นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ตนเข้ามารับตำแหน่งปลัดกระทรวงมหาดไทย ตนเชื่อว่าทุกอย่างดำเนินไปได้ด้วยดี เพราะเราได้เข้าไปเร่งแก้ไขปัญหากรมต่างๆ ที่มีปัญหา กระทรวงได้ทำอย่างดีที่สุดและรวดเร็วที่สุด
“ตนว่าก่อนหน้านี้น่าจะอายมากกว่านี้ ตนพยายามสร้างให้ข้าราชการมีขวัญและกำลังใจ ทุกวันนี้ปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้น ทั้งเรื่องท้องถิ่นและการแต่งตั้งโยกย้าย ตนเป็นคนที่เข้ามาทำให้ข้าราชการเหล่านั้นได้รับความเป็นธรรมมากที่สุด เช่น เรื่องท้องถิ่น นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้ดำเนินการสอบข้อเท็จจริง กระทรวงมหาดไทยได้ดำเนินการเสร็จสิ้นภายใน 7 วัน ซึ่งทุกคนทราบดี นอกจากนี้ยังมีหน่วยงานอื่นที่เกี่ยวข้องร่วมดำเนินการอยู่ กระทรวงมหาดไทยได้สอบข้อเท็จจริงร้ายแรงและแจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิดแล้ว นี่คือส่วนที่กระทรวงมหาดไทยดำเนินการอย่างเต็มที่ ดังนั้นหากบอกว่ากระทรวงมหาดไทยน่าอาย ต้องถามว่าน่าอายตรงไหน เพราะเราถือว่าเราทำเต็มที่ที่สุดแล้ว และอดีตปลัดกระทรวงอีกหลายท่านก็ได้โทรศัพท์มาหาตน เพื่อชื่นชมและให้กำลังใจที่กระทรวงมหาดไทยแก้ปัญหาทุกอย่างด้วยความรวดเร็วที่สุด” นายอรรษิษฐ์ กล่าว
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การออกมาพูดของอดีตปลัดกระทบต่อขวัญกำลังใจข้าราชการหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า การพูดนั้นพูดด้วยส่วนตัวหรือด้วยวัตถุประสงค์อะไร ต้องถามว่าในอดีตปัญหากระทรวงมหาดไทยไม่ได้มีแค่เรื่องนี้ แต่ปัญหาต่างๆ ถูกคลี่คลายหรือได้รับการแก้ไขหรือไม่ ถ้าแก้ปัญหาได้ดีแล้ว ตนเชื่อมั่นว่าข้าราชการกระทรวงมหาดไทยก็ฟังในสิ่งที่ถูกต้อง และดำเนินชีวิตในวิถีข้าราชการด้วยความตั้งใจ ซึ่งตนคิดว่าบางทีข้าราชการก็ไม่ได้ฟังสิ่งที่พูด เพราะเขาเข้าใจดีว่าอะไรเป็นอะไร
ยันทำหน้าที่สมบูรณ์แบบ ลุยแจ้งข้อกล่าวหาผู้กระทำผิดแล้ว
เมื่อถามว่าในอดีตมีการร้องเรียนเรื่องทุจริตสอบท้องถิ่นหรือไม่ และมีการแก้ไขอย่างไรในยุคของ อดีตปลัด มท. โดย นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนไม่เคยได้ยินว่าอดีตไม่มีการทำอะไรเลย แต่เมื่อตนเข้ามา ก็แก้ปัญหาด้วยการตั้งคณะกรรมการสอบข้อเท็จจริงภายใน 7 วัน มีการชี้แจง และตั้งรองปลัดกระทรวงมหาดไทย เสนอนายกรัฐมนตรีแต่งตั้งเป็นอธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อเข้ามาแก้ปัญหาโดยเฉพาะ ตนพยายามเอาข้อเท็จจริงแจ้งให้ประชาชนทราบตลอดเวลา เมื่อดำเนินการเรื่องนี้จนลุล่วงที่สุดแล้ว ก็ทำให้หน้าที่ของกระทรวงมหาดไทยดำเนินไปอย่างเต็มที่ ขณะนี้ผู้ที่อยู่ในกระบวนการถูกแจ้งข้อกล่าวหาและรับทราบข้อกล่าวหาหมดแล้ว อยู่ระหว่างทำคำชี้แจง นี่คือสิ่งที่กระทรวงมหาดไทยทำได้ดีที่สุด ส่วนของตำรวจสอบสวนกลาง ป.ป.ช. และ ปปง. ที่มีการอายัดเงินไปส่วนหนึ่ง ก็เป็นขั้นตอนการดำเนินการของเขา แต่กระทรวงมหาดไทยทำได้รวดเร็วและดีที่สุดอย่างแน่นอน
เมื่อถามว่า กระทรวงมหาดไทยรู้สึกอย่างไรที่ทำเต็มที่แล้ว แต่ผู้ต้องหาในคดีทุจริตสอบท้องถิ่นถูกปล่อยตัว เนื่องจากขั้นตอนการฟ้องยังไม่สมบูรณ์ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า เรื่องนี้อยู่ในอำนาจของ ป.ป.ช. ซึ่งเป็นไปตามขั้นตอนกฎหมาย แต่หากมีข้อมูลหลักฐานโยงใยถึงใคร สุดท้ายก็จะต้องถูกดำเนินคดีเหมือนเดิม
