“วราวุธ” เบรกโรงงานขยะพิษ ปราจีนฯ ยันลุยปราบไร้วิ่งเต้น
19 ต.ค. 2569 | titayu_pur

“วราวุธ” ลุยปราจีนบุรีสั่งเบรกโรงงานขยะพิษ ยันปราบโรงงานเถื่อนเด็ดขาด ไร้วิ่งเต้น ฟันมาตรา 39 สั่งปิดทันที พร้อมดึง DSI-ปปง. ยึดทรัพย์ทุนข้ามชาติ
ข่าว
19 ต.ค. 2569 | titayu_pur

“วราวุธ” ลุยปราจีนบุรีสั่งเบรกโรงงานขยะพิษ ยันปราบโรงงานเถื่อนเด็ดขาด ไร้วิ่งเต้น ฟันมาตรา 39 สั่งปิดทันที พร้อมดึง DSI-ปปง. ยึดทรัพย์ทุนข้ามชาติ
KEY
POINTS
19 ตุลาคม 2569 นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมคณะและ สส. ในพื้นที่ ลงพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรี เพื่อตรวจติดตามและสั่ง เบรกโรงงานขยะพิษ ประเภท 105 และ 106 หลังพบการลักลอบปล่อยคราบน้ำมันและกากอุตสาหกรรม สร้างความเดือดร้อนให้ชาวบ้าน พร้อมประสาน DSI และ ปปง. เดินหน้าปราบโรงงานเถื่อน และไล่ตรวจสอบ โรงงานขยะพิษปราจีนบุรี ทั่วประเทศเกือบ 3,000 แห่งอย่างเข้มงวด
วันนี้ นายวราวุธ ศิลปอาชา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ระบุว่า วันนี้ผมพร้อมด้วยทีมงานกระทรวงอุตสาหกรรม ฝ่ายปกครอง และ สส. อำนาจ วิลาวัลย์, สส. ชยุต ภุมมะกาญจนะ, สส. สฤษดิ์ บุตรเนียร (ส.ส. พรรคภูมิใจไทยในพื้นที่) ได้ลงพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ตรวจติดตามและเร่งแก้ปัญหากรณีคราบน้ำมัน น้ำสีรุ้ง และการจัดการกากอุตสาหกรรม จากการตรวจสอบสถานประกอบการทั้ง 2 แห่ง คือ บริษัท กรีน เอนไวรอนเม้นท์ เทคโนโลยี จำกัด และบริษัท เอ็มวาย เมทัล จำกัด ซึ่งสร้างความเดือดร้อนและส่งผลกระทบต่อพี่น้องประชาชนในพื้นที่ครับ
นายวราวุธส่งสารถึงผู้ประกอบการว่า ต้องมีความรับผิดชอบ และการวางมาตรการระยะยาว มีการชดเชยความเสียหายทางกายภาพ พืชผลเกษตร และสิ่งแวดล้อม 100% ควบคู่กับการสร้างความเข้าใจและเยียวยาจิตใจชุมชนโดยรอบ โดยยกระดับมาตรการป้องกันภัยธรรมชาติ เมื่อสภาพอากาศเปลี่ยน ปริมาณฝนเพิ่มขึ้นเกินกว่าที่เคยคำนวณไว้ โรงงานต้องร่วมกับอุตสาหกรรมจังหวัดวางระบบคันกั้นน้ำและระบบระบายน้ำเสียอย่างรัดกุม ไม่ให้ทะลักออกไปกระทบชาวบ้านในระยะยาว
รมว.อุตสาหกรรมระบุว่า ตนได้พบปะ รับฟังความเดือดร้อน และรับหนังสือจากพี่น้องประชาชนที่หน้าโรงงานด้วยตัวเอง พร้อมยืนยันแนวทางแก้ไขทันที เร่งขจัดคราบน้ำมันก่อนเสียหายเพิ่ม กำชับให้รีบกวาดคราบน้ำมันก่อนน้ำแห้ง เพื่อไม่ให้เกาะต้นข้าวและทำลายผลผลิตเกษตร พร้อมติดตามผลกระทบระยะยาวต่อคุณภาพดินและผลผลิตในฤดูกาลถัดไป และมอบหมายให้อุตสาหกรรมจังหวัดทั่วประเทศเข้าตรวจสอบโรงงานประเภท 105 (คัดแยก) และ 106 (รีไซเคิล/ทำลาย) ทั้งหมดเกือบ 3,000 แห่งอย่างละเอียด เพื่อป้องกันเหตุซ้ำรอย
“หากพบการทำผิดเงื่อนไข จะใช้มาตรา 37 สั่งปรับปรุงแก้ไข และหากพบความผิดร้ายแรง จะใช้มาตรา 39 สั่งปิดการดำเนินงานทันที ทุกอย่างดำเนินตามขั้นตอนกฎหมายอย่างตรงไปตรงมา ความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนต้องมาก่อน! ลงพื้นที่ปราจีนบุรีรอบนี้ ลุยปราบโรงงานเถื่อน-ขยะพิษ งานนี้ไม่มีการม้วนเสื่อ ไม่มีหลบหน้า และไม่มีคำว่าวิ่งเต้น แน่นอนครับ”
นายวราวุธ กล่าวว่า จากการตรวจโรงงานลักลอบดำเนินการอย่างผิดกฎหมาย พบกองขยะอิเล็กทรอนิกส์ (E-Waste) มหาศาล และการนำเศษพลาสติกสายไฟบดรวมกับดิน ถือเป็นการทำลายแผ่นดินไทยอย่างร้ายแรง โดยกระทรวงอุตสาหกรรมจับมือกับกระทรวงมหาดไทย กระทรวงการคลัง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ สตช. ตม. DSI และ ปปง. บูรณาการตรวจสอบร่วมกัน เพื่อปิดช่องว่างการโยนภาระ และลุยเช็กทุกจุดอย่างครอบคลุม
นอกจากนั้น ยังเร่งประสาน DSI และ ปปง. แกะรอยเส้นทางการเงินเพื่อยึดทรัพย์ผู้ประกอบการที่กระทำผิด พร้อมประสาน ตม. สั่งห้ามผู้ประกอบการหรือกลุ่มทุนต่างชาติที่ทำผิดกฎหมายเดินทางออกนอกประเทศ ลุยปราบเด็ดขาด ไม่ไว้หน้าไหน ทำตามคำสั่งโดยตรงของท่านนายกรัฐมนตรี (อนุทิน ชาญวีรกูล) บังคับใช้กฎหมายอย่างที่สุด ไม่ว่าจะเป็นของใคร นามสกุลอะไร หรือทุนชาติไหน หากทำผิดกฎหมายและสร้างความเดือดร้อนให้คนไทย จะต้องถูกดำเนินคดีขั้นสูงสุด
เบรกการอนุญาตโรงงาน 105/106 การพิจารณาในอนาคตจะต้องผ่านความเห็นชอบและความพึงพอใจของพี่น้องประชาชนในพื้นที่เป็นสำคัญ หัวใจสำคัญที่สุดของกระทรวงอุตสาหกรรม คือ “ความปลอดภัยและความเป็นอยู่ของพี่น้องประชาชน” ประเทศไทยต้องไม่ตกเป็นที่รองรับขยะพิษของใครครับ
หากพี่น้องประชาชนพบเห็นสิ่งผิดปกติ การลักลอบขนย้าย หรือโรงงานที่สงสัยว่าผิดกฎหมาย สามารถแจ้งได้ที่สายด่วนกระทรวงอุตสาหกรรม 1564 ได้ตลอด 24 ชั่วโมงครับ