เนชั่นทีวี

ข่าว

กทม.ทุ่มแสนล้าน! ปูแผน 5 ปี รุดบิ๊กโปรเจกต์คลอง-อุโมงค์ยักษ์แก้น้ำท่วม

06 ต.ค. 2569 | titayu_pur

กทม.ทุ่มแสนล้าน! ปูแผน 5 ปี รุดบิ๊กโปรเจกต์คลอง-อุโมงค์ยักษ์แก้น้ำท่วม

กทม.เปิดแผนบูรณาการ 5-7 ปี งบแสนล้านบาท เดินหน้าบิ๊กโปรเจกต์ระบบคลองและอุโมงค์ยักษ์ เร่งลอกท่อระบายน้ำ 5,000 กม. พร้อมขยายคลองคอนกรีต สู้ภัยน้ำท่วมกรุงเทพฯ ยั่งยืน

กทม.เปิดแผนบูรณาการ 5-7 ปี งบแสนล้านบาท เดินหน้าบิ๊กโปรเจกต์ระบบคลองและอุโมงค์ยักษ์ เร่งลอกท่อระบายน้ำ 5,000 กม. พร้อมขยายคลองคอนกรีต สู้ภัยน้ำท่วมกรุงเทพฯ ยั่งยืน

KEY

POINTS

  • ทุ่มงบ 1 แสนล้านบาท ปูแผน 5-7 ปี: กทม. เปิดแผนบูรณาการระยะสั้น-กลาง-ยาว ไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อป้องกันศูนย์กลางเศรษฐกิจและแก้ปัญหาน้ำท่วมขังข้ามสัปดาห์
  • มาตรการระยะสั้น เร่งลอกท่อ 5,000 กม.: ตรวจสอบประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำ จัดการขยะชิ้นใหญ่ และเร่งขุดลอกท่อระบายน้ำทั่วกรุงก่อนเข้าฤดูฝน
  • ยกกระดับระบบคลองและอุโมงค์ยักษ์: ขุดลอกคลองรอง 1,980 สาย ทำคลองคอนกรีต พร้อมเคลียร์สิ่งบุกรุกเข้าอุโมงค์ยักษ์ 7 แห่ง และเร่งสร้างเพิ่มอีก 6 แห่ง

7 ตุลาคม 2569 กรุงเทพมหานคร (กทม.) เร่งเดินหน้า "แผนแก้ปัญหาน้ำท่วม" บูรณาการระยะ 5-7 ปี วงเงินไม่ต่ำกว่า 1 แสนล้านบาท เพื่อปกป้องพื้นที่ศูนย์กลางเศรษฐกิจจากวิกฤตอุทกภัย ครอบคลุมมาตรการระยะสั้นถึงยาว ตั้งแต่เร่งลอกท่อระบายน้ำ 5,000 กิโลเมตร ล้างวัชพืชขวางทางน้ำ ไปจนถึงการยกระดับขุดลอกและปรับปรุงคลองรองกว่า 1,980 สาย พร้อมเร่งเปิดทางน้ำไหลลงอุโมงค์ยักษ์ 7 แห่ง และก่อสร้างอุโมงค์ระบายน้ำใหม่อีก 6 แห่ง เพื่อแก้ปัญหาน้ำท่วมกรุงเทพอย่างยั่งยืน  

 

แม้สถานการณ์น้ำท่วมใน กทม.จะเริ่มคลี่คลายลง แต่ก็ทิ้งความเสียหายเป็นวงกว้าง ทั้งความสูญเสียทางเศรษฐกิจ ประชาชนมีความยากลำบากในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ต้องแช่น้ำนานไม่ต่ำกว่า 1 สัปดาห์ เพราะไม่สามารถระบายน้ำที่มาจากทุกทิศทางได้อย่างรวดเร็ว 

 

กทม.จึงได้ทำแผนบูรณาการ 5-7 ปี นับจากนี้เป็นต้นไป เพื่อรับมือน้ำท่วมหนัก ทั้งในระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว วงเงินงบประมาณไม่ต่ำกว่าแสนล้านบาท

 

