"อนุทิน" นำถก บกปภ.ช. เร่งเยียวยาน้ำท่วม - เตือนภาคใต้ "10 วันอันตราย" 4-14 ต.ค. ห้ามการ์ดตก
06 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

"อนุทิน" นำถก บกปภ.ช. เร่งเยียวยาน้ำท่วม - เตือนภาคใต้ "10 วันอันตราย" 4-14 ต.ค. ห้ามการ์ดตก สั่งออมสินอำนวยความสะดวกสูงสุด
ข่าว
06 ต.ค. 2569 | natthanan_chu

"อนุทิน" นำถก บกปภ.ช. เร่งเยียวยาน้ำท่วม - เตือนภาคใต้ "10 วันอันตราย" 4-14 ต.ค. ห้ามการ์ดตก สั่งออมสินอำนวยความสะดวกสูงสุด
KEY
POINTS
6 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานการประชุมกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ (บกปภ.ช.) เพื่อติดตามสถานการณ์และการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย โดยมี พลโท อดุลย์ บุญธรรมเจริญ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม, นายพลพีร์ สุวรรณฉวี, นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์, นายเจเศรษฐ์ ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย, นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม, นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, นายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และผู้บัญชาการเหล่าทัพเข้าร่วม
"อนุทิน" นำถก บกปภ.ช. เร่งเยียวยาน้ำท่วม - เตือนภาคใต้ "10 วันอันตราย" 4-14 ต.ค. ห้ามการ์ดตก
นายกรัฐมนตรี ระบุว่า การประชุมครั้งนี้เป็นการติดตามต่อเนื่องในวันที่ 7 ซึ่งหลายสถานการณ์คลี่คลายแล้ว แต่ยังคงอยู่ในระหว่างเฝ้าระวัง โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดปราจีนบุรีและฉะเชิงเทรา สถานการณ์ค่อนข้างน่าเป็นห่วงเนื่องจากน้ำไม่สามารถระบายได้และเกิดสภาวะเน่าเหม็น จึงขอให้ทางจังหวัดระดมกำลังเข้าช่วยเหลืออย่างเต็มที่ รวมถึงจังหวัดพระนครศรีอยุธยา (อำเภอบางบาล), จังหวัดปราจีนบุรี (อำเภอบ้านสร้าง), จังหวัดฉะเชิงเทรา (อำเภอบางคล้า และอำเภอบางน้ำเปรี้ยว), จังหวัดนครนายก (อำเภอองครักษ์) และจังหวัดสุพรรณบุรี (อำเภอบางปลาม้า และอำเภอสองพี่น้อง) ซึ่งยังมีรายงานน้ำขังอย่างต่อเนื่อง ระดับน้ำเพิ่มขึ้นในบางแห่ง และมีการตัดขาดของเส้นทางคมนาคม
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า แม้กระแสข่าวและความสนใจจะไม่เข้มข้นเท่าตอนน้ำท่วมในพื้นที่กรุงเทพฯ แต่เราจะต้องไม่ประมาท ต้องให้การช่วยเหลือประชาชนอย่างใกล้ชิด ติดตามสถานการณ์เป็นรายชุมชนว่าใครยังไม่เข้าถึงการช่วยเหลือ และเร่งพาอพยพกลุ่มเปราะบางออกมาให้ได้ ส่วนศูนย์พักพิงหากมีสิ่งใดขาดเหลือให้รีบแจ้ง ปภ. พร้อมชื่นชมผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสงครามที่ทำหน้าที่ปกป้องและเป็นปากเสียงให้กับประชาชนในพื้นที่ได้อย่างถูกต้อง พร้อมเน้นย้ำว่าการสื่อสารภายในหน่วยงานและระหว่างหน่วยงานต้องมีประสิทธิภาพสูงสุด
นายกรัฐมนตรี ยังได้เน้นย้ำถึงการเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำในระยะต่อไป โดยเฉพาะการเฝ้าระวังพื้นที่ภาคใต้เป็นพิเศษ เนื่องจากประชาชนมีการแชร์อินโฟกราฟิกแจ้งเตือนฝนตกช่วงวันที่ 4-14 ตุลาคมนี้ ซึ่งถือเป็นช่วง 10 วันอันตราย จึงขอให้กรมอุตุนิยมวิทยา กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อัปเดตสถานการณ์ให้ประชาชนรับทราบอย่างต่อเนื่อง สื่อสารด้วยรูปแบบที่น่าสนใจ และเน้นย้ำเตือนภัยเมื่อสถานการณ์ใกล้เปลี่ยนแปลง ห้ามให้การ์ดตกหรือการสื่อสารขาดตอนเด็ดขาด พร้อมเร่งจัดทำแผนเผชิญเหตุระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวให้เรียบร้อย
ในส่วนของมาตรการเยียวยา นายอนุทิน เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจากนายอรรษิษฐ์ สัมพันธรัตน์ ปลัดกระทรวงมหาดไทยว่า เริ่มมีรายชื่อส่งเข้ามาและมีการโอนเงินเยียวยาไปแล้วประมาณ 600 กว่าราย และจะทยอยโอนต่อเนื่อง พร้อมเน้นย้ำให้ผู้ว่าราชการจังหวัดและนายอำเภอสำรวจและส่งรายชื่อมายัง ปภ. ด้วยความรวดเร็ว รอบคอบ ไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนหรือล่าช้า เนื่องจากสำนักงบประมาณได้รับการอนุมัติจาก ครม. ตั้งแต่สัปดาห์ก่อนแล้ว และ ปภ. ได้รับงบประมาณพร้อมโอนไปยังธนาคารแล้ว
ทั้งนี้ ได้สั่งการให้ ปภ. ประสานกับธนาคารออมสินจัดเจ้าหน้าที่เฉพาะกิจในการเร่งโอนเงินไปยังประชาชนทันทีโดยไม่ต้องรอให้สถานการณ์เรียบร้อยเสียก่อน การตรวจสอบขั้นตอนทั้งหมดให้จบสิ้นที่กรม ปภ. เพื่อไม่ให้เกิดความซ้ำซ้อนที่ธนาคารออมสิน และให้เชื่อถือ ปภ. เป็นหลักเพื่อให้เกิดความรวดเร็วที่สุด
ในช่วงท้าย นายกรัฐมนตรี กล่าวถึงพื้นที่ที่ผ่านวิกฤตและเข้าสู่ระยะฟื้นฟูว่า ยังมีงานช่วยเหลือประชาชนในเรื่องการเก็บกวาด Big Cleaning ทำความสะอาดพื้นที่สาธารณะ บาทวิถี ขยะมูลฝอยชิ้นใหญ่ เช่น ฟูก โซฟา เตียง และตู้ไม้ โดยให้เตรียมรถบรรทุกและรถโกยเพื่อเปิดเส้นทางจราจรให้สะดวก พร้อมสั่งการให้เจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่ต้องการกลับเข้าสู่บ้านเรือนเพื่อให้กลับมามีสภาพที่สะอาดและเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด รวมถึงดูแลศูนย์พักพิงให้ได้มาตรฐานสูงสุดและถูกสุขอนามัย