เนชั่นทีวี

ข่าว

รัฐบาลสรุปสถานการณ์น้ำ 4 ต.ค. “สทนช.” ชี้เจ้าพระยาเริ่มลดระดับ - เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โซนตะวันตก

04 ต.ค. 2569 | prisana_tha

รัฐบาลสรุปสถานการณ์น้ำ 4 ต.ค.  “สทนช.” ชี้เจ้าพระยาเริ่มลดระดับ - เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โซนตะวันตก

รัฐบาลสรุปสถานการณ์น้ำ 4 ต.ค. “สทนช.” ชี้เจ้าพระยาเริ่มลดระดับ - เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โซนตะวันตก “สมุทรสงคราม-เพชรบุรี” ด้าน กทม. คาด 2 วันกู้เคหะร่มเกล้า ขณะที่ ปภ. ยันระบบลงทะเบียนเงินเยียวยามติ ครม. เปิดครบ 65 จังหวัด 50 เขต กทม.

รัฐบาลสรุปสถานการณ์น้ำ 4 ต.ค. “สทนช.” ชี้เจ้าพระยาเริ่มลดระดับ - เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โซนตะวันตก “สมุทรสงคราม-เพชรบุรี” ด้าน กทม. คาด 2 วันกู้เคหะร่มเกล้า ขณะที่ ปภ. ยันระบบลงทะเบียนเงินเยียวยามติ ครม. เปิดครบ 65 จังหวัด 50 เขต กทม.

KEY

POINTS

  • เจ้าพระยา ยังต้องจับตา น้ำที่นครสวรรค์อยู่ราว 2,119 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ขณะที่เขื่อนเจ้าพระยาระบาย 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที คาดอยุธยาน้ำเพิ่มราว 10 ซม. แต่ยังไม่กระทบปทุมธานี นนทบุรี กทม. และสมุทรปราการ
  • หลายพื้นที่ยังเฝ้าระวังฝนและน้ำท่วม โดยเฉพาะเพชรบุรี สมุทรสงคราม ราชบุรี ฉะเชิงเทรา และพื้นที่ลุ่มต่ำ ขณะที่ กทม. เร่งระบายน้ำเคหะร่มเกล้า มีนบุรี หนองจอก สายไหม และคาดบางพื้นที่คลี่คลายภายใน 2 วัน
  • ยอดลงทะเบียนเยียวยาพุ่ง 851,547 ราย ผู้ประสบภัย กทม. ลงทะเบียนช่วยเหลือแล้ว 35,800 คน ขณะที่เงินเยียวยาตามมติ ครม. ช่วยบ้านถูกน้ำท่วม 7 วันขึ้นไป 9,000 บาท และอาคารสูงถูกน้ำล้อม 5,000 บาท

4 ตุลาคม 2569 อัปเดตสถานการณ์น้ำท่วมหลายพื้นที่ ทั้งในกทม.และปริมณฑล โดยศูนย์ข้อมูลข่าวสารร่วมสถานการณ์อุทกภัย และ สทนช. นำโดยนางสาว ลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี  แถลงข่าวสถานการณ์ประจำวัน ว่า สถานการณ์ ณ ตอนนี้ จุดที่น้ำเริ่มลดลงคือลุ่มแม่น้ำแม่กลองและแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งยังต้องจับตาเป็นพิเศษคือ จังหวัดเพชรบุรี เนื่องจากมีสถานการณ์ของปัจจัยคือ เขื่อนแก่งกระจานและฝนที่ตกลงมาในช่วงวันที่ 10 ต.ค. 2569 ส่วนภาคใต้ก็ยังอยู่ในจุดเสี่ยงเช่นเดียวกัน วันนี้วัดปริมาณน้ำที่ผ่านจังหวัดนครสวรรค์ได้อยู่ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนเขื่อนเจ้าพระยามีการระบายน้ำอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยตัวเลขทั้งสองนี้จะแสดงให้เห็นถึงทิศทางของน้ำ พื้นที่ริมน้ำขอให้ติดตามการประกาศอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่เป็นจุดที่น้ำท่วมเดิมอยู่แล้ว ได้แก่ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง อยุธยา ปทุมธานี กรุงเทพมหานคร สมุทรปราการ และนนทบุรี

