เนชั่นทีวี

ข่าว

ป.ป.ช. จ่อประชุมสรุปโกงสอบสิ้นเดือน ต.ค. แจ้งข้อกล่าวหาต้น พ.ย. อดีตอธิบดีตัวการใหญ่

12 ต.ค. 2569 | prisana_tha

ป.ป.ช. จ่อประชุมสรุปโกงสอบสิ้นเดือน ต.ค. แจ้งข้อกล่าวหาต้น พ.ย. อดีตอธิบดีตัวการใหญ่

ป.ป.ช. จ่อประชุมสรุปโกงสอบสิ้นเดือน ต.ค. แจ้งข้อกล่าวหาต้น พ.ย. อดีตอธิบดีตัวการ ยังไม่ถึง สส.-รมต. แจงเหตุฟ้อง 3 ผู้ต้องหาไม่ทันครบฝากขังจนต้องปล่อยตัว ยอมรับเพิ่งได้เครื่องตรวจกระดาษคำตอบ ใช้เวลา 10 วัน ตรวจ 8 แสนแผ่น

ป.ป.ช. จ่อประชุมสรุปโกงสอบสิ้นเดือน ต.ค. แจ้งข้อกล่าวหาต้น พ.ย. อดีตอธิบดีตัวการ ยังไม่ถึง สส.-รมต. แจงเหตุฟ้อง 3 ผู้ต้องหาไม่ทันครบฝากขังจนต้องปล่อยตัว ยอมรับเพิ่งได้เครื่องตรวจกระดาษคำตอบ ใช้เวลา 10 วัน ตรวจ 8 แสนแผ่น

KEY

POINTS

  • ป.ป.ช.แจงปล่อยผู้ต้องหาโกงสอบท้องถิ่น 3 ราย เหตุไต่สวนไม่เสร็จในกรอบฝากขัง 84 วัน เพื่อรอสาวถึงตัวการใหญ่
  • เผยคดีคืบหน้า 40% เตรียมแจ้งข้อกล่าวหาต้น พ.ย. ลุยสอบผู้เกี่ยวข้องกว่า 6,000 คน
  • พบทรัพย์สินทองคำ-คริปโต ยึดและอายัดแล้วหลักร้อยล้านบาท ยืนยันเดินหน้าเอาผิดตัวการใหญ่

12 ตุลาคม 2569 นายนิติพันธุ์ ประจวบเหมาะ เลขาธิการคณะกรรมการ ป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ในฐานะโฆษก ป.ป.ช. พร้อมด้วย เกียรติศักดิ์ พุฒพันธุ์ รองเลขาธิการ ป.ป.ช. และ นางสาวมิรินทร์ รักชิตถุง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ร่วมกันแถลงชี้แจง กรณีผู้ต้องหา 3 ราย ในคดีทุจริตการสอบแข่งขันบรรจุข้าราชการส่วนท้องถิ่นปี 2568 (โกงสอบท้องถิ่น) ได้รับการปล่อยตัวจากเรือนจำเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม 2569 หลังครบกำหนดฝากขังสูงสุด 84 วัน เนื่องจาก ป.ป.ช. ยังไต่สวนไม่แล้วเสร็จและยังไม่มีการยื่นฟ้องต่อศาล

 

นายนิติพันธุ์ ระบุว่า ทาง ป.ป.ช.ได้ตั้งคณะกรรมการโฆษกฯ ขึ้นมาตั้งแต่ตนมารับตำแหน่ง และพร้อมทำหน้าที่รายงานความก้าวหน้าของคดีเป็นระยะ เป็นระบบ และจะมีการแถลงข่าวให้บ่อยขึ้น ทั้งข้อเท็จจริงและข้อกฎหมายของคดี เพราะคดีของ ป.ป.ช.ต้องเป็นไปตามกฎหมายในระบบไต่สวน และมองว่า การเป็นข้าราชการแล้วเข้ามารับสินบน ก็รับไม่ได้และเป็นเรื่องน่าเสียใจ และเราทุกคนตั้งใจที่จะทำคดีให้สำเร็จ โดย ป.ป.ช. ทำสำนวนคดีแน่นหนาและรอบคอบ ที่ผ่านมาสำนวนของ ป.ป.ช.90% ที่เสนอสู่ศาลนั้น แล้วศาลลงโทษ จึงขอให้เชื่อมั่นการทำงานของ ป.ป.ช. จึงขอให้เวลาเจ้าหน้าที่ได้ทำงานก่อน

