เปิดเหตุผลสรุปสำนวนฟ้องไม่ทัน 84 วันจนต้องปล่อยตัวผู้ต้องหา
ส่วนเหตุผลที่ทำไม่ทัน หรือถ้าจะตัดตอนนั้น นายเกียรติศักดิ์ มองว่า ถ้าจะตัดตอนก็ต้องทำให้เสร็จทันตามที่ทุกคนคาดหวัง แล้วส่งคดีไปที่ศาลเฉพาะคนที่ดำเนินคดีเท่านั้น โดยไม่สนตัวการใหญ่ แบบนี้ถึงเรียกว่าตัดตอน แต่วันนี้ ป.ป.ช.ที่ยังสรุปสำนวนอะไรไม่ได้ เพราะกำลังไต่สวนทั้งกระดานว่าตัวการใหญ่คือใคร ใครคือตัวสนับสนุน เส้นเงินนายหน้า แก้ไข เปลี่ยนแปลง ผลการสอบ เพราะผู้ถูกกล่าวหา 6,000 กว่าคน เพราะพยาน 1 คน ต้องใช้หลักฐาน 4-5 ชิ้น เพื่อยืนยันการกระทำความผิดเพราะไม่มีพยานคนไหนจะบอกว่าตัวเองทำผิด เลยเป็นความซับซ้อน แต่ยืนยันนว่าคดีนี้ไม่มีช้าแน่นอน
ตัวการใหญ่ยังไม่ถึงนักการเมือง
นายเกียรติศักดิ์ บอกอีกว่า ขณะนี้เรามีพยานหลักฐานที่ดำเนินการได้ในบางส่วนที่เป็นตัวการใหญ่ เบื้องต้นตัวการใหญ่ที่สุดยังไม่ถึงนักการเมือง หรือผู้ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี สส. ณ ปัจจุบัน เพราะหลักฐานยังไม่ถึง ส่วนตัวการใหญ่หลักฐานจะถึงใครนั้น ปลายเดือนนี้จะประชุมคณะไต่สวนฯ ว่า จะแจ้งข้อกล่าวหาใคร อย่างไร ขึ้นอยู่กับคณะไต่สวน และคาดว่า จะเริ่มแจ้งข้อกล่าวหาได้ในต้นเดือน พ.ย.นี้
และคดีนี้ ถือว่ามีความน่าสนใจเป็นอย่างมากในสังคม ดังนั้นสิ่งที่เกิดขึ้น ป.ป.ช.จะต้องพิสูจน์เจตนาและแรงจูงใจในการกระทำความผิด เพื่อให้การดำเนินคดีมีประสิทธิภาพ
ส่วนความคืบหน้าของคดี นายเกียรติศักดิ์ บอกว่า ในเชิงปริมาณคืบหน้าไปได้ 40% แต่ในเชิงคุณภาพ พยานหลักฐานค่อนข้างครบถ้วนสมบูรณ์แล้ว ทั้งนี้การที่เราจะสรุปข้อเท็จจริง มี 4 กลุ่ม คือ ผู้ดำรงตำแหน่งระดับสูง , คนจัดทำแก้ไขคะแนน ดำเนินการจัดซื้อจัดจ้าง , กลุ่มนายหน้า และ กลุ่มผู้เข้าสอบ กลุ่มนี้จะเยอะที่สุด และกระบวนการที่ยากที่สุดผ่านพ้นไปแล้ว แต่ยังมีข้อจำกัด หาก ป.ป.ช.ดำเนินคดี จะดำเนินคดีครั้งเดียวไม่เรียกมาแจ้งข้อกล่าวหาหลายครั้งซ้ำๆ ดังนั้นความละเอียดรอบคอบของแต่ละคนที่กระทำความผิดต้องแยกแยะให้ได้ว่าแต่ละคนผิดอย่างไร และย้ำว่าตอนนี้คืบหน้าไปถึงขั้นจะแจ้งข้อกล่าวหาได้แล้ว เจ้าหน้าที่รวบรวมพยานหลักฐานหลักๆมาค่อนข้างสมบูรณ์แล้ว
นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันว่า ป.ป.ช. มีกฎหมาย มีเครื่องมือหากพบว่า ผู้ต้องหาที่ได้รับการปล่อยตัวไปจะหลบหนี ก็จะให้ศาลออกหมายจับได้ และหากหลบหนีไประหว่างไต่สวน ก็ไม่ให้นับอายุความ แต่จะต้องเอาตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษให้ได้ ส่วนกรณีที่ ป.ป.ช.ตั้งไต่สวนแล้ว ดำเนินการไม่แล้วเสร็จภายใน 2 ปี ให้ดำเนินการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ที่ดำเนินคดีล่าช้า และละเว้นได้ ถือเป็นกรอบสำคัญที่ ป.ป.ช.วางไว้
“วันนี้ได้รับอิสรภาพ ก็ออกมาใช้ชีวิต เราเลยมีมาตรการซีลชายแดน ด่านต่างๆไว้แล้วทั้งช่องทางธรรมชาติ และช่องทางการ เพราะรู้ว่าผู้ต้องหาเคยมีพฤติการณ์หลบหนี ดังนั้นเรามีมาตรการแน่นอน”
ตัวการใหญ่อดีตอธิบดี