รัฐบาลสรุปสถานการณ์น้ำ 4 ต.ค.  “สทนช.” ชี้เจ้าพระยาเริ่มลดระดับ - เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โซนตะวันตก

 

เฝ้าระวัง 2 อำเภอสมุทรสงคราม

 

นางสาวลลิดา กล่าวต่อว่า ในส่วนของลุ่มแม่น้ำแม่กลอง จุดที่ต้องเฝ้าระวังอยู่ที่อำเภอบางคนทีและอำเภออัมพวา จังหวัดสมุทรสงคราม เนื่องจากมีน้ำท่วมขัง รอการระบายไปที่แม่น้ำแม่กลอง รวมถึงจังหวัดเพชรบุรีด้วย ส่วนของจังหวัดฉะเชิงเทรา มีน้ำท่วมหลายจุด การเดินทางสัญจรยังต้องเพิ่มความระมัดระวังและตรวจสอบเส้นทางการเดินทางจากกรมทางหลวงด้วย

 

เช็กถนนกทม.น้ำท่วม - เช็กวัน เวลา พื้นที่ฝนตก

 

ส่วนกรุงเทพมหานครจุดที่ยังมีน้ำท่วมขังอยู่ ได้แก่ ถนนเจ้าคุณทหาร ถนนฉลองกรุง ถนนหลวงแพ่งหน้าโลตัสลาดกระบัง ถนนลาดกระบังตลอดทั้งสาย โดยต้องหลีกเลี่ยงเส้นทางการจราจรในจุดดังกล่าว

 

นางสาวลลิดา ระบุว่า กรมอุตุนิยมวิทยาคาดว่าช่วงวันนี้จะมีฝนตกในช่วงภาคอีสานของไทยและในวันพรุ่งนี้ (5 ก.ย. 69) จะมีฝนตกภาคกลางตอนล่าง กรุงเทพมหานคร ภาคใต้ ขณะเดียวกันภาคอีสานจะน้อยลง จากนั้น วันที่ 6 ต.ค. 69 ฝนจะตกมากในภาคใต้ ภาคตะวันตก และภาคตะวันออก โดยในส่วนของภาคใต้ให้ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลากด้วย และวันที่ 10 - 11 ต.ค. 69 จะมีฝนตกในช่วงภาคกลางตอนล่าง โดยเฉพาะพื้นที่บางขุนเทียน เพชรบุรี และ ประจวบคีรีขันธ์

รัฐบาลสรุปสถานการณ์น้ำ 4 ต.ค.  “สทนช.” ชี้เจ้าพระยาเริ่มลดระดับ - เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โซนตะวันตก

 

ด้านนายฟาตา มรรษทวี ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านพัฒนาระบบงานการพยากรณ์ กรมอุตุนิยมวิทยา กล่าวว่า วันนี้จะมีฝนที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือเนื่องจากมีความกดอากาศต่ำลงมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งภาคเหนือตอนบน โซน ตะวันออกของทางภาคเหนือ ก่อนที่มวลอากาศเย็นจะขยับไปทางตะวันตก ผลกระทบในวันที่ 5-6 ต.ค. 69 จะมีที่ภาคเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานคร ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน ที่ยังมีผลกระทบ ส่วนภาคตะวันออกเฉียงเหนือจะมีฝนลดลง

 

นายฟาตา ระบุว่า วันที่ 8-9 ต.ค. 69 ความกดอากาศสูงจะเริ่มลงมาปกคลุม  ส่วนวันที่ 10-11 ต.ค. 69 ลมเปลี่ยนฤดู จะมีฝนเหมือนกันที่ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลด้วย รวมถึงภาคตะวันออกและภาคใต้ หลังจากนั้นวันที่ 12-14 ต.ค. 69 ภาคกลางก็จะดีขึ้น โดยจะมีฝนภาคใต้แทน

 