มาตรการระยะสั้น เริ่มตั้งแต่การหมั่นตรวจสอบ คอยพร่องน้ำในคูคลองสายย่อย ลงสู่คลองระบายน้ำสายหลัก ตรวจสอบความคล่องตัว การดูแลประตูระบายน้ำ เครื่องสูบน้ำให้มีสภาพที่พร้อมใช้งาน เร่งรัดลอกท่อระบายน้ำซึ่งยาวกว่า 5,000 กิโลเมตร ให้เร็วขึ้นกว่าปกติก่อนฤดูฝน รวมถึงการตรวจสอบขยะสิ่งปฏิกูลขวางทางน้ำ โดยเฉพาะขยะชิ้นใหญ่ และร่วมมือกับประชาชนหมั่นตรวจสอบหน้าบ้านของตนเอง กำจัดขยะและวัชพืชกีดขวางทางน้ำ

กทม.ทุ่มแสนล้าน! ปูแผน 5 ปี รุดบิ๊กโปรเจกต์คลอง-อุโมงค์ยักษ์แก้น้ำท่วม  

 

ขยายคลองธรรมชาติ-ทำคลองคอนกรีต

 

ส่วนมาตรการระยะกลาง และระยะยาว แผนที่จะดำเนินการ เกี่ยวกับ การยกระดับระบบคลองให้ระบายน้ำอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบระบายน้ำแนวเหนือ -ใต้ ตั้งแต่คลองหกวาสายล่าง ไปจนถึงคลองประเวศบุรีรมย์

 

อย่างไรก็ตาม คลองใน กทม.มีทั้งสิ้น กว่า 2,000 สาย เป็นคลองขนาดใหญ่ กว่า 30 สาย ขณะคลองสายรองมี 1,980 สาย ที่ต้องเร่งขุดลอกคูคลอง ให้มีความลึกมากขึ้นและขยายบริเวณแนวคลองให้มีความกว้าง ลดความคดเคี้ยว เพื่อให้น้ำไหลได้สะดวกขึ้น

 

โดยเฉพาะการขยายคลองธรรมชาติ ปรับปรุงให้เป็นดาดท้องคลอง หรือ คลองคอนกรีต เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำ ช่วยให้น้ำไหลผ่านได้สะดวก รวดเร็วขึ้น ป้องกันไม่ให้น้ำกัดเซาะหน้าดินหรือตลิ่งพังทลาย ขณะเดียวกันประชาชนมักต่อต้านเนื่องจากต้องการให้คงสภาพเป็นคลองธรรมชาติ และติดปัญหางบประมาณที่มีจำกัด ที่ต้องเร่งดำเนินการแม้จะใช้เวลานาน คืออาคารบ้านเรือนประชาชนที่ปลูกสร้างรุกล้ำคลองสายหลัก เพื่อเปิดพื้นที่ให้ระบายน้ำไปลงปากอุโมงค์ยักษ์ ทั้ง 7 แห่งได้คล่องตัวมากขึ้น เช่นอุโมงค์พระราม 9 อุโมงค์บางซื่อ เป็นต้น ขณะเดียวกันยังเร่งก่อสร้างอุโมงค์ยักษ์อีก 6 แห่ง

 

กทม.ทุ่มแสนล้าน! ปูแผน 5 ปี รุดบิ๊กโปรเจกต์คลอง-อุโมงค์ยักษ์แก้น้ำท่วม  

 

แก้มลิง 45 แห่งรองรับน้ำ 14 ล้าน ลบ.ม. ปี70

 

ขณะการจัดทำแก้มลิงทั่ว กทม. โดยเฉพาะฝั่งตะวันออก ได้น้อมนำแนวพระราชดำริโครงการแก้มลิง มากำหนดและพัฒนาพื้นที่รับและหน่วงน้ำ 38 แห่ง รวมปริมาตรเก็บกัก 13,712,305 ลูกบาศก์เมตร โดยนับตั้งแต่ปี 2565 มีการเพิ่มพื้นที่และปรับปรุงประสิทธิภาพแก้มลิงอย่างต่อเนื่อง และอยู่ระหว่างดำเนินการเพิ่มเติมอีก 7 แห่ง รวมประมาณ 290,000 ลูกบาศก์เมตร เมื่อดำเนินการครบจะมีแก้มลิงรวม 45 แห่ง รองรับน้ำได้มากกว่า 14 ล้านลูกบาศก์เมตร

