชค ยังระบุด้วยว่า นอกจากดีเอสไอ ทางสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือ ก.ล.ต. กำลังตรวจสอบศูนย์บริการซื้อขายคริปโตอย่าง Bitkub เช่นกัน ซึ่งมีธุรกรรมการโอนเงินระหว่าง Bitkub กับเว็บไซต์ shuffle.com โดยกระบวนการพิสูจน์และยืนยันตัวตนของลูกค้า เพื่อให้สถาบันการเงินหรือธุรกิจรู้ว่าลูกค้าคือใครจริง หรือ KYC ของแพลตฟอร์ม จะสามารถตรวจสอบได้ทั้งหมดว่าใครเป็นผู้โอนและปลายทางไปที่ใด พร้อมฝากความหวังให้ดีเอสไอรับเรื่องนี้เป็นคดีพิเศษ เพราะเป็นพนันข้ามชาติที่สร้างปัญหาใหญ่ให้สังคมไทย และตั้งข้อสังเกตว่า เหตุใดเว็บไซต์ดังกล่าวจึงเพิ่งปิดตัวลงโดยไม่ใช่ฝั่งรัฐบาลสั่งปิด
ส่วนกังวลหรือไม่ที่ดีเอสไอเข้ามาทำคดีนี้ นายศิริโชค บอกว่า อนาคตจะเป็นอย่างไร อย่าไปคาดหวังมาก เพราะก็ต้องทำวันนี้ให้ดีที่สุด แล้วใครจะไปบิดหลักฐานในอนาคตอย่างไร วันนี้ก็ทำให้ดีที่สุดแล้วรอดูผลที่ออกมาหรืออะไร
ปัดเคลื่อนไหวเพราะประเด็นการเมือง หรือขัดแย้งส่วนตัว แต่เพราะชำนาญด้านบล็อกเชนจึงแกะรอย เพราะเห็นความผิดปกติ ทิ้งอุดมการณ์ไม่ได้
ส่วนการออกมาเคลื่อนไหวครั้งนี้ เป็นการตีจากภายนอกเพื่อเชื่อมโยงกับการอภิปรายไม่ไว้วางใจของพรรคการเมืองหรือไม่ นายศิริโชค ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้เป็นนักการเมืองแล้ว เป็นเพียงประชาชนคนหนึ่ง ที่บังเอิญมีความสามารถด้านบล็อกเชน เลยแกะรอยหลังดูการอภิปรายในสภา และเมื่อแกะรอยก็เห็นความผิดปกติ เมื่อเห็นแล้วในฐานะประชาชนก็ต้องเดินหน้าต่อ และพบว่าปล่อยผ่านไม่ได้ เพราะขัดกับอุดมการณ์ที่ทำมาตลอด 30 ปี โดยยืนยันว่า ไม่ได้เป็นเรื่องความแค้นส่วนตัว และไม่ได้เกี่ยวกับประเด็นทางการเมืองหรือการสร้างกระแส
ซึ่งตนเองก็มั่นใจในเอกสารและหลักฐานที่มี ซึ่งไม่อยากให้โต้กลับหรือบูลลี่กันไปมา แต่อยากให้นำข้อมูลและหลักฐานมาหักล้างกันตรง ๆ เพื่อให้ประชาชนเป็นผู้พิจารณา
เมื่อถามว่า คดีนี้จะเป็นการพิสูจน์ตัวเองของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมด้วยหรือไม่ นายศิริโชค มองว่า คดีนี้เป็นการพิสูจน์ทั้งองคาพยพของรัฐบาล ว่ามีความจริงจังในการแก้ปัญหาหรือไม่ และที่บอกว่าระบอบสีน้ำเงินจะกินหมดแล้ว ต้องมาดูว่าระบอบสีน้ำเงินจะกินอย่างไร
เมื่อถามอีกว่า ยังมีหลักฐานเด็ดหรือไพ่เด็ดที่เตรียมไว้อยู่หรือไม่ นายศิริโชค ระบุว่า หากรู้จักตัวตนของตนเองย่อมมีอยู่แล้ว แต่ความมั่นใจของอีกฝ่ายเป็นเพราะอีกฝ่ายเชื่อมั่นในเอกสารของตนเอง ซึ่งต้องรอดูผลลัพธ์และติดตามกันต่อไปว่า จะมีหลักฐานที่เด็ดกว่านี้ออกมาอีกหรือไม่