ปริมาณน้ำนครสวรรค์ - เขื่อนเจ้าพระยา

 

ขณะที่นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง  รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) กล่าวว่า แม่น้ำเจ้าพระยาปริมาณน้ำที่มาทางนครสวรรค์ แม่น้ำปิงลดลง แม่น้ำน่าน ลดลง ปัจจุบันเวลา 09.00 น. ที่จังหวัดนครสวรรค์ มีประมาณ 2,119 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แต่เขื่อนเจ้าพระยา เรายังคงการระบายอยู่ที่ 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ที่ท้ายเขื่อน เนื่องจากน้ำจากแม่น้ำสะแกกรัง ยังมีปริมาณอยู่ คาดว่าประมาณ 2-3 วัน ปริมาณน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังจะเริ่มลดลง ซึ่งจะสามารถระบายน้ำได้คงที่

 

อยุธยาน้ำเพิ่ม ไม่กระทบ ปทุมฯ นนท์ กทม.

 

ทั้งนี้ จะมีพื้นที่โซนจังหวัดอยุธยา ที่อยู่ริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำน้อย อาจจะมีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำที่มาจากเขื่อนเจ้าพระยาใช้เวลาเดินทางถึงจังหวัดอยุธยาพอดี วันนี้จะมีปริมาณน้ำเพิ่มขึ้นสูงขึ้นประมาณ 10 เซนติเมตร จากนั้น น้ำจะเข้ามาที่ปทุมธานี นนทบุรี กรุงเทพมหานครและสมุทรปราการ ซึ่งจะไม่ส่งผลกระทบ เนื่องจากระดับคันของปทุมธานี นนทบุรีและกรุงเทพมหานครยังสูงกว่า แต่อาจจะมีพื้นที่ที่อยู่ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำที่ได้รับผลกระทบ

 

เขื่อนวชิราลงกรณ รับน้ำได้ปกติ – เขื่อนแม่กลองระบายน้ำ ส่งผลให้ ราชบุรี น้ำท่วมขัง

 

ส่วนของตะวันตกไม่ว่าจะเป็นเขื่อนวชิราลงกรณ น้ำที่ไหลเข้าแล้วไหลออกเท่ากันแล้ว เขื่อนศรีนครินทร์ก็มีปริมาณน้ำที่ 95.55% ยังรับน้ำได้อีก ส่วนเขื่อนแม่กลองที่ระบายออกมา ทำให้น้ำเข้าสู่ตลิ่งเกือบทุกจุด จะทำให้น้ำท่วมขังที่บริเวณจังหวัดราชบุรี โดยเฉพาะจังหวัดสมุทรสงครามบริเวณอำเภอบางคนที อำเภออัมพวา น้ำจะไหลกลับเข้าสู่แม่น้ำแม่กลอง แต่ต้องใช้เวลาพอสมควร เนื่องจากในพื้นที่ดังกล่าวได้รับอิทธิพลของน้ำขึ้นน้ำลงจากทะเล

 

ฝนตกหนักแก่งกระจาน ต้องระบายน้ำเพิ่ม

 

ส่วนจังหวัดเพชรบุรี สถานการณ์ฝนที่กรมอุตุนิยมวิทยา คาดว่าจะตกหนักที่บริเวณอำเภอแก่งกระจาน มีแนวโน้มที่จะทำให้เขื่อนแก่งกระจานต้องระบายน้ำเพิ่มขึ้น แต่ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบุรีและกรมชลประทานได้ตั้งศูนย์ประสานงานเพื่อจะชี้แจงข้อมูลให้กับประชาชนได้รับทราบ

 

อุตุฯแจ้ง 5-8 ต.ค. ฝนเพิ่ม

 