 

6 แก้มลิงเจ้าปัญหา ประชาพิจารณ์ไม่ผ่าน

 

สำหรับโครงการบึงรับน้ำ 6 แห่ง ที่สำนักการระบายน้ำศึกษาและเคยกำหนดมาก่อน พบว่า 4 แห่งทำประชาพิจารณ์แล้วไม่ผ่านความเห็นชอบของประชาชนในพื้นที่ ขณะที่โครงการบึงรับน้ำคลองคู้บอน เนื้อที่ประมาณ 130 ไร่ และคลองบางชัน เนื้อที่ประมาณ 39 ไร่ มีประเด็นเรื่องความคุ้มค่าในการเวนคืนและก่อสร้าง เมื่อเปรียบเทียบกับการพัฒนาบึงหนองบอน ระบบคลองสายหลัก และระบบลำเลียงน้ำ เพื่อเชื่อมต่อเข้าสู่อุโมงค์ระบายน้ำส่วนต่อขยายบึงหนองบอน

 

อย่างไรก็ตามการจัดทำผังเมืองใหม่ ไม่ปรากฏเรื่องของแก้มลิงอยู่ในผังเมืองนั้น กทม. โดยสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง ยืนยันว่า กระแสข่าวดังกล่าวคลาดเคลื่อนจากความเป็นจริง เนื่องจากแก้มลิงทั้ง 6 นี้ไม่เคยอยู่ในผังเมืองปัจจุบัน เนื่องจากไม่ผ่านตั้งแต่ขั้นตอนประชาพิจารณ์

 

บูรณาการผังเมืองใหม่ ป้องอุทกภัย

 

นายอาสา ทองธรรมชาติ ผู้อำนวยการสำนักการวางผังและพัฒนาเมือง กทม. ระบุว่า การจัดทำผังน้ำ ในร่างผังเมืองฉบับใหม่ เพิ่มมิติการบริหารจัดการน้ำในพื้นที่ กทม. โดยเฉพาะการกำหนดแนวทางระบายน้ำและพื้นที่ฟลัดเวย์อย่างเป็นระบบ หลังจากที่ผ่านมาแนวทางดังกล่าวส่วนหนึ่งอยู่ภายใต้การกำหนดพื้นที่สีเขียวลายตามผังเมืองเดิม ขณะที่พระราชบัญญัติการผังเมือง พ.ศ. 2562 กำหนดให้การจัดทำผังเมืองรวมต้องจัดทำ “ผังน้ำ” ควบคู่กัน เพื่อให้การวางผังเมืองคำนึงถึงระบบน้ำและการป้องกันปัญหาอุทกภัยมากขึ้น

 

สำหรับพื้นที่ฟลัดเวย์เดิมมีการกำหนดแนวพื้นที่ขนาดใหญ่และใช้ข้อกำหนดควบคุมการพัฒนามาเป็นเวลากว่า 40 ปี โดยครอบคลุมพื้นที่เชื่อมโยงกรุงเทพฯ ปทุมธานี และสมุทรปราการ อย่างไรก็ตาม เมื่อพื้นที่โดยรอบมีการพัฒนาเมืองเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะพื้นที่ปทุมธานีและสมุทรปราการที่มีทั้งชุมชน โรงงานอุตสาหกรรม และโครงการที่อยู่อาศัย ทำให้พื้นที่ฟลัดเวย์ตามแนวคิดเดิมไม่สามารถรักษาสภาพไว้ได้ทั้งหมด

 

ยกระดับระบบคลอง ลดพื้นที่ฟลัดเวย์คืนประชาชน

 