ส่วนประวัติศาสตร์จะซ้ำรอยหรือไม่ ถ้าต้องแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมกัน 6,000 กว่าคน เพราะผู้ต้องหา 3 คนยังส่งฟ้องไม่ทันนั้น นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันว่า ไม่ซ้ำแน่นอน และเหตุผลที่ไม่แยกสำนวน และรอแจ้งข้อกล่าวหาพร้อมกัน 6,000 กว่าคนนั้น เพื่อไม่ให้เป็นการตัดตอน เพราะ ป.ป.ช.ต้องวิเคราะห์ให้หมดว่าการกระทำครั้งหนึ่งไปเกี่ยวข้องส่วนไหน ในฐานะอะไร และมีกี่กรรม เพื่อให้ได้ตัวการกระทำความผิดในแต่ละเรื่อง
นายเกียรติศักดิ์ ยืนยันด้วยว่า มีหลักฐานที่จะเอาผิดตัวการใหญ่อย่างแน่นอน และเป็นอดีตอธิบดีเกี่ยวข้องมากกว่า 1 คน แต่ยังไม่ยืนยันว่า 3 คนที่ถูกปล่อยตัวจะเป็นล็อตแรกที่จะถูกแจ้งข้อกล่าวหาหรือไม่ เพราะจะต้องรอคณะกรรมการไต่สวนประชุมวิเคราะห์พยานหลักฐานปลายเดือนนี้ก่อน
เพิ่งได้เครื่องตรวจกระดาษคำตอบ ใช้เวลา 10 วันตรวจ 8 แสนแผ่น
ส่วนเรื่องการตรวจกระดาษคำตอบ 8 แสนแผ่นนั้น ยอมรับว่า ที่ผ่านมายังไม่ได้มีการตรวจกระดาษคำตอบเลย เนื่องจากยังไม่มีเครื่องมือ แต่ขณะนี้ได้เครื่องมาแล้ว เหลือแค่ตกลงกันว่าจะตรวจแบบไหนอย่างไร เพื่อให้ศาลรองรับในพยานหลักฐาน โดยจะดำเนินการภายใน 10 วัน หลังจากวันนี้ แต่ไม่ขอเปิดเผยว่าจะร่วมตรวจกับหน่วยงานไหนบ้าง แต่จะให้ผู้เชี่ยวชาญเข้ามาตรวจ และ ป.ป.ช.จะเป็นผู้ควบคุมด้วยตัวเอง
ส่วนเส้นทางการเงิน นายเกียรติศักดิ์ ระบุว่า มีความละเอียดพอสมควร และขณะนี้ ป.ป.ช.พอเห็นปลายทางแล้ว “แต่ยังไม่ถึงนักการเมือง” พยานหลักฐาน ณ วันนี้ ไม่มีการตัดตอน ดำเนินคดีทุกคนที่กระทำความผิดทั้งหมด
และยังพบทรัพย์สินที่เป็นทองคำด้วย อยู่ระหว่างการติดตาม รวมถึงเงินสกุลดิจิทัลด้วย บางส่วนถูกยึดและอายัดทรัพย์ไว้แล้ว ในหลักร้อยกว่าล้านบาท และยังไม่ขอเปิดเผยว่า เส้นทางการเงินและทรัพย์สินถึงตัวอธิบดีหรือไม่ เพราะเป็นรายละเอียดในสำนวน ขณะนี้กำลังพิจารณาว่าตัวการใหญ่ของเรื่องนี้คือใคร เพราะ ณ ตอนนี้เป็นหัวหน้าหน่วย
เมื่อถามว่า กรณีที่ นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ประธานคณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงและข้อกฎหมาย กรณีทุจริตการสอบท้องถิ่น ที่นายกรัฐมนตรีแต่งตั้งขึ้นมา และมีความเห็นชี้ว่า การสอบครั้งนี้เป็นการทุจริตนั้น เรื่องนี้จะทำให้เห็นแย้งกับนายปกรณ์ หรือไม่ เพราะ ป.ป.ช.ยังไม่ได้ดำเนินการอะไรนั้น นายเกียรติศักดิ์ บอกว่า ไม่ใช่ว่า ป.ป.ช.จะไม่รับฟัง แต่รับฟังความเห็นของทุกหน่วยงานในคดีทุจริตที่ส่งมาให้ ป.ป.ช.ในกรอบเวลา 30 วัน ขณะนี้ทุกหน่วยงานมีพยานหลักฐานสอดคล้องไปในทิศทางเดียวกัน ยืนยันว่า คดีนี้ตำรวจช่วยเยอะมาก และไม่ได้ทะเลาะกันในการทำงาน แต่รูปแบบการทำงานไม่เหมือนกัน ตำรวจเน้นการดำเนินคดี จับตัวผู้ต้องหา แต่ ป.ป.ช.จะเน้นกระบวนการ โดยมีเป้าหมายคือนำตัวผู้กระทำความผิดมาลงโทษ
ขณะที่ นางสาวมิรินทร์ รักชิตถุง ผู้ช่วยเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยืนยันว่า ข้าราชการไม่มีการฝักใฝ่ฝ่ายใด เป็นการไต่สวนให้เกิดความยุติธรรมมากที่สุด ในกระบวนการไม่มีฝ่ายการเมืองสีใดๆมาแทรกแซงการดำเนินการของ ป.ป.ช.ได้
ส่วนที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า มวยล้มต้มคนดู นางสาวมิรินทร์ ยืนยันว่า ไม่มีมวยล้มต้มคนดูแน่นอน อะไรที่เป็นประโยชน์ประเทศชาติ ป.ป.ช.ทำเต็มที่แน่นอน