ส่วนภาคตะวันออก จะมีจังหวัดฉะเชิงเทราที่มีน้ำเพิ่มขึ้น ส่วนอำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก ที่มีประเด็นเรื่องการระบายน้ำดังกล่าว โครงการชลประทานได้มีการช่วยระบายน้ำ กรุงเทพมหานครเองก็ช่วย ในส่วนนี้ต้องใช้ระยะเวลาในการดำเนินการ ในภาพรวมทุกพื้นที่ที่กรมอุตุนิยมวิทยาได้มีการแจ้งว่าจะมีการตกวันที่ 5-8 ต.ค. เพิ่มขึ้น น่าจะไม่ทำให้ปริมาณน้ำในส่วนของเขื่อนเจ้าพระยา หรือเขื่อนในโซนแม่กลองเพิ่มขึ้นมากนัก

 

รัฐบาลสรุปสถานการณ์น้ำ 4 ต.ค.  “สทนช.” ชี้เจ้าพระยาเริ่มลดระดับ - เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โซนตะวันตก

 

ร่มเกล้าน้ำลด 30 ซม. คาด 2 วันคลี่คลาย

 

ด้าน นายวิษณุ เจริญ ผู้อำนวยการส่วนวิศวกรรมระบบระบายน้ำ  สำนักการระบายน้ำกรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กรุงเทพมหานครปัจจุบันอยู่ระหว่างการเร่งดำเนินการระบายน้ำ ในพื้นที่ด้านตะวันออกของกรุงเทพมหานคร พื้นที่เขตมีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง สายไหมและลาดกระบัง ส่วนการปฏิบัติการเร่งด่วน ณ ปัจจุบันคือการปฏิบัติการกู้คืนพื้นที่เคหะร่มเกล้า เขตลาดกระบัง จากปฏิบัติการที่ผ่านมาของเราทำให้ลดระดับน้ำในเคหะชุมชนร่มเกล้าไปได้ 30-60 เซนติเมตร  สภาพถนนในพื้นที่ยังมีปัญหาในการสัญจรระดับน้ำท่วมขัง 20-30 เซนติเมตร และเมื่อวานนี้ เราได้มีการเพิ่มการเสริมคันกั้นน้ำ เครื่องสูบน้ำ เพื่อระบายน้ำออกจากเคหะชุมชนร่มเกล้า ทำให้หลังจากนี้จะสามารถระบายน้ำออกจากเคหะชุมชนร่มเกล้า ได้ประมาณวันละ 25 เซนติเมตร คาดว่าเราจะใช้เวลาอีก 2 วันในการช่วยเหลือพื้นที่เคหะชุมชนร่มเกล้า

 

ส่วนสถานการณ์น้ำในพื้นที่มีนบุรี หนองจอก ประเวศ สะพานสูง ที่มีระดับน้ำสูงอยู่ได้ดำเนินการเร่งใช้เครื่องสูบน้ำและเรือผลักดันน้ำในการผลักดันน้ำเข้าสู่คลองแสนแสบ ออกสู่แม่น้ำเจ้าพระยาให้มากขึ้น และได้มีการปรับเพิ่มการเปิดบานประตูระบายน้ำคลองแสนแสบจากเมื่อวานเพิ่มขึ้นอีก 50 เซนติเมตร

 

ในพื้นที่เขตสายไหม แขวงออเงิน ยังมีปัญหาน้ำท่วมขังในชุมชนประกอบกับตอนนี้กรุงเทพมหานครและเปิดรับน้ำในพื้นที่จังหวัดปทุมธานีผ่านเข้ามา ทำให้มีปริมาณน้ำ ที่ต้องระบายน้ำมากขึ้น แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น พื้นที่ด้านในก็ถูกควบคุมไม่ให้เกิดปัญหา โดยคาดว่าการเพิ่มเครื่องสูบน้ำและเรือดันน้ำที่ดำเนินการอยู่ในปัจจุบัน จะทำให้สถานการณ์ในพื้นที่สายไหมและออเงินดีขึ้นภายใน 2 วัน

 

ผู้ประสบอุทกภัย กทม. ลงทะเบียนแล้ว 35,800 คน

 