ด้าน นายเกียรติศักดิ์ ระบุถึงขั้นตอนการทำคดีของ ป.ป.ช. ว่า  ตามกฎหมายอาญามีอำนาจจับ ค้น ควบคุมขัง แต่กฎหมาย ป.ป.ช.ต่างกัน โดยคดีนี้จุดเริ่มต้นของคดี คือ เริ่มต้นที่พนักงานสอบสวน และเห็นว่าทุจริตเลยส่งมา ป.ป.ช. ก็จะเหลือเวลาอีก 3 ผัด ผัดละ 12 วัน เท่ากับเหลือเวลาทำงาน 36 วัน

 

และในคดีนี้ เมื่อส่งมาถึง ป.ป.ช.ใช้ระบบไต่สวน ดังนั้นต้องมาดูรูปคดีว่า ใครเกี่ยวข้องบ้าง พาดพิงถึงใคร และต้องใช้วิธีการไต่สวนแบบใด ตามกฎหมายของ ป.ป.ช. หลักการสำคัญของการดำเนินคดีอาญา แม้ว่ารัฐจะมุ่งเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ แต่ต้องไม่กระทบกับสิทธิของจำเลย ในชั้นสอบสวน ตราบใดที่ยังไม่มีคำพิพากษาถือเป็นผู้บริสุทธิ์ และเมื่อพ้นไปก็สามารถดำเนินคดีต่อไป

 

แม้ผู้ต้องหาจะถูกปล่อยตัว ก็ไม่ถือว่าเขาพ้นผิด ถามว่าไม่กลัวผู้ต้องหาหลบหนีหรือ ในกระบวนการของป.ป.ช.หากพบว่า ผู้ต้องหาจะหลบหนีให้ไปดำเนินการจับตัวมาได้ ซึ่งถือเป็นไปตามกฎหมาย

เปิดเหตุผลสรุปสำนวนฟ้องไม่ทัน 84 วันจนต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา

 

ส่วนเหตุผลที่ทำไม่ทัน หรือถ้าจะตัดตอนนั้น นายเกียรติศักดิ์ มองว่า ถ้าจะตัดตอนก็ต้องทำให้เสร็จทันตามที่ทุกคนคาดหวัง แล้วส่งคดีไปที่ศาลเฉพาะคนที่ดำเนินคดีเท่านั้น โดยไม่สนตัวการใหญ่ แบบนี้ถึงเรียกว่าตัดตอน แต่วันนี้ ป.ป.ช.ที่ยังสรุปสำนวนอะไรไม่ได้ เพราะกำลังไต่สวนทั้งกระดานว่าตัวการใหญ่คือใคร ใครคือตัวสนับสนุน เส้นเงินนายหน้า แก้ไข เปลี่ยนแปลง ผลการสอบ เพราะผู้ถูกกล่าวหา 6,000 กว่าคน เพราะพยาน 1 คน ต้องใช้หลักฐาน 4-5 ชิ้น เพื่อยืนยันการกระทำความผิดเพราะไม่มีพยานคนไหนจะบอกว่าตัวเองทำผิด เลยเป็นความซับซ้อน แต่ยืนยันนว่าคดีนี้ไม่มีช้าแน่นอน

 

ตัวการใหญ่ยังไม่ถึงนักการเมือง

 

