เนชั่นทีวี

ข่าว

3 แผลฉกรรจ์! "น้ำท่วมพิษ - เด้งเสฏฐวุฒิ - หลุดขังโกงสอบท้องถิ่น" รัฐบาลทรุดหนักก่อนศึกซักฟอก

13 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

3 แผลฉกรรจ์! "น้ำท่วมพิษ - เด้งเสฏฐวุฒิ - หลุดขังโกงสอบท้องถิ่น" รัฐบาลทรุดหนักก่อนศึกซักฟอก

3 แผลฉกรรจ์! "น้ำท่วมพิษ - เด้งเสฏฐวุฒิ - หลุดขังโกงสอบท้องถิ่น" ทลายความเชื่อมั่น รัฐบาลทรุดหนักก่อนศึกซักฟอก

3 แผลฉกรรจ์! "น้ำท่วมพิษ - เด้งเสฏฐวุฒิ - หลุดขังโกงสอบท้องถิ่น" ทลายความเชื่อมั่น รัฐบาลทรุดหนักก่อนศึกซักฟอก

KEY

POINTS

  • น้ำท่วมกรุง-ปราจีนพิษเคมี โพลชี้รัฐบาลสอบตก: โพลฟ้องผลงานแก้วิกฤตน้ำท่วมไร้รูปธรรม ปราจีนฯ เสี่ยงน้ำขยะพิษ ฝ่ายค้านลงพื้นที่แซงหน้า
  • เด้งนายอำเภอบ้านสร้าง ย้อนศรปมค้านทุนจีน: บริภาษ "น่าอับอาย" แล้วสั่งย้ายด่วน สังคมกังขาโยงขัดขาค่ายสีน้ำเงิน พบคดีไร้การสอบผิด   
  • ปล่อยตัว 3 คีย์แมนโกงสอบท้องถิ่น สังคมกังขา: ป.ป.ช. วางทรงคดีมั่วจนฝากขังครบ 84 วัน ต้องปล่อยตัว ตอกย้ำภาพมวยล้มต้มคนดู   

13 ตุลาคม 2569 ก่อนเข้าสู่ศึกอภิปรายไม่ไว้วางใจ รัฐบาลกำลังเผชิญหน้ากับวิกฤตความเชื่อมั่นจากประชาชนอย่างหนักหน่วง โดยมี 3 ปัจจัยหลักที่เป็น "ตัวฉุด" สำคัญ สะท้อนถึงการบริหารจัดการที่ไร้ประสิทธิภาพ ส่อเจตนาแอบแฝง และสร้างข้อกังขาเรื่องความจริงใจในการปราบปรามการทุจริตหัวแถว

 

วิกฤตอุทกภัยใหญ่สอบตก! โพลชี้ชัดผลงานไม่เห็นผล - ปราจีนฯ เสี่ยงน้ำขยะพิษ

 

3 แผลฉกรรจ์! "น้ำท่วมพิษ - เด้งเสฏฐวุฒิ - หลุดขังโกงสอบท้องถิ่น" รัฐบาลทรุดหนักก่อนศึกซักฟอก

สถานการณ์น้ำท่วมขังและฝนตกแช่ในพื้นที่กรุงเทพมหานครและหลายจังหวัด สะท้อนผ่านผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนอย่างชัดเจน โดย นอร์ทแบงค็อกโพล ระบุว่า ประชาชน 56.3% มองว่าผลงานของรัฐบาลไม่ดีเลย (และอีก 23.2% มองว่าค่อนข้างไม่ดี) โดยกว่า 65.4% ยืนยันว่าไม่เห็นการดำเนินงานที่เป็นรูปธรรม เช่นเดียวกับ นิด้าโพล ที่พบว่า มีประชาชนเพียง 1.76% เท่านั้นที่ชื่นชมนายกรัฐมนตรีและรัฐบาล ขณะที่สัดส่วนใหญ่ชื่นชมกลุ่มจิตอาสา (46.95%) และชื่นชมผู้ว่าฯ ชัชชาติ สิทธิพันธุ์ (16.41%)

 

ยิ่งไปกว่านั้น การทำงานของรัฐบาลยังถูกมองว่า "ไล่ไม่ทันปัญหา" อย่างเห็นได้ชัด โดยเฉพาะกรณีน้ำท่วมในพื้นที่ จ.ปราจีนบุรี ที่มีการปนเปื้อนของสารเคมี คราบน้ำมัน และน้ำชะกากอุตสาหกรรม จนสุ่มเสี่ยงกลายเป็นน้ำขยะพิษกระทบประชาชน แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมจะยืนยันว่าไม่ได้นิ่งนอนใจและส่งทีมลงพื้นที่ตรวจสอบ แต่กลับยังไม่ได้ลงพื้นที่ด้วยตนเอง สวนทางกับฝ่ายค้าน รวมถึง "หัวหน้าเท้ง" ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ที่ลงพื้นที่หลายรอบและสะท้อนว่าปัญหาจริงใหญ่กว่าที่เป็นข่าวมาก