สำหรับกรณีการลงทะเบียนช่วยเหลือประชาชนจากปัญหาน้ำท่วม ปัจจุบันกรุงเทพมหานครเปิดให้ลงทะเบียนผ่านช่องทางเว็บไซต์ จนถึงปัจจุบันมีประชาชนลงทะเบียนแล้ว 35,800 คน สำหรับปัญหาที่เกิดขึ้นกรุงเทพมหานครพยายามที่จะได้แก้ไขระบบ เช่น เมื่อวานมีประชาชนแจ้งว่าไม่สามารถคลิกเจอพื้นที่เขตตนเองได้ ปัจจุบันได้ดำเนินการแก้ไขในระบบให้มีข้อมูลครบถ้วนแล้ว  มีประชาชนบางส่วนสอบถามมาว่าหากลงทะเบียนแล้วจะสามารถปรับแก้ไขข้อมูลได้หรือไม่ โดยท่านสามารถที่จะเข้าไปปรับแก้ไขข้อมูลในระบบได้ ส่วนประชาชนที่ไม่สะดวกในการใช้งานออนไลน์ สามารถเข้าไปให้ข้อมูลได้ที่สำนักงานเขตในเวลาราชการ

 

เปิดวงเงินช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

 

ส่วนนางสาวศิริธร สมสุวรรณ ผู้อำนวยการกองเผยแพร่และประชาสัมพันธ์ กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กล่าวว่า การช่วยเหลือประชาชน ตามที่ได้นำเรียนไปว่าจะมีการช่วยเหลือ 3 ส่วนด้วยกัน ส่วนที่หนึ่งเป็นเงินทดรองราชการตามระเบียบกระทรวงการคลัง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ส่วนนี้อยู่ในช่วงขั้นตอนที่กรมการปกครองส่วนท้องถิ่นได้สำรวจความเสียหาย จัดทำบัญชีและจะเข้าการประชุม เพื่อใช้ในอำนาจของผู้ว่าราชการจังหวัดค่าใช้จ่ายที่จะช่วยเหลือ ในเบื้องต้นของเงินทดรองราชการ เช่น ค่าซ่อมแซมที่อาศัยประจำหลังเราก็ไม่เกิน 88,600 บาท ค่าซ่อมแซมโรงเรือนเกษตรครอบครัวละไม่เกิน 6,800 บาท ค่าเช่าบ้านพักที่พักชั่วคราวไม่เกิน 2,500 บาท เป็นเวลาสูงสุด 2 เดือน เครื่องมือประกอบอาชีพสำหรับอาชีพหลักที่หาเลี้ยงครอบครัวจะให้การช่วยเหลือช่วยเหลือและไม่เกิน 13,500 บาท และกรณีผู้บาดเจ็บสาหัสนอนโรงพยาบาล 3 วันขึ้นไปให้ความช่วยเหลือ 5,000 บาท หากได้รับบาดเจ็บถึงขั้นพิการช่วยเหลือ 16,600 บาท

 

รัฐบาลสรุปสถานการณ์น้ำ 4 ต.ค.  “สทนช.” ชี้เจ้าพระยาเริ่มลดระดับ - เตือนพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ โซนตะวันตก

 

ยอดรวมลงทะเบียนเยียวยาน้ำท่วม กทม.-ปริมณฑล 851,547 ราย

 