นายเกียรติศักดิ์ บอกอีกว่า ขณะนี้เรามีพยานหลักฐานที่ดำเนินการได้ในบางส่วนที่เป็นตัวการใหญ่ เบื้องต้นตัวการใหญ่ที่สุดยังไม่ถึงนักการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี สส. ณ ปัจจุบัน เพราะหลักฐานยังไม่ถึง ส่วนตัวการใหญ่หลักฐานจะถึงใครนั้น ปลายเดือนนี้จะประชุมคณะไต่สวนฯ ว่า จะแจ้งข้อกล่าวหาใคร อย่างไร ขึ้นอยู่กับคณะไต่สวน และคาดว่า จะเริ่มแจ้งข้อกล่าวหาได้ในต้นเดือน พ.ย.นี้

 

และคดีนี้ ถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในสังคม ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ป.ป.ช.จะต้องพิสูจน์เจตนาและแรงจูงใจในการกระทำความผิด เพื่อให้การดำเนินคดีมีประสิทธิภาพ

 

ส่วนความคืบหน้าของคดี นายเกียรติศักดิ์ บอกว่า ในเชิงปริมาณคืบหน้าไปได้ 40% แต่ในเชิงคุณภาพ พยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทั้งนี้การที่เราจะสรุปข้อเท็จจริง มี 4 กลุ่ม คือ ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง , คนจัดทำแก้ไขคะแนน ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง , กลุ่มนายหน้า และ กลุ่มผู้เข้าสอบ กลุ่มนี้จะเยอะที่สุด และกระบวนการที่ยากที่สุดผ่านพ้นไปแล้ว แต่ยังมีข้อจำกัด หาก ป.ป.ช.ดำเนินคดี จะดำเนินคดีครั้งเดียวไม่เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาหลายครั้งซ้ำๆ ดังนั้นความละเอียดรอบคอบของแต่ละคนที่กระทำความผิดต้องแยกแยะให้ได้ว่าแต่ละคนผิดอย่างไร และย้ำว่าตอนนี้คืบหน้าไปถึงขั้นจะแจ้งข้อกล่าวหาได้แล้ว เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานหลักๆมาค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว

 

นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันว่า ป.ป.ช. มีกฎหมาย มีเครื่องมือหากพบว่า ผู้ต้องหาที่ได้รับการปล่อยตัวไปจะหลบหนี ก็จะให้ศาลออกหมายจับได้ และหากหลบหนีไประหว่างไต่สวน ก็ไม่ให้นับอายุความ แต่จะต้องเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.ตั้งไต่สวนแล้ว ดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ให้ดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินคดีล่าช้า และละเว้นได้ ถือเป็นกรอบสำคัญที่ ป.ป.ช.วางไว้

 

“วันนี้ได้รับอิสรภาพ ก็ออกมาใช้ชีวิต เราเลยมีมาตรการซีลชายแดน ด่านต่างๆไว้แล้วทั้งช่องทางธรรมชาติ และช่องทางการ เพราะรู้ว่าผู้ต้องหาเคยมีพฤติการณ์หลบหนี ดังนั้นเรามีมาตรการแน่นอน”

 

ตัวการใหญ่อดีตอธิบดี

 

ส่วนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ ถ้าต้องแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมกัน 6,000 กว่าคน เพราะผู้ต้องหา 3 คนยังส่งฟ้องไม่ทันนั้น นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันว่า ไม่ซ้ำแน่นอน และเหตุผลที่ไม่แยกสำนวน และรอแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมกัน 6,000 กว่าคนนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการตัดตอน เพราะ ป.ป.ช.ต้องวิเคราะห์ให้หมดว่าการกระทำครั้งหนึ่งไปเกี่ยวข้องส่วนไหน ในฐานะอะไร และมีกี่กรรม เพื่อให้ได้ตัวการกระทำความผิดในแต่ละเรื่อง

 

นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันด้วยว่า มีหลักฐานที่จะเอาผิดตัวการใหญ่อย่างแน่นอน และเป็นอดีตอธิบดีเกี่ยวข้องมากกว่า 1 คน  แต่ยังไม่ยืนยันว่า 3 คนที่ถูกปล่อยตัวจะเป็นล็อตแรกที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะจะต้องรอคณะกรรมการไต่สวนประชุมวิเคราะห์พยานหลักฐานปลายเดือนนี้ก่อน

 

เพิ่งได้เครื่องตรวจกระดาษคำตอบ ใช้เวลา 10 วันตรวจ 8 แสนแผ่น

 

ส่วนเรื่องการตรวจกระดาษคำตอบ 8 แสนแผ่นนั้น ยอมรับว่า ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการตรวจกระดาษคำตอบเลย เนื่องจากยังไม่มีเครื่องมือ แต่ขณะนี้ได้เครื่องมาแล้ว เหลือแค่ตกลงกันว่าจะตรวจแบบไหนอย่างไร เพื่อให้ศาลรองรับในพยานหลักฐาน โดยจะดำเนินการภายใน 10 วัน หลังจากวันนี้ แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าจะร่วมตรวจกับหน่วยงานไหนบ้าง แต่จะให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจ และ ป.ป.ช.จะเป็นผู้ควบคุมด้วยตัวเอง

 

ส่วนเส้นทางการเงิน นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า มีความละเอียดพอสมควร และขณะนี้ ป.ป.ช.พอเห็นปลายทางแล้ว “แต่ยังไม่ถึงนักการเมือง” พยานหลักฐาน ณ วันนี้ ไม่มีการตัดตอน ดำเนินคดีทุกคนที่กระทำความผิดทั้งหมด

 

และยังพบทรัพย์สินที่เป็นทองคำด้วย อยู่ระหว่างการติดตาม รวมถึงเงินสกุลดิจิทัลด้วย บางส่วนถูกยึดและอายัดทรัพย์ไว้แล้ว ในหลักร้อยกว่าล้านบาท และยังไม่ขอเปิดเผยว่า เส้นทางการเงินและทรัพย์สินถึงตัวอธิบดีหรือไม่ เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวน ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าตัวการใหญ่ของเรื่องนี้คือใคร เพราะ ณ ตอนนี้เป็นหัวหน้าหน่วย

 

เมื่อถามว่า กรณีที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมา และมีความเห็นชี้ว่า การสอบครั้งนี้เป็นการทุจริตนั้น เรื่องนี้จะทำให้เห็นแย้งกับนายปกรณ์ หรือไม่ เพราะ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรนั้น นายเกียรติศักดิ์ บอกว่า ไม่ใช่ว่า ป.ป.ช.จะไม่รับฟัง แต่รับฟังความเห็นของทุกหน่วยงานในคดีทุจริตที่ส่งมาให้ ป.ป.ช.ในกรอบเวลา 30 วัน ขณะนี้ทุกหน่วยงานมีพยานหลักฐานสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ยืนยันว่า คดีนี้ตำรวจช่วยเยอะมาก และไม่ได้ทะเลาะกันในการทำงาน แต่รูปแบบการทำงานไม่เหมือนกัน ตำรวจเน้นการดำเนินคดี จับตัวผู้ต้องหา แต่ ป.ป.ช.จะเน้นกระบวนการ โดยมีเป้าหมายคือนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ

 

ขณะที่ นางสาวมิรินทร์ รักชิตถุง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยืนยันว่า ข้าราชการไม่มีการฝักใฝ่ฝ่ายใด เป็นการไต่สวนให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด ในกระบวนการไม่มีฝ่ายการเมืองสีใดๆมาแทรกแซงการดำเนินการของ ป.ป.ช.ได้

 

ส่วนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มวยล้มต้มคนดู นางสาวมิรินทร์ ยืนยันว่า ไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน อะไรที่เป็นประโยชน์ประเทศชาติ ป.ป.ช.ทำเต็มที่แน่นอน

ข่าวล่าสุด