สำหรับการกำหนดพื้นที่ฟลัดเวย์ ในผังเมืองฉบับใหม่ กทม. ได้พิจารณาทบทวนจากแนวพื้นที่เดิมที่กำหนดไว้เป็นบริเวณกว้าง โดยพื้นที่ฟลัดเวย์เดิมมีขนาดราว 100,000 ไร่ ก่อนปรับลดลงเหลือประมาณ 1 ใน 3 หรือราว กว่า 30,000 ไร่ เพื่อให้สอดคล้องกับสภาพการพัฒนาเมืองในปัจจุบัน ขณะที่พื้นที่ซึ่งยังมีบทบาทสำคัญต่อการรองรับ และระบายน้ำยังคงกำหนดเป็นพื้นที่สีเขียวลายไว้ ขณะที่ กทม. ยังคงควบคุมการใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ดังกล่าวค่อนข้างเข้มงวดมาอย่างต่อเนื่อง

 

สำหรับแนวฟลัดเวย์ด้านตะวันออก ของ กทม. มีลักษณะเชื่อมโยงระบบคลองในแนวเหนือ-ใต้และตะวันออก-ตะวันตก โดยคลองแสนแสบเป็นหนึ่งในแนวคลองสำคัญบริเวณช่วงมีนบุรีต่อเนื่องไปทางหนองจอก ขณะที่คลองประเวศบุรีรมย์เป็นแนวตะวันออก-ตะวันตกที่มีบทบาทเชื่อมต่อกับระบบคลองแนวเหนือ-ใต้ เพื่อช่วยนำน้ำลงสู่พื้นที่ตอนล่างและออกสู่ทะเลบริเวณสมุทรปราการ อย่างไรก็ตาม พื้นที่ลาดกระบังมีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำหรือแอ่งกระทะ ทำให้การระบายน้ำยังเป็นโจทย์สำคัญ โดยเฉพาะเมื่อมีฝนตกหนัก

 

ขณะเดียวกัน การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐในพื้นที่ตะวันออกของ กทม. ทั้ง สนามบินสุวรรณภูมิ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และระบบรถไฟฟ้า ได้กลายเป็นปัจจัยกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวของเมืองและความต้องการใช้ประโยชน์ที่ดินเพิ่มขึ้น ส่งผลให้การรักษาพื้นที่สีเขียวลาย หรือพื้นที่ที่ทำหน้าที่รองรับและระบายน้ำตามแนวคิดเดิม ต้องพิจารณาให้สอดคล้องกับสภาพเมืองที่เปลี่ยนแปลงไป

 

ดังนั้น แนวทางของผังเมืองฉบับใหม่จึงต้องปรับลดขนาดพื้นที่ฟลัดเวย์ จากแนวพื้นที่เดิมที่มีขนาดใหญ่มาก หลังจากพื้นที่บางส่วนถูกพัฒนาเป็นเมืองไปแล้ว ขณะที่พื้นที่ที่ยังมีศักยภาพในการทำหน้าที่เป็นพื้นที่รับน้ำและระบายน้ำ ยังคงรักษาไว้ในรูปแบบพื้นที่สีเขียวลาย โดยเฉพาะบริเวณแนวคลองและพื้นที่ด้านตะวันออก เพื่อให้สามารถรักษาสมดุลระหว่างการบริหารจัดการน้ำกับการพัฒนาเมืองในแง่สังคมและคุณภาพชีวิตประชาชน

 

ทั้งนี้ ในการจัดทำผังเมืองฉบับใหม่ได้พิจารณาระบบน้ำและพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมควบคู่กับการกำหนดการใช้ประโยชน์ที่ดิน เนื่องจากพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพฯ โดยเฉพาะมีนบุรี หนองจอก และลาดกระบัง มีลักษณะเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและเป็นแอ่งรับน้ำ อีกทั้งมีระบบคลองทั้งแนวเหนือ-ใต้และตะวันออก-ตะวันตก โดยมีคลองแสนแสบ และคลองประเวศบุรีรมย์เป็นแนวสำคัญในการเชื่อมโยงระบบระบายน้ำ ดังนั้น พื้นที่ที่ยังจำเป็นต่อระบบน้ำจึงยังได้รับการรักษาไว้ ขณะที่การปรับการใช้ประโยชน์ที่ดินจะพิจารณาตามศักยภาพ และข้อจำกัดของแต่ละพื้นที่ เพื่อให้การขยายตัวของเมืองเดินควบคู่กับการบริหารจัดการน้ำ

ข่าวล่าสุด