ส่วนที่สอง เป็นสิ่งที่พี่น้องประชาชนกำลังให้ความสนใจและรัฐและพยายามส่งเสริมในการอำนวยความสะดวกและช่วยเหลือ คือเงินตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติในช่วงฤดูฝน พ.ศ. 2569 กรณีที่ที่อยู่อาศัยประจำถูกน้ำท่วม 7 วันขึ้นไปช่วยเหลือละ 9,000 บาท  ที่อยู่อาศัยที่เป็นอาคารสูงถูกน้ำล้อมช่วยเหลือ 5,000 บาท ซึ่งมีประชาชนที่ลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่นทางรัฐ ได้สอบถามเข้ามาจำนวนมากว่าเมื่อกรอกข้อมูลเข้าไปแล้ว มีปรากฏชื่อขึ้นในข้อความของระบบว่าที่อยู่ไม่อยู่ในเขต ซึ่ง ปภ.และดีจีเอหรือ สำนักงานพัฒนารัฐบาลดิจิทัล (องค์การมหาชน) ได้เปิดให้เข้าลงทะเบียนตั้งแต่วันที่ 2 ต.ค.  เป็นการทยอยเปิดตามพื้นที่ที่มีการแจ้งประกาศเขตพื้นที่ภัยพิบัติ อาจจะทำให้บางพื้นที่ที่กำลังอยู่ระหว่างทยอยเปิดระบบแล้วเข้ามาในระบบของช่วงแรกเกิดความติดขัด ไม่สามารถเข้าใช้งานได้ ปัจจุบันระบบลงทะเบียนผ่านแอพพลิเคชั่น สามารถใช้งานเปิดได้ทั้ง 65 จังหวัดที่เป็นพื้นที่รับการช่วยเหลือ รวมถึง 50 เขตของกรุงเทพมหานครเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มีผู้ลงทะเบียนเยียวยาในระบบ ณ วันนี้ 851,547 ราย พื้นที่ที่มีพื้นที่ลงทะเบียนมากที่สุดคือกรุงเทพมหานครจำนวน 371,775 ราย รองลงมาคือสมุทรปราการ 122,786 รายตามด้วยปทุมธานี 105,525 ราย และฉะเชิงเทรา 34,604 ราย

 

ส่วนกรณีที่ประชาชนเกิดความสงสัย ผู้สูงอายุมีสอบถามกันเข้ามาว่ากรณีแจ้งข้อมูลยืนยันเข้ามาในระบบบ้านเลขที่เดียวกันนั้น ทางระบบจะจับข้อมูลอยู่ที่รหัสเลขบ้านเป็นตัวหลัก ซึ่งหากในเลขบ้านนั้นมีผู้อยู่อาศัยและมีการแจ้งซ้ำซ้อนกันระบบจะขึ้นโชว์ว่าบ้านเลขที่นี้ได้มีการแจ้งเพื่อขอรับการเยียวยาแล้ว ส่วนกรณีผู้ไม่สามารถสะดวกผู้สูงอายุผู้ป่วยที่เป็นเจ้าบ้านหรืออยู่อาศัยในบ้านแล้วไม่ทราบในการเดินทางไปที่สำนักงานเขตหรือที่อำเภอและไม่สามารถใช้งานบริการระบบออนไลน์ได้ กรุงเทพมหานครได้มีการประสานแจ้งกับทางกรมป้องกันสาธารณภัยว่าให้บริการในการลงทะเบียนทั้งระบบเงินทดรองราชการที่ช่วยเหลือในส่วนแรกและส่วนสองเงินตามมติ ครม. หากท่านอยากทำการตรวจสอบก็ให้เดินทางไปที่สำนักงานเขตหรือองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นในพื้นที่เพื่อตรวจเช็คข้อมูลและข้อเท็จจริงของการยื่นในในบ้านหลังนั้นได้

 

นางสาวศิริธร กล่าวว่า หลังจากที่เมื่อคืนที่ผ่านมา ได้มีข้อความรายงานเข้ามาในระบบว่ามีการแจ้งข้อความเป็นจำนวนมากซ้ำ ภายในช่วงเช้าที่ผ่านมาทาง ปภ.และดีจีเอ ได้ร่วมหารือกันอย่างเร่งด่วน ทั้งนี้ ข้อความที่ส่งไปนั้นเป็นการส่งไปยังผู้รับรายเดิม ไม่มีการรั่วไหลของข้อมูล ไม่ได้ถูกแฮก และตอนนี้อยู่ระหว่างการแก้ไขข้อมูล มีการปิดระบบในการส่งต่อข้อมูลไปในช่วงประมาณ 22.00 น.ของเมื่อคืนนี้ ขณะนี้อาจจะมีบางส่วนที่ตกค้าง ตอนนี้คาดว่าจะสามารถกลับมาให้ใช้งานได้ปกติโดยเร็ว ต้องขออภัยในการใช้งานของพี่น้องประชาชนในเมื่อคืนนี้ด้วย

ข่าวล่าสุด