เผย “นายกฯ - อนุทิน” ให้กำลังใจ ยัน มท. ทำงานหนักที่สุด
เมื่อถามว่า ในบรรดาอดีตปลัดที่โทรมาให้กำลังใจ มีนายสุทธิพงษ์อยู่ด้วยหรือไม่ นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนเห็นนายสุทธิพงษ์ให้สัมภาษณ์ตามสื่อ แต่ไม่ได้คุยกัน
เมื่อถามต่อว่า นายกรัฐมนตรีมีความเห็นอย่างไรบ้าง นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า นายกรัฐมนตรี รวมถึง นายอนุทิน ชาญวีรกูล ก็ให้กำลังใจและเชื่อมั่นว่ากระทรวงมหาดไทยในยุคที่ตนเป็นปลัด ตั้งใจทำงานในหน้าที่ราชการและแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นทุกเรื่องให้รวดเร็วและดีที่สุด สิ่งสำคัญคือตนเป็นผู้ดูแลข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ทุกกรม ทุกรัฐวิสาหกิจ ตนต้องยืนหยัดและให้ขวัญกำลังใจทุกคน ซึ่งเป็นหน้าที่ของตนอยู่แล้ว
ส่วนการเตรียมพร้อมรับมือการอภิปรายไม่ไว้วางใจที่นายกรัฐมนตรีโดนอภิปรายในฐานะรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยด้วยนั้น นายอรรษิษฐ์ ยืนยันว่า หากมีส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงมหาดไทย เรามีระเบียบและหลักฐานชัดเจนพร้อมชี้แจงตามกฎหมาย
นายอรรษิษฐ์ กล่าวเสริมถึงการที่กระทรวงมหาดไทยโดนโจมตีหลายเรื่องว่า เป็นเรื่องปกติ แม้แต่ตนเองก็โดน แต่เราต้องยึดมั่นในการทำงาน กระทรวงมหาดไทยมีหน้าที่บำบัดทุกข์บำรุงสุข เมื่อประชาชนมีความทุกข์เราก็ต้องไปช่วย แต่เมื่อกระทรวงมหาดไทยถูกโจมตี ตนในฐานะผู้บริหารสูงสุดของข้าราชการประจำ ก็ต้องบอกว่าข้าราชการทุกคนต้องการขวัญกำลังใจ ตนเชื่อมั่นว่ากระทรวงมหาดไทยเป็นกระทรวงที่ทำงานหนักที่สุด ลงพื้นที่แม้กระทั่งวันหยุดข้าราชการก็ไม่ได้หยุด ผู้บังคับบัญชาต้องให้กำลังใจ ไม่ใช่มาติฉินนินทาข้าราชการของตัวเอง เพราะคนเหล่านี้คือ “ลมใต้ปีก” ที่ช่วยให้ผู้บริหารทำงานได้สำเร็จ
ชี้มีอะไรควรบอกส่วนตัว ไม่ใช่โวยสื่อ ไม่รู้ติเพื่อก่อหรือเพื่อเหยียบ
เมื่อถามย้ำว่า ในฐานะปลัดกระทรวงมหาดไทย เสียใจหรือไม่ที่อดีตปลัดมาทุบหม้อข้าวตัวเอง นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า ตนรับราชการมาตั้งแต่เด็กจนเติบโต ผ่านเรื่องราวมามากมายทั้งเรื่องถูกและผิด หากนายสุทธิพงษ์ไม่สบายใจเรื่องอะไร หรือมีข้อแนะนำ ควรมาบอกตนโดยตรง เพราะทุกคนเคยเป็นผู้บริหารกระทรวงมหาดไทย ไม่ใช่ไปบอกผ่านสาธารณชนแล้วให้สาธารณชนมาบอกตนอีกที ตรงนี้ตนมองว่าไม่น่าจะเป็นสิ่งที่ถูกต้อง
เมื่อถามว่า ฟังจากน้ำเสียงเหมือนจะเสียใจ นายอรรษิษฐ์ กล่าวตอบว่า ไม่อยากให้ใครมาว่ากระทรวงมหาดไทย เพราะเป็นกระทรวงที่ทำงานหนักที่สุด อะไรผิดพลาดเราก็ช่วยกันแก้ไข หากมีอะไรที่ไม่เหลือบ่ากว่าแรง ขออย่าเพิ่งไปบอกคนอื่น ให้มาบอกตนก่อน ถ้าไม่บอกตนแล้วไปโวยว่ากระทรวงแย่แล้ว วุ่นวายแล้ว ตนก็พร้อมรับไว้คนเดียว แล้วถ้าตนไม่ทำ ค่อยไปบอกสื่อมวลชนว่าบอกปลัดแล้วแต่ปลัดแย่มากไม่ยอมฟัง แต่ถ้าไม่ใช่แบบนี้ ตนก็จำเป็นต้องออกมาพูด
เมื่อถามทิ้งท้ายว่าเป็น “การติเพื่อก่อ” หรือ “ติเพื่อเหยียบ” นายอรรษิษฐ์ กล่าวว่า “คนเราไม่เหมือนกัน ตนไม่รู้ว่าการพูดของแต่ละคนมีวัตถุประสงค์อะไร แต่ถ้าเป็นตน ตนจะไม่ทำแบบนั้น”