 

เซ่นปมค้านทุนจีน? บริภาษ "นายอำเภอเสฏฐวุฒิ" ก่อนเด้งด่วน ไร้การสอบผิด   

 

กรณีคำสั่งโยกย้าย นายเสฏฐวุฒิ วงศ์เลอวุฒิ นายอำเภอบ้านสร้าง จ.ปราจีนบุรี หลังถูกบริภาษผ่านการประชุมว่า "น่าอับอาย" ได้สร้างกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคม เนื่องจากเป็นการย้ายด่วนโดยที่ไม่ได้มีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนความผิดทางวินัยอย่างเป็นทางการ กระแสสังคมส่วนใหญ่จึงเทความเห็นใจและยืนอยู่ข้างนายอำเภอ   

 

พร้อมกันนี้ มีการเปิดเบื้องหลังและตั้งข้อสังเกตว่า เหตุผลแท้จริงของการย้าย อาจมาจากการที่นายอำเภอปฏิบัติหน้าที่ขัดขวางกลุ่มทุนจีน ซึ่งเดินสวนทางกับแนวทางของขั้วอำนาจ "สายสีน้ำเงิน" แม้ท้ายที่สุดนายอำเภอเสฏฐวุฒิจะย้ายไปรับตำแหน่งใหม่ที่ อ.ลำสนธิ จ.ลพบุรี และอัดคลิปวิดีโอน้อมรับปฏิบัติตามคำสั่งและข้อท้วงติงด้วยวุฒิภาวะก็ตาม แต่ปมนี้ยังคงเป็นบาดแผลฉกรรจ์ที่สังคมจับตา  

 

ปล่อยตัว 3 คีย์แมน "โกงสอบท้องถิ่น" ตอกย้ำภาพมวยล้ม-ป.ป.ช. วางทรงคดีมั่ว   

 

ประเด็นร้อนที่ตอกย้ำความไม่เชื่อใจของสังคมมากที่สุด คือกรณี การปล่อยตัว 3 ผู้ต้องหาสำคัญที่เป็นคีย์แมนของคดีทุจริตสอบบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่น หลังครบกำหนดฝากขัง 84 วัน สะท้อนภาพกระบวนการยุติธรรมที่เป็นเหมือน "มวยล้มต้มคนดู" และทำลายความเชื่อมั่นที่ประชาชนมีต่อรัฐบาล ทั้งที่เมื่อวันที่ 17 กันยายน นายกรัฐมนตรีเคยปรารภว่า "เหมือนมาโกงบนหัวผม" แต่เมื่อเวลาผ่านไปเกือบเดือน กลับไม่มีความคืบหน้าเชิงรูปธรรม โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย จนถูกตั้งคำถามว่าสิ่งที่พูดไปนั้นเป็นเพียงแค่ "การแสดง" หรือไม่?   

 

เรื่องนี้ถูกขยายผลเชื่อมโยงไปถึงคนใกล้ชิดนายกรัฐมนตรีและสายตรงบุรีรัมย์ ขณะเดียวกันความเชื่อมั่นต่อ ป.ป.ช. ที่ต่ำอยู่แล้ว ยิ่งทรุดหนักจากความเชื่อมโยงกับ "สายสีน้ำเงิน" ซึ่งนักกฎหมายมองว่า ป.ป.ช. วางทรงคดีขัดแย้งและสับสน:"หาก ป.ป.ช. มองว่าเป็นคดีใหญ่ มีผู้เกี่ยวข้องมาก และตัวเองไม่มีทางทำทัน ก็ควรมอบหมายให้ตำรวจช่วยทำบางส่วน เช่น การสอบปากคำผู้เข้าสอบหรือกลุ่มที่มีการแก้ไขคะแนน 5,000–6,000 คน ซึ่งตำรวจมีกำลังพลทั่วประเทศและระดมทำได้

 

"ส่วนผู้ต้องหาสำคัญ ป.ป.ช. ก็ไต่สวนเองโดยไม่ต้องใช้ระบบฝากขังต่อศาล ก็จะสามารถเรียกมาไต่สวน แจ้งข้อหา และวางเงื่อนไขห้ามหลบหนีหรือออกนอกประเทศได้ แต่ที่ผ่านมากลับไม่ทำ วางทรงคดีลักลั่น ให้ตำรวจจับ แล้วเข้าระบบฝากขังต่อศาล จึงติดเงื่อนไข 84 วัน และเมื่อตัวเองทำสำนวนไม่ทัน ก็ต้องปล่อยผู้ต้องหาเป็นอิสระ เสี่ยงต่อการหลบหนี"   

 

ทั้ง 3 ปัญหานี้ จึงกลายเป็น "จุดสลบ" สำคัญที่ฝ่ายค้านพร้อมนำไปขยายผล และเป็นปัญหารั่วไหลทางศรัทธาที่ทำให้รัฐบาลทรุดหนักอย่างเห็นได้ชัดก่อนถึงวันเปิดศึกซักฟอก!
 

ข่าวล่าสุด